สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ก.ค.ศ.เห็นชอบหลักเกณฑ์ฯ คัดเลือก ผอ.เขต/รอง ผอ.เขต

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 4/2565 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2565 โดยนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และ รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุม 

ที่ประชุมได้เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 

สืบเนื่องจาก ก.ค.ศ. ได้กำหนดมาตรฐานตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใหม่ และมีผลบังคับใช้ทันที ส่งผลให้คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของตำแหน่งต่าง ๆ ในแต่ละสายงานเปลี่ยนไป ประกอบกับบริบทต่าง ๆ ในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไป

สำนักงาน ก.ค.ศ. จึงดำเนินการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกฯ ให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพบริบทในปัจจุบัน สามารถคัดเลือกผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ที่มีความรู้ความสามารถ ตรงตามคุณลักษณะงานตามมาตรฐานตำแหน่ง มีทักษะ และศักยภาพในการขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศ โดยสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

หลักเกณฑ์และวิธีการฯ ที่ปรับปรุงในครั้งนี้ ใช้สำหรับการคัดเลือกฯ ในทุกพื้นที่ โดยกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกฯ ให้เป็นไปตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ตามมาตรฐานตำแหน่งฯ ตาม ว 3/2564 และมีบัญชีเดียวไม่แยกเป็นบัญชี สพป. และ สพม. ซึ่งผู้บริหารต้องสามารถขับเคลื่อนนโยบายในการบริหารจัดการศึกษาได้ทุกระดับและทุกพื้นที่

หลักสูตรการคัดเลือก ควรกำหนดให้มี 3 ภาค เช่นเดิม ได้แก่
          ภาค ก ความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานในหน้าที่ และความสามารถในการวิเคราะห์กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานและการนำไปใช้ (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) ประกอบด้วย 2 วิชา คือ
                  – วิชาความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานในหน้าที่ (คะแนน 50 คะแนน)
                   – วิชาความสามารถในการวิเคราะห์กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานและการนำไปใช้ ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน (คะแนน 50 คะแนน)
          ภาค ข ความสามารถทางการบริหาร (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) ตามองค์ประกอบการประเมิน ดังนี้
                   – ประวัติและประสบการณ์ทางการบริหาร (คะแนน 50 คะแนน)
                   – ผลงาน (คะแนน 50 คะแนน)
          ภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)ตามองค์ประกอบ ดังนี้
                   – วิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนา เขตพื้นที่การศึกษา (คะแนน 50 คะแนน)
                   – สัมภาษณ์ (คะแนน 50 คะแนน)
          – เกณฑ์การตัดสิน  ผู้ผ่านการคัดเลือก ภาค ก ต้องได้คะแนน ไม่ต่ำกว่าร้อยละห้าสิบ จึงจะมีสิทธิเข้ารับการประเมิน ภาค ข และ ภาค ค และผู้ได้รับการคัดเลือก ต้องได้คะแนน ภาค ก ภาค ข และ ภาค ค แต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละห้าสิบ และต้องได้คะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบ โดยให้นำคะแนนทั้ง 3 ภาค มารวมกัน เพื่อให้ได้ผู้บริหารการศึกษาที่มีคุณภาพ มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ มีประสบการณ์ และศักยภาพ สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาให้มีประสิทธิภาพนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

การขึ้นบัญชี กำหนดให้มีอายุ 2 ปี

การบรรจุและแต่งตั้ง ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบตามมาตรฐานตำแหน่ง และจะต้องประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติหน้าที่ เป็นระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง

การพัฒนาผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งฯ ให้เป็นไปตามที่ส่วนราชการกำหนด 

ที่มา ; ศธ 360 องศา

ข่าวเกี่ยวกัน

บอร์ด ก.ค.ศ.’ เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์เฟ้น ‘ผอ.-รอง ผอ.เขตพื้นที่ฯ’ ไม่แยกบัญชี สพป.-สพม.

