สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ตั้งสอบวินัยร้ายแรง ผอ.เขต ปมทุจริตสอบครูผู้ช่วย

กรณีมีผู้ร้อง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ว่ามีการทุจริตการจัดการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็น หรือมีเหตุพิเศษ (ว16) ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ขอนแก่น เขต 2 โดยจัดสอบ เมื่อวันที่ 19-20 สิงหาคม 2566 โดยมีข้อมูลว่า มีการจัดทำคู่มือการสอบและทำตำหนิตรงกับข้อสอบ นำมาจำหน่ายเล่มละ 600,000 นั้น

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ในส่วนของดีเอสไอ ถือเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย เป็นคดีอาญา ในส่วน ศธ.ได้มีการติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้สั่งการให้ประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการ ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) สพป.ขอนแก่น เขต 2 หยุดปฏิบัติหน้าที่ และย้ายสลับผู้อำนวยการเขตพื้นที่ สพป.ขอนแก่น เขต 2 ไปปฏิบัติหน้าที่ ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต 1 เพื่อดำเนินการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ ส่วนตัวได้กำชับให้มีการติดตามแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว รวมถึงสอดส่องไม่ให้กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นอีก 

ในยุคนี้จะเน้นเรื่องการทำงาน ตรวจสอบและแก้ปัญหาการทุจริตต่างๆ ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว เช่นเดียวกับเรื่องที่มีผู้อำนวยการโรงเรียนเกี่ยวข้องกับการขนยาบ้า สพฐ.ก็ได้สั่งให้ออกจากราชการเรียบร้อยแล้ว และได้กำชับให้มีการดำเนินการติดตาม เพื่อไม่ให้คนอื่นมีพฤติกรรมเลียบแบบ พยายามสอดส่องดูแลให้ดีที่สุด โดยเฉพาะเรื่องข้าราชการที่ทุจริต ซึ่งเป็นนโยบายผมอยู่แล้ว ที่เร่งรัดดำเนินการ คนทำผิดต้องได้รับการลงโทษ คนทำดีก็จะต้องได้รับการชมเชยด้วยความรวดเร็วเช่นกัน” พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าว 

นายสุรินทร์ มั่นประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) สพฐ. กล่าวว่า สำหรับครูผู้ช่วยที่ได้รับการบรรจุแต่ตั้งไปแล้วกว่า 40 คนนั้น หากตรวจสอบพบว่ามีการทุจริตจริง ก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนในเรื่องของการประพฤติผิดทางจรรยาบรรณต่อไป 

มติชนออนไลน์ วันที่ 6 มีนาคม 2567

 

เกี่ยวข้องกัน

ปปช.ลุยสอบ ทุจริตสอบครูผู้ช่วย แฉคู่มือสอบเล่มละ 6 แสน เฉลยพร้อม ตรงข้อสอบเป๊ะ

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 6 มี.ค.67 ที่สำนักงาน ปปช.จังหวัดขอนแก่น นายสมชาติ สง่าภาคภูมิ ผู้แทนภาคประชาชนในคณะกรรมการศึกษาธิการ จ.ขอนแก่น ได้นำเอกสาร คู่มือติวเข้มสู่ความสำเร็จครูผู้ช่วย โดยชมรมวิชาการ ซึ่งเป็นเอกสารหลักฐานสำคัญ 1 ใน 2 รายการ ที่ถูกระบุว่ามีผู้สมัครสอบครูผู้ช่วย สังกัด สพป.ขอนแก่นเขต 2 ซื้อมาจากคณะกรรมการ อกคศ.ขอนแก่นเขต 2 รายหนึ่ง ในราคา 600,000 บาท ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ นายธีรัตน์ บางเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและบูรณาการการมีส่วนร่วมต้านทุจริต รักษาการแทน ผอ.ปปช.ขอนแก่น โดยภายในเอกสาร พบว่ามีการกากบาทเฉลยคำตอบที่ถูกต้อง และตรงกับข้อสอบที่ใช้ในการสอบแข่งขัน เมื่อวันที่ 19-20 ส.ค.66

