สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M130_โครงการพัฒนาครูก่อนเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่างกำหนดตำแหน่งอย่างอื่นที่ ก.ค.ศ. เทียบเท่า สำหรับตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค. (2) ดังนี้

1.ตำแหน่งที่เทียบเท่าตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง ได้แก่ ผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะผู้อำนวยการเชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด และผู้อำนวยการสำนักงาน กศน. จังหวัด/กรุงเทพมหานคร

2. ตำแหน่งที่เทียบเท่าตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้น ได้แก่ ผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอ รองผู้อำนวยการสำนักงานาเขตพื้นที่การศึกษา รองผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด และรองผู้อำนวยการสำนักงาน กศน. จังหวัด/กรุงเทพมหานคร

3.ตำแหน่งที่เทียบเท่าตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ ได้แก่ ตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประเภท ก. ข. และ ค. (1) ที่มีวิทยฐานะเชี่ยวชาญ

4. ตำแหน่งที่เทียบเท่าตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ ได้แก่ ตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประเภท ก. ข. และ ค. (1) ที่มีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ

5.ตำแหน่งที่เทียบเท่าตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ ได้แก่ ตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประเภท ก. ข. และ ค. (1) ที่มีวิทยฐานะชำนาญการ

ทั้งนี้ ให้ยกเลิกการกำหนดตำแหน่งอย่างอื่นที่ ก.ค.ศ. กำหนด เพื่อเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัด รองศึกษาธิการจังหวัด และตำแหน่งประเภทอำนวยการ ตามที่ ก.ค.ศ. ได้เคยกำหนดไว้เดิม

นอกจากนี้ที่ประชุมเห็นชอบการจัดทำโครงการพัฒนาสมรรถนะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนการคัดเลือกเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา โดยเป็นโครงการพัฒนาสมรรถนะมีวัตถุประสงค์เพื่อ

1. ออกแบบระบบการพัฒนาสมรรถนะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก่อนการคัดเลือกเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา

2. จัดทำระบบการคัดกรองข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามหลักสมรรถนะก่อนเข้าสู่กระบวนการคัดเลือก

3. เพื่อพัฒนาหลักสูตรผู้บริหารสถานศึกษาที่ถึงพร้อมด้วยการพัฒนาศักยภาพการบริหาร และภาวะผู้นำ ก่อนการคัดเลือกเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา

4. ประเมินสมรรถนะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

5. จัดทำฐานข้อมูลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนเข้าสู่กระบวนการคัดเลือก

กลุ่มเป้าหมาย คือ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณสมบัติ เฉพาะสำหรับตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ทั้งนี้ โครงการนี้จะส่งเสริมให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพการบริหาร และภาวะผู้นา ก่อนการคัดเลือกเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา รวมถึงสำนักงาน ก.ค.ศ. จะได้มีตัวอย่างในการพัฒนาสมรรถนะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นระบบและมีความต่อเนื่อง และเพื่อให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นตัวอย่างของการนำระบบสมรรถนะมาใช้ในการสร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต่อไป

ที่มา ; เดลินิวส์ 29 ตุลาคม 2564

ข่าวเดียวกัน

เคาะเกณฑ์กำหนดตำแหน่ง 38ค.(2) เดินหน้าวิจัยพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารร.ร.

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบหลักการเกี่ยวกับการจัดทำโครงการพัฒนาสมรรถนะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนการคัดเลือกเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา โดยกำหนดให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งและมีความประสงค์จะเปลี่ยนตำแหน่งเข้าสู่สายงานดังกล่าว จะต้องผ่านการพัฒนาทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นตามที่กำหนด ในมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิชาชีพก่อน จากนั้นจึงจะเป็นผู้มีคุณสมบัติในการเข้ารับการสรรหาเข้าสู่ตำแหน่งต่อไป ดังนั้นเพื่อให้ระบบการพัฒนาสมรรถนะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนการคัดเลือกเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษามีความถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และเหมาะสม เพราะกระบวนการดังกล่าวถือเป็นกระบวนการแรกในการกลั่นกรองข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการคัดเลือก รวมทั้งยังมีความเชื่อมโยงกับระบบอื่น ๆ ต่อไป เช่น การประเมินวิทยฐานะ การประเมินผลการปฏิบัติงาน ฯลฯระยะเวลาการดำเนินการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 – 2566 