เมื่อวันที่ 28 เมษายน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และตำแหน่งรองผู้อำนวยการ สพท. สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เนื่องจาก ก.ค.ศ. ได้กำหนดมาตรฐานตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใหม่ และมีผลบังคับใช้ทันที ส่งผลให้คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของตำแหน่งต่างๆ ในแต่ละสายงานเปลี่ยนไป ประกอบกับบริบทปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไป ก.ค.ศ. จึงดำเนินการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกฯ ให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพบริบทในปัจจุบัน โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวมีสาระสำคัญ ดังนี้ หลักเกณฑ์และวิธีการฯ ที่ปรับปรุงในครั้งนี้ ใช้สำหรับการคัดเลือกฯในทุกพื้นที่ โดยกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกฯ ให้เป็นไปตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ตามมาตรฐานตำแหน่งฯ ตาม ว 3/2564 และมีบัญชีเดียวไม่แยกเป็นบัญชีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ซึ่งผู้บริหารต้องสามารถขับเคลื่อนนโยบายในการบริหารจัดการศึกษาได้ทุกระดับและทุกพื้นที่ 

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ส่วนหลักสูตรการคัดเลือก ควรกำหนดให้มี 3 ภาค เช่นเดิม ได้แก่

  • ภาค ก ความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานในหน้าที่ และความสามารถในการวิเคราะห์กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานและการนำไปใช้ ประกอบด้วย 2 วิชา คือ วิชาความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานในหน้าที่ และวิชาความสามารถในการวิเคราะห์กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานและการนำไปใช้ ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน
  • ภาค ข ความสามารถทางการบริหาร ตามองค์ประกอบการประเมิน ดังนี้ ประวัติและประสบการณ์ทางการบริหาร และ ผลงาน
  • ภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง ตามองค์ประกอบ ดังนี้ วิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนา เขตพื้นที่การศึกษา สัมภาษณ์

ส่วนเกณฑ์การตัดสิน ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกภาค ก ต้องได้คะแนน ไม่ต่ำกว่าร้อยละห้าสิบ จึงจะมีสิทธิเข้ารับการประเมิน ภาค ข และ ภาค ค ผู้ได้รับการคัดเลือกต้องได้คะแนน ภาค ก ภาค ข และ ภาค ค แต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละห้าสิบ และต้องได้คะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบ โดยให้นำคะแนนทั้ง 3 ภาค มารวมกัน เพื่อให้ได้ผู้บริหารการศึกษาที่มีคุณภาพ มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ มีประสบการณ์ และศักยภาพ สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาให้มีประสิทธิภาพนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ส่วนการขึ้นบัญชี กำหนดให้มีอายุ 2 ปี การบรรจุและแต่งตั้ง ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบตามมาตรฐานตำแหน่ง และจะต้องประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติหน้าที่ เป็นระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง ทั้งนี้การพัฒนาผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งฯ ให้เป็นไปตามที่ส่วนราชการกำหนด 

หลังจากนี้ สพฐ.จะเร่งประกาศหลักเกณฑ์คัดเลือกผู้อำนวยการ สพท. และรองผู้อำนวยการ สพท.ภายใน 15 พฤษภาคม และจะเปิดรับสมัครภายเดือนมิถุนายนนี้ โดยจะต้องเร่งดำเนินการคัดเลือกให้เสร็จภายในเดือนกันยายนเพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ทั้งนี้ที่ประชุมเน้นย้ำถึงการคัดเลือกผู้อำนวยการ สพท.และรองผู้อำนวยการ สพท.ว่าต้องดูมาตรฐานจริยธรรมให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ด้วย เพราะเมื่อมาเป็นผู้บริหารระดับสูงแล้ว นอกเหนือจากความสามารถในการทำงานต้องมีจริยธรรมควบคู่กันด้วย” น.ส.ตรีนุช กล่าว 

 

ความเห็นของผู้ชม