นายธีรัตน์ บางเพ็ชร รักษาการ ผอ.ปปช.ขอนแก่น กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณผู้ร้องเรียนที่กล้าเปิดเผย และมีข้อมูลที่ชัดเจน รวมทั้งเอกสารในการกระทำความผิดมามอบให้กับ ปปช.และหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า สพป.ขอนแก่น เขต 2 มีกระบวนการจัดสอบที่พิรุธมากที่สุด คือการออกข้อสอบ และการตรวจข้อสอบ โดยหลักทั่วไปแล้ว วิธีการปฏิบัติของผู้ออกข้อสอบทั้งหมด ต้องทำเป็นความลับ จัดให้อยู่รวมกันก่อนสอบจริง 24 ชม. โดยไม่ให้ใช้เครื่องมือสื่อสาร แต่ปรากฎว่า ภาพรวมกระบวนการจัดสอบหละหลวมมาก

กล้าพูดได้เลยว่า การสอบบรรจุข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ ข้าราชการครู กลายเป็นวัฒนธรรมไปแล้วในการเรียกรับเงิน ป.ป.ช.เคยเสนอมาตรการให้ส่วนกลางจัดสอบทั้งหมด จนสำเร็จมาแล้ว หลังเกิดการทุจริตใหญ่ในจังหวัดทางภาคกลาง เมื่อปี 2558 ในการสอบบรรจุครูผู้ช่วย ซึ่งก็สามารถลดการทุจริตได้ด้วยวิธีการนี้ เพราะเมื่อมีการสอบในท้องถิ่น ก็จะสามารถเข้าถึงและจ่ายเงินให้คนที่มีอำนาจในการเปิดสอบได้ง่าย” นายธีรัตน์ กล่าว

ซึ่ง ปปช.ได้ติดตามเฝ้าระวังในการบรรจุครูผู้ช่วยและพนักงานส่วนท้องถิ่น มีการร้องเรียนเข้ามาทุกปี และปีนี้ก็เช่นเดียวกันสำนักงาน ปปช. ภาค 4 ทั้ง 12 จังหวัด วางมาตรการในการป้องกันได้ส่งเข้าหน้าที่ป้องกันและเจ้าหน้าที่สืบลงไปเก็บข้อมูลในพื้นที่ทุกจังหวัดและในวันรับสมัครหรือวันที่เปิดสอบทาง ปปช.จะเข้าไปเฝ้าระวังตรวจสอบ แต่กลุ่มผู้กระทำความผิดได้วางแผนกันมาในการเรียกรับการออกข้อสอบต่างๆ ซึ่งวันที่ 28 ธ.ค. 2566 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ ได้ประกาศผลการประชุมคณะกรรมการครูครั้งที่13/ 2566 จากการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบผลปรากฏว่ามีการทุจริตจริงทางคณะกรรมการ

จึงได้มีมติให้ยับยั้งการปฏิบัติหน้าที่ของประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประทมศึกษาขอนแก่นเขต 2 และผู้แทนครูใน อกคศ.ขอนแก่นเขต2 อีก 1 คน จากคณะกรรมการที่ทาง สพฐ.ได้แต่งตั้งสอบข้อเท็จจริงปรากฏคณะกรรมการสรุปว่ามีมูล ทาง ปปช.มีการติดตามเรื่องนี้ได้รับหนังสือบัตรสนเทศเข้ามาเช่นเดียวกัน

นายธีรัตน์ กล่าวอีกว่า ผู้ร้องได้ให้ข้อมูลกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ และได้มาให้ข้อมูลกับ ปปช.ซึ่ง ดูจากพฤติกรรมการออกข้อสอบ และการขายข้อสอบทั้ง 2 เล่ม โดยปกติแล้วการออกข้อสอบต้องทำเป็นความลับกระบวนการต่างๆต้องมีการคัดเลือก แต่ฟังจากตรงนี้ปรากฏว่าการสอบ การคุมสอบหละหลวมมาก ซึ่งในกระบวนการต่างๆ ต้องแยกกันอย่างไรก็ตามถ้ารับคำสั่งผู้มีอำนาจสูงสุดจะผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบผิดมาตรา 157 แต่คนที่เรียกรับเงินจำนวน 600,000 บาท จะผิดมาตรา 149และ 157 ส่วนเจ้าหน้าที่ถ้าได้รับมาด้วยโดยการแบ่งเงินให้เข้ามาตรา 149 ด้วยเช่นกัน

ถ้าดูจากผู้สอบได้ 44 คน และผู้สอบขึ้นบัญชี วงแคบมาก หลังจากนี้ถ้าผลออกมามีมลูว่าชี้ความผิดบุคคลที่สอบบรรจุแต่งตั้งทั้งหมดต้องออกจากราชการทั้งหมดไม่มีการระงับจะทำการให้ออกจากราชการทั้งหมด ถ้าจ่ายเงินเข้ามาถือเป็นการสนับสนุนตกเป็นผู้ให้สินบนเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดให้ออกจากราชการสถานเดียว

ที่มา ; ข่าวสด  

เกี่ยวข้องกัน

บิ๊กอุ้ม” ฟันไม่เลี้ยงข้าราชการเอี่ยวทุจริต ชี้ต้องลงโทษให้เร็ว

เมื่อวันที่ 6 มี.ค. พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ที่ประชุมได้ติดตามการขับเคลื่อนงานด้านต่างๆ ของ ศธ. โดยเฉพาะประเด็นสำคัญคือการยกระดับผลคะแนนโครงการประเมินผลนักเรียนระดับนานาชาติ หรือ พิซา ปี 2025 ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะวางแนวทางและโครงสร้างการทำงานอย่างไรที่จะนำไปสู่การยกระดับผลคะแนนของนักเรียนในการประเมินดังกล่าว ขณะเดียวกันยังได้ติดตามการปรับขึ้นเงินเดือนของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งในส่วนของศธ.เราได้มีมติปรับขึ้นข้าราชการครู 10% โดยตนต้องการเร่งให้ขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณงบประมาณ ตัวเลขอัตรากำลังข้าราชการครูทุกกลุ่มจะต้องทันดีเดย์ในวันที่ 1 พ.ค.นี้ เพราะไม่ต้องการให้มีผลย้อนหลังในการดำเนินการ 

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ส่วนการรับสมัครนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ ม.4 ประจำปีการศึกษา 2567 นี้นั้น ได้รับทราบว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้แจ้งหน่วยปฏิบัติทั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) สถานศึกษาทั่วประเทศ ให้ดำเนินการเตรียมความพร้อมการรับนักเรียนด้วยความเรียบร้อย ซึ่งขณะนี้มีการเปิดรับสมัครและจัดสอบในส่วนของห้องเรียนพิเศษไปบ้างแล้ว และไม่พบปัญหาหรืออุปสรรคอื่นใด ทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอนด้วยความเรียบร้อย ขณะที่การรับสมัครและการสอบของกลุ่มห้องเรียนปกติจะดำเนินการระหว่างวันที่ 9-13 มี.ค.นี้ ซึ่งเชื่อว่าทุกเขตพื้นที่จะต้องยึดแนวปฏิบัติการรับนักเรียนอย่างเคร่งครัด 

ส่วนประเด็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ พบทุจริตการสอบครูผู้ช่วยของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ขอนแก่น เขต 2 เนื่องจากมีการขายข้อสอบครูผู้ช่วยและทำตำหนิในโจทย์ข้อสอบราคาหลักแสนบาทนั้น ขณะนี้ผมได้รับรายงานว่า สพฐ.ได้มีคำสั่งพักปฏิบัติหน้าที่ของ ผอ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 แล้ว อีกทั้ง ก.ค.ศ.ได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้แล้วเช่นเดียวกัน รวมถึงการสอบสวนความผิดทางวินัย สพฐ.ได้เร่งดำเนินการอยู่ ซึ่งผมมีนโยบายชัดเจนอยู่แล้วในเรื่องการทุจริตในวงราชการ หากใครทำผิดต้องโดนลงโทษให้เร็ว และใครทำดีก็ต้องได้รับคำชมเชยด้วยความรวดเร็วเช่นกัน” พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว 

ที่มา ; เดลินิวส์

เกี่ยวข้องกัน

หลักฐานมาเป็นเล่ม! ป.ป.ช.ลุยสอบ ‘ทุจริตสอบครูผู้ช่วย’ แฉคู่มือเล่ม 6 แสน มีเฉลยเป๊ะ! 

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 6 มีนาคม ที่สำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดขอนแก่น นายสมชาติ สง่าภาคภูมิ ผู้แทนภาคประชาชนในคณะกรรมการศึกษาธิการ จ.ขอนแก่น ได้นำเอกสารคู่มือติวเข้มสู่ความสำเร็จครูผู้ช่วย โดยชมรมวิชาการ ซึ่งเป็นเอกสารหลักฐานสำคัญ 1 ใน 2 รายการ ที่ถูกระบุว่ามีผู้สมัครสอบครูผู้ช่วย สังกัด สพป.ขอนแก่นเขต 2 ซื้อมาจากคณะกรรมการ อกคศ.ขอนแก่น เขต 2 ในราคา 600,000 บาท ยื่นเรื่องร้องเรียน โดยภายในเอกสารพบว่ามีการกากบาทเฉลยคำตอบที่ถูกต้อง และตรงกับข้อสอบที่ใช้ในการสอบแข่งขัน เมื่อวันที่ 19-20 ส.ค.2566 

นายธีรัตน์ บางเพ็ชร รักษาการ ผอ. ป.ป.ช.ขอนแก่น กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณผู้ร้องเรียนที่กล้าเปิดเผยและมีข้อมูลที่ชัดเจน รวมทั้งเอกสารในการกระทำความผิดมามอบให้กับ ป.ป.ช. และหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า สพป.ขอนแก่น เขต 2 มีกระบวนการจัดสอบที่พิรุธมากที่สุด

การออกข้อสอบและการตรวจข้อสอบโดยหลักทั่วไปแล้ว วิธีการปฏิบัติของผู้ออกข้อสอบทั้งหมด ต้องทำเป็นความลับ จัดให้อยู่รวมกันก่อนสอบจริง 24 ชม. โดยไม่ให้ใช้เครื่องมือสื่อสาร แต่ปรากฏว่า ภาพรวมกระบวนการจัดสอบหละหลวมมา

กล้าพูดได้เลยว่า การสอบบรรจุข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือข้าราชการครู กลายเป็นวัฒนธรรมไปแล้วในการเรียกรับเงิน ป.ป.ช. เคยเสนอมาตรการให้ส่วนกลางจัดสอบทั้งหมดจนสำเร็จมาแล้ว หลังเกิดการทุจริตใหญ่ในจังหวัดทางภาคกลาง เมื่อปี 2558 ในการสอบบรรจุครูผู้ช่วย ซึ่งก็สามารถลดการทุจริตได้ด้วยวิธีการนี้ เพราะเมื่อมีการสอบในท้องถิ่น ก็จะสามารถเข้าถึงและจ่ายเงินให้คนที่มีอำนาจในการเปิดสอบได้ง่ายนายธีรัตน์กล่าว 

ป.ป.ช.ได้ติดตามเฝ้าระวังในการบรรจุครูผู้ช่วยและพนักงานส่วนท้องถิ่น มีการร้องเรียนเข้ามาทุกปี และปีนี้ก็เช่นเดียวกัน สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 4 ทั้ง 12 จังหวัด วางมาตรการในการป้องกัน ได้ส่งเจ้าหน้าที่ป้องกันและเจ้าหน้าที่สืบลงไปเก็บข้อมูลในพื้นที่ทุกจังหวัด และในวันรับสมัครหรือวันที่เปิดสอบ ทาง ป.ป.ช. จะเข้าไปเฝ้าระวังตรวจสอบ 

แต่กลุ่มผู้กระทำความผิดได้วางแผนกันมาในการเรียกรับการออกข้อสอบต่างๆ ซึ่งวันที่ 28 ธ.ค.2566 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ ได้ประกาศผลการประชุมคณะกรรมการครูครั้งที่ 13/2566 จากการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ผลปรากฏว่ามีการทุจริตจริง ทางคณะกรรมการจึงได้มีมติให้ยับยั้งการปฏิบัติหน้าที่ของประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา สพป.ขอนแก่นเขต 2 และผู้แทนครูใน อกคศ.ขอนแก่นเขต 2 อีก 1 คน 

จากคณะกรรมการที่ทาง สพฐ. ได้แต่งตั้งสอบข้อเท็จจริง ปรากฏคณะกรรมการสรุปว่ามีมูล ทาง ป.ป.ช. มีการติดตามเรื่องนี้ ได้รับหนังสือบัตรสนเท่ห์เข้ามาเช่นเดียวกัน 

ผู้ร้องได้ให้ข้อมูลกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ และได้มาให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช. ซึ่งดูจากพฤติกรรมการออกข้อสอบ และการขายข้อสอบทั้ง 2 เล่ม โดยปกติแล้วการออกข้อสอบต้องทำเป็นความลับ กระบวนการต่างๆ ต้องมีการคัดเลือก แต่ฟังจากตรงนี้ปรากฏว่าการสอบ การคุมสอบหละหลวมมาก ซึ่งในกระบวนการต่างๆ ต้องแยกกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้มีอำนาจสูงสุดจะผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผิดมาตรา 157 แต่คนที่เรียกรับเงินจำนวน 600,000 บาท จะผิดมาตรา 149 และ 157 

ส่วนเจ้าหน้าที่ ถ้าได้รับมาด้วยการแบ่งเงินให้ ก็เข้ามาตรา 149 ด้วยเช่นกัน

ถ้าดูจากผู้สอบ 44 คน และผู้สอบขึ้นบัญชี วงแคบมาก หลังจากนี้ถ้าผลออกมามีมูลชี้ความผิด บุคคลที่สอบบรรจุแต่งตั้งทั้งหมดต้องออกจากราชการทั้งหมด ถ้าจ่ายเงินเข้ามาถือเป็นการสนับสนุน ตกเป็นผู้ให้สินบน เป็นผู้ร่วมกระทำความผิด ให้ออกจากราชการสถานเดียว

 

ป.ป.ช. ลุยสอบ ‘ทุจริตสอบครูผู้ช่วย’ แฉคู่มือเล่มละ 6 แสน ตรงกับข้อสอบเป๊ะ! เฉลยพร้อม รับผลสอบเบื้องต้นพบหละหลวมมาก พอมีสอบอะไรเกี่ยวกับท้องถิ่น การเรียกเงิน กลายเป็น ‘วัฒนธรรม’ ไปแล้ว

ขณะเดียวกัน วันที่ 7 มีนาคม  2567 ล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้ นายอนุศาสตร์ สอนสินพงษ์ อดีตประธาน อ.ก.ค.ศ. ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา เดินทางเข้าพบนายธีรัตน์เพื่อขอความเป็นธรรม โดยผู้ถูกกล่าวหาให้ข้อมูลว่า การร้องเรียนครั้งนี้เป็นการร้องเรียนโดยสุจริต ปราศจากการอคติ หรือความขัดแย้ง เพียงแต่มีข้อสังเกตว่า กระบวนการสอบได้ผ่านพ้นมาแล้ว 6 เดือน ผู้เข้าสอบทั้งหมด ทั้งผู้ผ่านการคัดเลือกและไม่ผ่านการคัดเลือก ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการสอบกลับไม่ได้เป็นผู้ร้องเรียนเอง แต่ผู้ร้องเรียนได้เตรียมการให้สื่อมวลชนเสนอข่าวเพื่อสร้างกระแส

ผู้ถูกกล่าวหาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผู้ร้องเรียนเป็นคนใกล้ชิดกับนักการเมือง ส.ส.ในขอนแก่น ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาเคยร้องทุกข์ดำเนินดคีกับนักการเมืองดังกล่าวในข้อหายักยอกทรัพย์ จนนำไปสู่กระบวนการทางกฎหมาย และช่วงต้นปี 2567 มีการลงคะแนนเลือกตั้งประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้สมัครเบอร์ 1 ก่อนการเลือกตั้ง ผู้ร้องเรียนก็มีการสร้างกระแสเพื่อลดความเชื่อมั่นต่อมวลสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด แต่ผู้ถูกกกล่าวหาก็ได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธานกรรมการสหกรณ์ดังกล่าว

รวมทั้งผู้ร้องเรียนได้ข่มขู่ให้ลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการสหกรณ์ หากลาออกตามที่ต้องการก็จะยุติเรื่องร้องเรียนทั้งหมด ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหาขอยืนยันด้วยความบริสุทธิ์และพร้อมเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายทุกกรณี เพราะเชื่อว่าการดำเนินการของ สพป.ขอนแก่น เขต 2 และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ดำเนินการตามกระบวนการที่ ก.ค.ศ.กำหนดทุกประการ

อย่างไรก็ตาม นายธีรัตน์ได้รับเรื่องร้องเรียนกล่าวหาการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือเหตุพิเศษฯ ปี พ.ศ.2566 และจะได้มีการติดตามและขอทราบข้อเท็จดังกล่าวจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต่อไป

เกี่ยวข้องกัน

 

รมช.ศธ. ยันเข้มคดี ‘ทุจริตครูผู้ช่วย’ ชี้ใครเอี่ยว ‘ให้ออก’ สถานเดียว ตรวจซ้ำ 40 คนสอบผ่าน

กรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)จังหวัดขอนแก่น ตรวจสอบกรณี การทุจริตการสอบ การทุจริตการจัดการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็น หรือมีเหตุพิเศษ (ว16) ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ขอนแก่น เขต 2 โดยจัดสอบ เมื่อวันที่ 19-20 สิงหาคม 2566 โดยมีข้อมูลว่า มีการจัดทำคู่มือการสอบและทำตำหนิตรงกับข้อสอบ นำมาจำหน่ายเล่มละ 600,000 นั้น

 เมื่อวันที่ 7 มีนาคม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตนได้กำชับให้ต้นสังกัด คือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ติดตามข้อมูลและตรวจสอบรายละเอียดอย่างใกล้ชิด ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มีพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการศธ. เป็นประธานเมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้มีมติให้ประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) สพป.ขอนแก่น เขต 2 ออกจากตำแหน่ง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากมีหลักฐานชัดว่า มีความผิดจริง

นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงกับข้าราชการครูที่เป็นอ.ก.ค.ศ. ในฐานะกรรมการออกข้อสอบทั้งหมด รวมถึง ย้ายสลับผู้อำนวยการเขตพื้นที่ สพป.ขอนแก่น เขต 2 ไปปฏิบัติหน้าที่ ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต 1 และตั้งกรรมการสอบวินัยอย่างร้ายแรง กับผอ.สพป.เขต2 ด้วย 

ทั้งนี้หากผลการสอบสวนพบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในครั้งนี้ด้วย ก็ต้องถูกให้ออกจากราชการสถานเดียว ส่วนครูที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งจากการจัดสอบในครั้งนี้กว่า 40 กว่ารายนั้น หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน 

ผมได้กำชับให้สพฐ.ในฐานะต้นสังกัด ให้เร่งตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด หากพบว่า มีผู้กระทำผิดเพิ่มเติมก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนครูที่ได้รับการบรรจุจากการจัดสอบในครั้งนี้ ก็ต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดหาก พบว่า เกี่ยวข้องและลามไปถึงครูกลุ่มดังกล่าวด้วย ก็จะต้องมาดูรายละเอียดทั้งหมด ส่วนตัวไม่กังวล โดยขอให้ดำเนินการทุกอย่างให้โปร่งใส และเป็นธรรมากที่สุด”  นายสุรศักดิ์ กล่าว 

เกี่ยวข้องกัน

รมว.ศธ. สั่ง ผอ. ออกจากราชการไว้ก่อน ลั่นเอาไว้ไม่ได้พวกทุจริต-โกง 

กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตากันอย่างต่อเนื่อง กรณีมีข้าราชการบำนาญ พบการทุจริตสอบครูผู้ช่วย จึงเดินทางเข้าร้อง ป.ป.ช.ขอนแก่น เรื่องทุจริตสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ- ขายข้อสอบ 6 แสนบาท ต่อหัวร่วม 42 ราย โดย นายสมชาติ สง่าภาคภูมิ ข้าราชการบำนาญ เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อนายธีรัตน์ บางเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและบูรณาการการมีส่วนร่วมต้านทุจริต รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดขอนแก่น 

โดยทางด้าน ประธานและอนุกรรมการข้าราชการครูใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 ร่วมกันทุจริตในการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วย ที่มีความจำเป็นหรือเหตุพิเศษฯ ปี พ.ศ. 2566 ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดขอนแก่น 

