
กรณีปรากฏคลิปเสียงสนทนาระหว่าง นางศิริรัตน์ อารีมิตร์ ปลัดอำเภอสังกัดกลุ่มงานทะเบียนและบัตร ที่ทำการปกครองอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี กับ นายวรวิทย์ พึ่งความสุข นายก อบต. บ่อเงิน อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรียกรับเงินใต้โต๊ะ จำนวน 3 หมื่นบาท เพื่อแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือออกเลขทะเบียนบ้านใหม่
ที่สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) เปิดประเด็นและติดตามนำเสนอข่าวต่อเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมานั้น
ล่าสุด มีความคืบหน้าสำคัญ เมื่อคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีนี้ ซึ่งมี นายดงพล รุจิธรรมธัช ปลัดจังหวัดปทุมธานี เป็นประธาน ได้สรุปรายงานผลการสืบสวนเสนอต่อนายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ให้รับทราบเป็นทางการแล้ว และอยู่ระหว่างขั้นตอนการนำเสนอเรื่องให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย พิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ข้อมูลสำคัญนี้ สำนักข่าวอิศราได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวระดับสูงจังหวัดปทุมธานี ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีนี้ ซึ่งมี นายดงพล รุจิธรรมธัช ปลัดจังหวัดปทุมธานี เป็นประธาน ได้ลงนามรับรองรายงานผลการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีนี้ เสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี รับทราบเป็นทางการแล้ว มีจำนวนกว่า 100 หน้า สรุปรวบรวมข้อเท็จจริงที่ได้รับจากการตรวจสอบคลิปเสียง เอกสาร หลักฐานต่างๆ รวมถึงการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องจำนวน 20 กว่าปาก
โดยในจำนวนผู้เกี่ยวข้องที่ถูกเชิญตัวมาให้ปากคำ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
1. บุคคลที่ปรากฏอยู่ในคลิปเสียง คือ นางศิริรัตน์ อารีมิตร์ และนายวรวิทย์ พึ่งความสุข
2. บุคคลที่ถูกอ้างถึงว่าเกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินใต้โต๊ะเพื่อแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือออกเลขทะเบียนบ้านใหม่ คือ ร้อยตำรวจตรีหญิง สายสุนี ไกรนรา นายอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี และผู้บริหารอีกหนึ่งราย
3. ผู้เกี่ยวข้องส่วนอื่นๆ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ทำการปกครองอำเภอลาดหลุมแก้วที่ปรากฏหน้าที่ในช่วงเวลาเกิดเหตุ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ทั้งในพื้นที่อำเภอลาดหลุมแก้ว และอำเภอใกล้เคียง
โดยผลสรุปข้อเท็จจริจที่ได้รับการสืบสวน มีดังนี้
1. นางศิริรัตน์ อารีมิตร์ ยอมรับว่า เป็นเจ้าของเสียงในคลิปจริง และมีการพูดถึงการเรียกรับเงินเพื่อแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือออกเลขทะเบียนบ้านใหม่ แต่ไม่ได้รับเงิน
2. นายวรวิทย์ พึ่งความสุข ยอมรับว่า เป็นเจ้าของเสียงในคลิปจริง แต่ไม่ได้จ่ายเงินเพื่อแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือออกเลขทะเบียนบ้านใหม่
3. ร้อยตำรวจตรีหญิง สายสุนี ไกรนรา นายอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี และผู้บริหารอีกหนึ่งราย ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
4. ผู้เกี่ยวข้องรายอื่นๆ ส่วนใหญ่ให้ข้อมูลว่าไม่เคยรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการเรียกเงินเพื่อแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือออกเลขทะเบียนบ้านใหม่ดังกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวว่า เบื้องต้น ในการสรุปผลการสืบสวนกรณีนี้ คณะกรรมการฯ ไม่ได้ชี้ขาดว่า จะต้องดำเนินการอย่างไรกับผู้เกี่ยวข้อง เพียงแต่สรุปข้อเท็จจริงที่ได้รับทราบจากการสืบสวนเท่านั้น โดยเฉพาะประเด็นสำคัญ คือ นางศิริรัตน์ อารีมิตร์ ยอมรับว่า เป็นเจ้าของเสียงในคลิปจริง และมีการพูดถึงการเรียกรับเงินเพื่อแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือออกเลขทะเบียนบ้านใหม่ ส่วนนายวรวิทย์ พึ่งความสุข ยอมรับว่า เป็นเจ้าของเสียงในคลิปจริง แต่ไม่ได้จ่ายเงินเพื่อแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือออกเลขทะเบียนบ้านใหม่ ซึ่งมีหลักฐานยืนยันเป็นเลขที่บ้านใหม่ที่ได้รับ ไม่ได้เป็นเลขที่มีการเจรจากันในคลิปเสียง
แหล่งข่าวยังกล่าวด้วยว่า พฤติการณ์การเรียกรับเงิน แต่ยังไม่ได้มีการจ่ายเงินกันดังกล่าว เป็นเรื่องที่ทางกระทรวงมหาดไทย จะต้องมีการพิจารณารายละเอียดว่าจะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปอย่างไหร่ ถ้าเห็นว่าเรื่องนี้มีมูลความผิด ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนทางวินัยต่อ ส่วนจะลงโทษวินัยร้ายแรง ไม่ร้ายแรง ตัดเงินเดือน ก็เป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณากันต่อไป แต่ถ้าเห็นว่าเรื่องนี้ยังไม่มีมูลความผิด ก็อาจะมีการพิจารณาให้ยุติเรื่องไป" แหล่งข่าวระบุ
รายงานข่าวแจ้งว่า เหตุผลที่จะต้องมีการส่งเรื่องนี้ให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณา เป็นเพราะในเรื่องนี้ มีข้าราชการระดับนายอำเภอเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจในการแต่งตั้งนายอำเภอ ก็คือ ปลัดกระทรวงมหาดไทย คาดว่าทางจังหวัดปทุมธานี จะสามารถส่งรายงานสรุปผลการสืบสวนข้อเท็จจริงให้ทางกระทรวงฯพิจารณาได้ในเร็วๆ นี้
บทสรุปสุดท้ายผลการสอบสวนกรณีนี้จะออกมาเป็นอย่างไร ติดตามดูกันต่อไปโดยพลัน
ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม 2568
เกี่ยวข้องกัน
ผู้ว่าฯ ปทุม คอนเฟิร์ม! ผลสอบคลิปเรียกเงินแลกออกเลขบ้านสวยเสร็จแล้ว-รอส่งเรื่อง มท.
จากกรณีสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานข่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีปรากฏคลิปเสียงสนทนาระหว่าง นางศิริรัตน์ อารีมิตร์ ปลัดอำเภอสังกัดกลุ่มงานทะเบียนและบัตร ที่ทำการปกครองอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี กับ นายวรวิทย์ พึ่งความสุข นายก อบต. บ่อเงิน อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรียกรับเงินใต้โต๊ะ จำนวน 3 หมื่นบาท เพื่อแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือออกเลขทะเบียนบ้านใหม่ ที่มี นายดงพล รุจิธรรมธัช ปลัดจังหวัดปทุมธานี เป็นประธาน ได้สรุปรายงานผลการสืบสวนเสนอต่อนายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ให้รับทราบเป็นทางการแล้ว และอยู่ระหว่างขั้นตอนการนำเสนอเรื่องให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย พิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ล่าสุด นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์สำนักข่าวอิศรา ยืนยันว่า คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีนี้ ได้สรุปรายงานผลการสืบสวนเสนอให้ตนรับทราบแล้ว หลังจากพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมแล้ว ภายใน 1-2 วัน น่าจะสามารถส่งเรื่องต่อให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย พิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องในกรณีนี้ มีนายอำเภอร่วมอยู่ด้วย
เมื่อถามว่า มีข่าวว่า คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงสรุปข้อเท็จจริงกรณีนี้ ว่า มีการเรียกรับเงินจริง แต่ยังไม่ได้มีการจ่ายเงินกัน ทางจังหวัดจะเสนอความเห็นประกอบเรื่องนี้อย่างไร
นายสมคิด ตอบว่า จะมีการนำเสนอข้อมูล 2 ส่วน คือ ข้อเท็จจริงที่ได้จากสืบสวน และข้อกฎหมายประกอบฏีกาคดีตัวอย่าง
"แต่ในชั้นนี้ยังขอไม่เปิดเผยรายละเอียดอะไรเกี่ยวกับผลสรุปรายงานสอบสวน เพราะเป็นเรื่องที่กระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้พิจารณา หน้าที่ของจังหวัดมีเพียงแค่นำเสนอข้อเท็จจริงที่ได้จากการสืบสวนเท่านั้น " นายสมคิด ตอบ
เมื่อถามว่า เคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับเรื่องที่เจ้าหน้าที่เรียกรับเงิน แต่ยังไม่ได้จ่ายเงินกัน ก็ถือว่ามีความผิดเกิดขึ้นแล้ว
นายสมคิด ตอบว่า ยังไม่ขอให้ความเห็นอะไรในเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ทางกระทรวงฯจะเป็นผู้พิจารณาในการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยขึ้นมา ผลเป็นอย่างไร ต้องรอฟังการพิจารณาอีกครั้ง คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน
เมื่อถามว่า จากกรณีการเรียกรับเงินที่เกิดขึ้น ทางจังหวัดมีนโยบายในการป้องกันปัญหานี้ไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีกอย่างไรบ้าง
นายสมคิด ตอบว่า นโยบายการห้ามเรียกรับเงินจากงานให้บริการประชาชน ในเรื่องต่างๆ ไม่ใช่แค่เรื่องการออกเลขบ้านสวย มีมานานแล้ว ทั้งในระดับกระทรวง กรม และจังหวัด ปัญหาอยู่ที่ผู้ปฏิบัติงานบางรายไม่ปฏิบัติตาม
"จากนี้จะต้องมีการเข้มงวดมากขึ้น หากตรวจสอบพบว่ามีใครฝ่าฝืนจะถูกจัดการโดยเด็ดขาด" ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีกล่าวทิ้งท้าย