สรุปสาระสำคัญ 

คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เห็นชอบการกำหนดตำแหน่งเทียบเท่าตามมาตรา 38 ค. (2) เพื่อสร้างความชัดเจนในโครงสร้างตำแหน่ง โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ (1) ประเภทอำนวยการ แบ่งเป็นระดับสูงและระดับต้น ครอบคลุมตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ (2) ประเภทวิชาการ แบ่งตามวิทยฐานะ ได้แก่ เชี่ยวชาญ ชำนาญการพิเศษ และชำนาญการ สำหรับบุคลากรประเภท ก. ข. และ ค. (1) นอกจากนี้ยังยกเลิกเกณฑ์เดิมที่ใช้กำหนดคุณสมบัติเฉพาะของบางตำแหน่ง เพื่อให้ระบบมีความเป็นเอกภาพมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ก.ค.ศ. เห็นชอบโครงการพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรก่อนเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา โดยมุ่งเน้นการออกแบบระบบพัฒนา การคัดกรองตามสมรรถนะ การพัฒนาหลักสูตรผู้นำ การประเมินสมรรถนะ และการจัดทำฐานข้อมูลผู้มีศักยภาพ โครงการนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการเตรียมความพร้อมและคัดกรองบุคลากรอย่างเป็นระบบก่อนเข้าสู่กระบวนการคัดเลือก ช่วยยกระดับคุณภาพผู้บริหารสถานศึกษา และสร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ในระบบบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมเชื่อมโยงกับระบบประเมินอื่น เช่น วิทยฐานะและผลการปฏิบัติงาน

ข้อสอบ

ข้อ 1 วัตถุประสงค์หลักของการกำหนดตำแหน่งเทียบเท่าตามมาตรา 38 ค. (2) คือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนตำแหน่งผู้บริหาร
ข. สร้างความชัดเจนและเป็นมาตรฐานของโครงสร้างตำแหน่ง
ค. ลดภาระงานครู
ง. กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

ข้อ 2 ข้อใด “ไม่ใช่” ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง
ก. ผอ.สถานศึกษา (เชี่ยวชาญ)
ข. ผอ.สพท.
ค. รอง ผอ.สพท.
ง. ผอ.กศน.จังหวัด

ข้อ 3 การแบ่งตำแหน่งประเภทวิชาการใช้เกณฑ์ใด
ก. อายุงาน
ข. วุฒิการศึกษา
ค. วิทยฐานะ
ง. เงินเดือน

ข้อ 4 การยกเลิกเกณฑ์เดิมส่งผลสำคัญอย่างไร
ก. เพิ่มขั้นตอนการคัดเลือก
ข. ลดความซ้ำซ้อนของระบบ
ค. เพิ่มอำนาจส่วนกลาง
ง. ลดจำนวนบุคลากร

ข้อ 5 โครงการพัฒนาสมรรถนะก่อนเข้าสู่ผู้บริหารมีเป้าหมายหลักข้อใด
ก. เพิ่มเงินเดือน
ข. คัดเลือกคนเก่งโดยไม่ต้องอบรม
ค. เตรียมความพร้อมด้านภาวะผู้นำ
ง. ลดระยะเวลาคัดเลือก

ข้อ 6 ขั้นตอนใดถือเป็น “ด่านแรก” ของการเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหาร
ก. การสอบข้อเขียน
ข. การสัมภาษณ์
ค. การพัฒนาสมรรถนะและคัดกรอง
ง. การแต่งตั้ง

ข้อ 7 ระบบสมรรถนะช่วยส่งเสริมสิ่งใดมากที่สุด
ก. ความรวดเร็ว
ข. ความโปร่งใส ตรวจสอบได้
ค. ความเข้มงวด
ง. ความเป็นอิสระ

ข้อ 8 หากต้องการเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ต้องผ่านขั้นตอนใดก่อน
ก. สมัครโดยตรง
ข. การรับรองจากชุมชน
ค. การพัฒนาสมรรถนะตามมาตรฐาน
ง. การสอบสัมภาษณ์เท่านั้น

ข้อ 9 โครงการนี้เชื่อมโยงกับระบบใด
ก. ระบบงบประมาณ
ข. ระบบประเมินวิทยฐานะและผลการปฏิบัติงาน
ค. ระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ง. ระบบประกันคุณภาพภายนอก

ข้อ 10 แนวคิดสำคัญของการปฏิรูประบบครั้งนี้คืออะไร
ก. เน้นอาวุโส
ข. เน้นความสัมพันธ์
ค. เน้นสมรรถนะ (Competency-based)
ง. เน้นปริมาณงาน

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม