สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M394_‘คปร.’ ไฟเขียวบรรจุ ผู้อำนวยการและครูใน ร.ร.ขนาดเล็ก

นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) มีมติเห็นชอบ ปรับปรุงมาตรการควบคุมกำลังคนในส่วนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) สามารถบริหารอัตรากำลังในโรงเรียนที่มีครูเกินเกณฑ์ มากำหนดตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน ที่มีจำนวนนักเรียน 61-119 คน จากเดิมที่ คปร.กำหนด ไม่คืนอัตราเกษียณให้กับโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน 

ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีโรงเรียนในสังกัดทั่วประเทศ กว่า 29,000 โรงเรียน ในจำนวนนี้ 51% หรือ 15,000 โรงเรียน เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก และเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียน 61-119 คน กว่า 7,700 โรงเรียน หรือคิดเป็น 25% ของจำนวนโรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อผู้บริหารโรงเรียนเกษียณ จะไม่สามารถบรรจุทดแทนได้ ทำให้เกิดปัญหาบริหารจัดหาร กระทบต่อคุณภาพการจัดการศึกษา มติดังกล่าวมีผลทันทีตั้งแต่ปีงบประมาณ 2566-2570 จากนั้น คปร.จะต้องเสนอมติดังกล่าวให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบ หากมีอัตราว่าง ก.ค.ศ.ก็สามารถจัดสรรอัตรากำลังทดแทนได้ทันที 

ขณะนี้มีโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียน 61-119 คน ไม่มีผู้บริหารโรงเรียนอยู่กว่า 2,000 โรงเรียน และการตั้งครูรักษาการแทนก็ทำให้การบริหารจัดการขาดประสิทธิภาพ ดังนั้น ก.ค.ศ.จึงไปเจรจากับ คปร.เพื่อขอบรรจุ เพื่อขอใช้อัตราเกษียณในโรงเรียนที่มีอัตราเกินมาบรรจุ ผู้อำนวยการโรงเรียนและครูในโรงเรียนที่มีนักเรียน 61-119 คน ที่ขาดครู และไม่มีผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งไม่ได้เป็นการเพิ่มกำลังคน แต่ใช้วิธีการบริหารจัดการกำลังคนอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเห็นแล้วว่าการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ไม่สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว และการควบรวมโรงเรียนที่มีนักเรียน 100 คนขึ้นไป ถือเป็นปัญหาใหญ่ ต้องดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป ที่สำคัญการควบรวมควรเริ่มจากโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 100 คนก่อน จากนี้ สพฐ.จะต้องไปทำแผนควบรวมโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 60 คนลงมา เพราะคงเป็นเรื่องยากที่จะขออัตราแทนเกษียณ ยกเว้นโรงเรียนห่างไกล หรือโรงเรียนสแตนด์อโลน” นายประวิตกล่าว 

เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าวต่อว่า ทั้งนี้แต่ละปี สพฐ.มีครูและผู้บริหารโรงเรียนเกษียณกว่า 20,000 คน ซึ่งเพียงพอที่จะจัดสรรคืนในโรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดครูและผู้บริหาร การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับการกำหนดเกณฑ์อัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในโรงเรียนสังกัด สพฐ.ที่กำหนดจำนวนนักเรียนต่อครู 1 คนไว้อย่างชัดเจน หากครูโรงเรียนใดเกิน ก็จะเกลี่ยมาโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อให้การบริหารจัดการเกิดประสิทธิภาพ 

ข่าวเกี่ยวกัน

ผลการประชุม คปร. "เตรียมเสนอ ครม. คืนอัตรา ผอ.โรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียน 61 - 119 คน" 

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ประชุมคณะกรรมการคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ได้พิจารณาเรื่องมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ พ.ศ. 2566 - 2570 ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งที่ผ่านมาทาง คปร. ได้ประชุมหารือร่วมกับเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาธิการ ก.ค.ศ.) และผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีความคิดเห็นโดยสรุปว่า ปัจจุบันแนวโน้มจำนวนนักเรียนในประเทศไทยลงลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนโรงเรียนขนาดเล็กเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจำนวนโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน จะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กโดยการยุบหรือควบรวมยังเป็นไปได้ค่อนข้างยาก

         ดังนั้น การดำเนินการจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรการฯ จะส่งผลให้ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนในโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนต่ำกว่า 120 คน ลดลง โดยเฉพาะตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียน 61 - 119 คน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ดี สพฐ. ได้มีแผนในการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งมีเป้าหมายการดำเนินการในช่วงปี พ.ศ. 2566 - 2570 จำนวน 10,314 แห่ง ดังนั้น จึงเห็นว่า แนวทางตามมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ (พ.ศ. 2562 - 2565) ที่กำหนดไว้เดิมนั้นยังคงนำมาใช้ได้ แต่ควรต้องมีการปรับเงื่อนไขในการพิจารณาจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยให้โรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในกลุ่มสถานศึกษาที่มีการจัดการเรียนการสอนแบบรวมสถานศึกษา ที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 120 คนขึ้นไป ในพื้นที่ปกติ ซึ่งไม่อยู่ในแผนการถ่ายโอนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถได้รับการพิจารณาจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในตำแหน่งครูผู้สอนคืนให้กับโรงเรียนดังกล่าวด้วย และเห็นควรให้ ก.ค.ศ. สามารถพิจารณาปรับเปลี่ยนอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูในโรงเรียนที่มีอัตรากำลังครูผู้สอนเกินเกณฑ์อัตรากำลังของ ก.ค.ศ. มากำหนดเป็นตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนที่มีนักเรียน 61 - 119 คน ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้บริหารสถานศึกษาในระหว่างที่รอดำเนินการตามแผนควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในด้านการบริหารจัดการ ด้านการเรียน การสอน คุณภาพนักเรียน และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะเรื่องการบริหารอัตรากำลังผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน รวมถึงต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ซึ่งในการแก้ปัญหาการขาดอัตรากำลังครู หากใช้การบริหารจัดการโดยการจัดการเรียนการสอนแบบรวมกลุ่มสถานศึกษาที่มีระยะทางอยู่ในพื้นที่ใกล้กัน และเกลี่ยอัตรากำลังครูในส่วนที่เกินเกณฑ์มาช่วยจะเกิดประสิทธิภาพมากกว่าการจัดสรรอัตรากำลังครูลงไปให้กับโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 

          สำหรับการเกลี่ยอัตราครูที่เกินเกณฑ์อัตรากำลังของ ก.ค.ศ. มาเปลี่ยนเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาเพื่อบรรจุในโรงเรียนเหล่านั้น ไม่ใช่การเพิ่มกรอบอัตรากำลังใหม่ หรือเพิ่มเงินในภาพรวม แต่ถือเป็นการบริหารตำแหน่งเพื่อให้สถานศึกษาขนาดเล็ก มีผู้บริหารสถานศึกษาในระหว่างที่รอดำเนินการตามแผนควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กนั่นเอง ทั้งนี้ คปร. จะนำแนวทางการดำเนินการดังกล่าว เสนอ ครม. เพื่อพิจารณาเห็นชอบเป็นมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ พ.ศ. 2566 - 2570 ต่อไป  

 

สรุปสาระสำคัญ 

นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) เห็นชอบปรับปรุงมาตรการควบคุมกำลังคนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเปิดให้ ก.ค.ศ. บริหารอัตรากำลังจากโรงเรียนที่มีครูเกินเกณฑ์ เพื่อนำมากำหนดตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียน 61–119 คน ซึ่งเดิมไม่ได้รับการคืนอัตราแทนเกษียณ ส่งผลให้หลายโรงเรียนขาดผู้บริหารและกระทบคุณภาพการจัดการศึกษา มติดังกล่าวมีผลในช่วงปีงบประมาณ 2566–2570 และจะเสนอ ครม. ให้ความเห็นชอบ 

ปัจจุบัน สพฐ. มีโรงเรียนกว่า 29,000 แห่ง โดยกว่าครึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก และกว่า 2,000 แห่งไม่มีผู้บริหารประจำ การแก้ปัญหาครั้งนี้ไม่ใช่การเพิ่มอัตรากำลังใหม่ แต่เป็นการบริหารจัดการกำลังคนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับแผนควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มจากโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 60 คน ยกเว้นโรงเรียนห่างไกลหรือโรงเรียนเดี่ยว ทั้งนี้ การเกลี่ยอัตราครูเกินเกณฑ์ให้สอดคล้องกับสัดส่วนครูต่อนักเรียน จะช่วยให้การบริหารและการจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่าน 

ข้อสอบ 

ข้อ 1 มติ คปร. ที่ปรับปรุงมาตรการกำลังคนครั้งนี้ แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างใดเป็นหลัก
ก. การขาดงบประมาณบุคลากร
ข. การขาดผู้บริหารในโรงเรียนขนาดเล็ก
ค. การกระจายอำนาจการศึกษาไม่ทั่วถึง
ง. การผลิตครูไม่เพียงพอ

ข้อ 2 แนวคิดการนำอัตรากำลังจากโรงเรียนที่มีครูเกินเกณฑ์มาใช้ สะท้อนหลักการบริหารใดมากที่สุด

ก. การเพิ่มกรอบอัตรากำลังใหม่
ข. การลดต้นทุนโดยการยุบโรงเรียน
ค. การบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ
ง. การบริหารแบบรวมศูนย์จากส่วนกลาง

ข้อ 3 หากเป็นผู้บริหารเขตพื้นที่ การตัดสินใจใดสอดคล้องกับนโยบายในบทความมากที่สุด

ก. ขออัตรากำลังใหม่ให้ทุกโรงเรียนขนาดเล็ก
ข. รวมโรงเรียนที่มีนักเรียนเกิน 100 คนทันที
ค. เกลี่ยครูส่วนเกินมาช่วยโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ใกล้เคียง
ง. แต่งตั้งครูรักษาการผู้อำนวยการต่อไป

ข้อ 4 เหตุใดการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กจึงต้องดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป

ก. ขาดกรอบกฎหมายรองรับ
ข. ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการบริหารและชุมชน
ค. ครูไม่ยินยอมให้ควบรวม
ง. งบประมาณไม่เพียงพอ

ข้อ 5 หากมองเชิงนโยบายระยะยาว มาตรการนี้ทำหน้าที่ใดต่อระบบการศึกษา

ก. เป็นการแก้ปัญหาถาวรแทนการควบรวมโรงเรียน
ข. เป็นมาตรการเฉพาะหน้าระหว่างรอแผนควบรวมโรงเรียน
ค. เป็นการเพิ่มตำแหน่งผู้บริหารถาวรทุกโรงเรียน
ง. เป็นการลดบทบาท สพฐ. ในการบริหารโรงเรียน
 

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น