
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้จัดการประชุมปรึกษาหารือกรอบและแนวทางการขับเคลื่อนโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย โดยนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวถึงกรอบนโยบายการขับเคลื่อนโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย ตอนหนึ่งว่า หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 นั้น ครั้งนี้ถือเป็นอีกครั้งที่ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตเชิงซ้อน ทั้งเรื่องสุขภาพและเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งในวิกฤตตนมองว่ามีโอกาสเสมอ และหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศจะต้องจะดำเนินต่อไป โดยเฉพาะพลังของเยาวชน ประชาชน ซึ่งตนมีความเชื่ออยู่เสมอว่านิสิต นักศึกษา บัณฑิตของพวกเรา เป็นผู้ที่กำหนดอนาคตของประเทศ จะขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า ดังนั้นสิ่งที่สำคัญหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 คือ การสร้างความเข้มแข็งจากภายในประเทศ ผ่านเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy) ดังนั้นมหาวิทยาลัยจึงกำลังหลักในการขับเคลื่อนครั้งนี้ ด้วยพลังของคณาจารย์ บุคลากร นิสิต นักศึกษา จะเป็นพลังที่ขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าอย่างแท้จริง
จากนี้ อว.จะต้องทำให้มหาวิทยาลัยสามารถตอบโจทย์ประเทศและตอบโจทย์พื้นทีควบคู่กันไปในเวลาเดียวกัน ใช้พลังของมหาวิทยาลัยผ่าน พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน โดยโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย จะนำเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า ทั้งนี้จากการที่ตนได้รายงานให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทราบถึงโครงการดังกล่าว นายกฯ ก็ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะโครงการนี้เป็นการจ้างงานนิสิต นักศึกษา บัณฑิตในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้คนกลุ่มนี้ได้ใช้พลัง ปัญญา ศักยภาพ ให้ลงไปสู่พื้นที่และคนกลุ่มนี้จะได้ใช้ความรู้ ความสามารถที่เรียนมาพัฒนาพื้นที่บ้านเกิดของตนเอง และสิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ เป้าหมายของตำบลควรจะเป็นอย่างไร อว.ได้มีการกำหนด 16 เป้าหมายที่จะตอบโจทย์ตำบลที่ยั่งยืนในอนาคต ว่า ควรจะมีหน้าตาอย่างไร และการที่จะสร้างตำบลให้มีความยั่งยืนได้ ก็ควรที่จะเข้าถึงปัญหาอย่างแท้จริงว่าคืออะไร โอกาสของชุมชนคืออะไร เพื่อที่จะสร้างแนวทางในการขับเคลื่อนชุมชน อว.จึงได้มีการระดมนักศึกษาและบัณฑิต จัดทำระบบข้อมูลพื้นฐานของชุมชน และใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ครอบคลุม 7,900 ตำบล ดังนั้นโครงการนี้จึงเป็นเหมือนการถักทอทุน 4 ทุน เข้าด้วยกัน คือ ทุนมนุษย์ คือ บัณฑิต นักศึกษาสร้างพลังติดถิ่น ทุนสังคม คือ การทำงานร่วมมือสร้างเครือข่าย ทุนกายภาพ คือ ดูข้อจำกัดและโอกาสในแต่ละชุมชนที่แตกต่างกัน และทุนข้อมูล ที่จะเป็นพลังในการบ่งชี้การจัดสรรทรัพยากร ทิศทางการพัฒนาชุมชนในอนาคต
“โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย เป็นจิ๊กซอร์ตัวสำคัญของรวมไทยสร้างชาติ ที่จะขับเคลื่อนงานภายใต้ความปกติใหม่ (New Normal) ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของ อว.ที่เราต้องเชื่อในศักยภาพของบัณฑิต และดึงออกมาใช้ในตอบโจทย์กับพื้นที่บ้านเกิดอย่างเต็มกำลัง และผมต้องขอขอบคุณมหาวิทยาลัยทุกแห่ง เพราะเชื่อว่าทุกมหาวิทยาลัยต้องเหนื่อยกับการขับเคลื่อนโครงการนี้อย่างแน่นอน ซึ่งผมเชื่อว่าจะเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่อาจารย์จะได้ทำงานวิจัยบนโลกแห่งความเป็นจริง และจะเกิดคุณค่ามหาศาลครั้งใหญ่ของประเทศ และภารกิจของ อว.ขณะนี้คือการสร้างคน สร้างองค์ความรู้ที่จับต้องได้ เป็นองค์ความรู้ในระดับชุมชนอย่างแท้จริง การสร้างนวัตกรรมต่างๆ ก็จะต้องตาบโจทย์ชุมชน การแก้จน และผมเชื่อว่าโครงการนี้เป็นการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง”รมว.อว.กล่าว
ที่มา ; ไทยโพสต์ 09 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย ของกระทรวง อว. เป็นนโยบายสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากของประเทศหลังสถานการณ์โควิด-19 โดยมุ่งใช้ศักยภาพของมหาวิทยาลัย คณาจารย์ นิสิต นักศึกษา และบัณฑิต ในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนระดับตำบล ผ่านการจ้างงานและการนำองค์ความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในพื้นที่จริง รัฐบาลมองว่าเป็นโอกาสในการสร้างความเข้มแข็งจากภายในประเทศ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจท้องถิ่นและความปกติใหม่
โครงการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาตำบลที่ยั่งยืน 16 ด้าน และจัดทำฐานข้อมูลครอบคลุม 7,900 ตำบล เพื่อวิเคราะห์ปัญหา ศักยภาพ และโอกาสของชุมชนอย่างเป็นระบบ แนวทางสำคัญคือการบูรณาการ “4 ทุน” ได้แก่ ทุนมนุษย์ ทุนสังคม ทุนกายภาพ และทุนข้อมูล เพื่อใช้ในการวางแผนพัฒนาและจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
โครงการนี้คาดว่าจะช่วยสร้างงานให้บัณฑิต ส่งเสริมงานวิจัยเชิงพื้นที่ และสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ชุมชน ถือเป็นการปฏิรูปประเทศผ่านการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับสังคมอย่างแท้จริง โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน
เป้าหมายหลักของโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย คือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนมหาวิทยาลัยในประเทศ
ข. ส่งเสริมการเรียนออนไลน์
ค. ฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากผ่านมหาวิทยาลัย
ง. ลดจำนวนบัณฑิตว่างงานอย่างเดียว
เฉลย: ค
เหตุผล: โครงการเน้นใช้มหาวิทยาลัยพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่นเป็นหลัก ไม่ใช่แค่การจ้างงาน
แนวคิดสำคัญหลังโควิด-19 ที่โครงการนี้ตอบสนองคือข้อใด
ก. เศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลก
ข. เศรษฐกิจท้องถิ่นและความปกติใหม่
ค. เศรษฐกิจการท่องเที่ยว
ง. เศรษฐกิจอุตสาหกรรมหนัก
เฉลย: ข
เหตุผล: โครงการมุ่ง Local Economy และ New Normal
“4 ทุน” ในโครงการนี้ไม่รวมข้อใด
ก. ทุนมนุษย์
ข. ทุนสังคม
ค. ทุนการเมือง
ง. ทุนข้อมูล
เฉลย: ค
เหตุผล: ไม่มีทุนการเมืองในกรอบแนวคิด
ฐานข้อมูลที่โครงการจัดทำครอบคลุมพื้นที่จำนวนเท่าใด
ก. 1,000 ตำบล
ข. 5,000 ตำบล
ค. 7,900 ตำบล
ง. 10,000 ตำบล
เฉลย: ค
เหตุผล: ครอบคลุมทุกตำบล 7,900 แห่ง
บทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยในโครงการนี้คือข้อใด
ก. ผลิตงานวิจัยเชิงทฤษฎีเท่านั้น
ข. จัดสอบแข่งขันนักศึกษา
ค. ขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่จริง
ง. ทำหน้าที่ออกนโยบายรัฐ
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นลงพื้นที่และพัฒนาชุมชนจริง
เหตุผลสำคัญที่รัฐบาลสนับสนุนโครงการนี้คือข้อใด
ก. เพิ่มรายได้มหาวิทยาลัย
ข. ลดงบประมาณการศึกษา
ค. สร้างความเข้มแข็งจากภายในประเทศ
ง. ขยายการก่อสร้างมหาวิทยาลัย
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นพึ่งพาตนเองระดับชุมชน
การบูรณาการ “4 ทุน” มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
ก. เพิ่มจำนวนบัณฑิต
ข. จัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ค. เพิ่มการแข่งขันระหว่างมหาวิทยาลัย
ง. ลดบทบาทชุมชน
เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้ทุนหลากหลายเพื่อการวางแผนพัฒนา
ผลลัพธ์สำคัญที่คาดหวังจากโครงการคือข้อใด
ก. ลดจำนวนนักศึกษา
ข. ยุบมหาวิทยาลัยขนาดเล็ก
ค. สร้างงานและนวัตกรรมชุมชน
ง. ลดการใช้เทคโนโลยี
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นงานและนวัตกรรมเชิงพื้นที่
โครงการนี้เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศในลักษณะใด
ก. การเมือง
ข. การศึกษาเชิงพื้นที่
ค. การเชื่อมมหาวิทยาลัยกับสังคม
ง. การรวมศูนย์อำนาจ
เฉลย: ค
เหตุผล: เชื่อมมหาวิทยาลัยกับชุมชนเพื่อพัฒนา
บทบาทของ “ทุนข้อมูล” สำคัญที่สุดในข้อใด
ก. ใช้ตกแต่งรายงาน
ข. ใช้เป็นเครื่องมือบ่งชี้และวางแผนพัฒนา
ค. ใช้ลดจำนวนครู
ง. ใช้เพื่อจัดอันดับมหาวิทยาลัย
เฉลย: ข
เหตุผล: ข้อมูลใช้วิเคราะห์และกำหนดทิศทางพัฒนา