ผู้ร้องเรียนให้ข้อมูลว่า มีผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมเขต 2 โทรมาร้องเรียนกับตนว่าผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต 2 และประธาน อ.ก.ค.ศ. ขอนแก่น เขต 2 ร่วมกันทุจริตโดยจัดเตรียมหนังสือสอบบรรจุครูผู้ช่วยตามจำนวนตำแหน่งที่ประกาศรับสมัคร 

มีการทำตำหนิสัญลักษณ์ในข้อสอบและมีการขายข้อสอบต่อให้กับผู้ที่สมัครสอบด้วยกัน ซึ่งบุคคลที่โทรมาร้องเรียนเป็นคณะกรรมการออกข้อสอบในชุดนี้ ตนในฐานนะข้าราชการบำนาญและได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาชนในคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น จึงเป็นตัวแทนในการยื่นเรื่องร้องเรียนกรณีดังกล่าว 

นายธีรัตน์ บางเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและบูรณาการการมีส่วนร่วมต้านทุจริต รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดขอนแก่น ให้ข้อมูลว่ากรณีร้องเรียนการทุจริตสอบครูผู้ช่วย ได้มีบัตรสนเท่ห์ร้องเรียนในช่วงปลายปี พ.ศ. 2566 ทาง ปปช.ขอนแก่นอยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงและทราบว่าทาง ก.ค.ศ. มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวด้วยแล้ว ทางสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดขอนแก่น ได้ข้อเท็จจริงดังกล่าวจากสวนราชการที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างรอเอกสารประกอบการตรวจรับคำกล่าวหา ทั้งนี้ทาง เอสไอ ได้เรียกคณะกรรมการออกข้อสอบครูผู้ช่วย เข้าให้ข้อมูล  

พร้อมกันนี้ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ  ยังได้กล่าวไว้ว่า "คนทำผิดต้องได้รับการลงโทษด้วยความรวดเร็ว คนทำดีต้องได้รับการชมเชยด้วยความรวดเร็วเช่นกัน" 

ด้าน การดำเนินการกรณี สพป.ขอนแก่น เขต 2 ทุจริตสอบครูผู้ช่วย ทาง สพฐ.ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้ว และจะดำเนินการทางวินัยอย่างเต็มที่ ส่วนทาง ก.ค.ศ. ภายหลังคณะกรรมการพิจารณาแล้ว มีมติให้ออกตั้งแต่วันที่พักการปฎิบัติหน้าที่ทันที และส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินคดีทางอาญาตามอำนาจหน้าที่แล้วเช่นกัน ทั้งนี้ ในเรื่องข้าราชการทุจริต ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินการด้วยความรวดเร็ว เช่น สพฐ. ดำเนินการด้วยความรวดเร็วมาก คอยสอดส่องให้ดีที่สุดและติดตามไม่ให้เกิดตัวอย่างกับข้าราชการคนอื่นในอนาคต 

อัปเดตล่าสุดประเด็นการทุจริตการจัดสอบครูผู้ช่วย  ทาง NBT Connext มีรายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  สั่งให้ ผอ.เขต สพป.ขอนแก่น เขต 2 ออกจากราชการไว้ก่อนปม ขายข้อสอบครูผู้ช่วย 6 แสนบาท 

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เผยว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ พบทุจริตการสอบครูผู้ช่วยของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ขอนแก่น เขต 2 เนื่องจากมีการขายข้อสอบครูผู้ช่วยและทำตำหนิในโจทย์ข้อสอบราคาหลักแสนบาท นั้น 

ได้รับรายงานว่า สพฐ.ได้มีคำสั่งพักปฏิบัติหน้าที่ของ ผอ.สพป.ขอนแก่น เขต แล้ว อีกทั้ง ก.ค.ศ.ได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้แล้วเช่นเดียวกัน รวมถึงการสอบสวนความผิดทางวินัย สพฐ.ได้เร่งดำเนินการอยู่ ซึ่งมีนโยบายชัดเจนอยู่แล้วในเรื่องการทุจริตในวงราชการ หากใครทำผิดต้องโดนลงโทษให้เร็ว และใครทำดีก็ต้องได้รับคำชมเชยด้วยความรวดเร็วเช่นกัน 

ที่มา ; msn