
ฟินแลนด์เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับระบบการศึกษา จนได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก แนวคิดด้านการศึกษาของประเทศนี้กลายเป็นแบบอย่างให้กับหลายประเทศที่ต้องการพัฒนาการศึกษา โดยภายในงานอีเว้นท์ออนไลน์ Startup Thailand x Innovation Thailand Expo 2020 ที่จัดขึ้นเมื่อ 1-4 กันยายนที่ผ่านมา ในช่วง Inclusive Society ได้มี “แอนเดรียส ชไลเคอร์” ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาการศึกษาและทักษะ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organization for Economic Co-operation and Development – OECD) และ “มาร์จานา ซัล” ทูตการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการศึกษาตามแนวทางของฟินแลนด์
“แอนเดรียส” กล่าวว่า ได้เห็นถึงปัญหาของระบบการศึกษาบางประเทศ รวมถึงประเทศไทย ที่มุ่งแต่จะเพิ่มเวลาเรียน แต่ไม่ได้พัฒนาเด็กในด้านอื่น ๆ เหมือนประเทศฟินแลนด์
“จากนี้ไประบบการศึกษาโลกต้องมีการเปลี่ยนแปลง โดยเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญกับเด็ก เพื่อเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้ในสาขาที่ตัวเองสนใจมากขึ้น และการสอนมีแนวโน้มที่จะมุ่งไปสู่ช่องทางดิจิทัลเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการประเมินผลการเรียนรู้ ผ่านการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินผล รวมถึงใช้วิเคราะห์แนวทางการสอน
สำหรับประเทศไทย ยังอาจก้าวไม่ทันระบบการศึกษาแบบฟินแลนด์ แต่การนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาปรับใช้กับการศึกษาน่าจะพอมีให้ได้เห็นบ้าง เพื่อให้เด็กและครูไทยก้าวทันกับเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นอันสอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 ของภาครัฐ
“มาร์จานา” กล่าวว่า การจะมีหลักสูตรที่ทำให้คนมีความสามารถในการแข่งขันได้นั้นครูต้องมีส่วนร่วมในการออกแบบ เพื่อให้การเรียนการสอนมีความยืดหยุ่น
“การเพิ่มจำนวนปีการศึกษาของสถาบันการศึกษาไม่ได้ช่วยปรับปรุงทักษะการเรียนรู้ของเด็ก สิ่งที่เด็กควรมี คือ แนวคิดที่พร้อมเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างหาก เด็กที่กล้าเรียนรู้จากความผิดพลาดและฉลาดในการใช้เทคโนโลยีจะมีการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่ดี”
ทั้งนี้เพราะการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของประชากร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และช่วยนำทางให้ประเทศเลือกการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืนได้
องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ แนะนำนานาประเทศควรมีการศึกษาที่มุ่งไปสู่ช่องทางดิจิทัล รวมทั้งใช้บล็อกเชนมาช่วยวิเคราะห์ เพื่อพัฒนาแนวทางการสอน
ที่มา ; ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 10 กันยายน 2563
ฟินแลนด์เป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับว่ามีระบบการศึกษาที่มีคุณภาพสูงที่สุดในโลก และเป็นต้นแบบให้หลายประเทศนำไปพัฒนาแนวทางการศึกษา “แอนเดรียส ชไลเคอร์” จาก OECD และ “มาร์จานา ซัล” ทูตการศึกษาฟินแลนด์ ได้สะท้อนแนวคิดสำคัญว่า ระบบการศึกษาควรเปลี่ยนจากการเพิ่มเวลาเรียนไปสู่การพัฒนาทักษะรอบด้านของผู้เรียน โดยเฉพาะทักษะที่สอดคล้องกับยุคดิจิทัล
เทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญต่อการเรียนรู้ เช่น การเรียนผ่านระบบดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยบล็อกเชน และการประเมินผลที่แม่นยำขึ้น ครูจะเปลี่ยนบทบาทจากผู้ถ่ายทอดความรู้เป็นผู้สนับสนุนและผู้ประเมินการเรียนรู้ ทำให้ครูต้องพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
ระบบการศึกษาควรมุ่งเน้นทักษะเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ การคิดเชิงวิเคราะห์ และความรู้แบบสหวิทยาการ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถแก้ปัญหาซับซ้อนได้ด้วยตนเอง ขณะเดียวกัน การออกแบบหลักสูตรควรให้ครูมีส่วนร่วมเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น
แนวคิดสำคัญคือการไม่เน้นจำนวนปีการศึกษา แต่เน้น “คุณภาพการเรียนรู้” และทัศนคติที่พร้อมเผชิญความท้าทาย เรียนรู้จากความผิดพลาด และใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแนวทาง Thailand 4.0
แนวคิดหลักของระบบการศึกษาฟินแลนด์ตามบทความคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนชั่วโมงเรียนให้มากที่สุด
ข. เน้นการแข่งขันทางวิชาการสูงสุด
ค. พัฒนาทักษะรอบด้านและคุณภาพผู้เรียน
ง. ลดบทบาทครูทั้งหมดในระบบการศึกษา
เฉลย: ค
เหตุผล: ฟินแลนด์เน้น “คุณภาพและทักษะผู้เรียนรอบด้าน” ไม่ใช่เวลาเรียนหรือการแข่งขัน
บทบาทใหม่ของครูในยุคดิจิทัลตามบทความคือข้อใด
ก. ผู้บรรยายเนื้อหาเป็นหลัก
ข. ผู้ควบคุมวินัยนักเรียน
ค. ผู้ช่วยประเมินและสนับสนุนการเรียนรู้
ง. ผู้จัดสอบเพียงอย่างเดียว
เฉลย: ค
เหตุผล: ครูเปลี่ยนจากผู้สอนเป็นผู้สนับสนุนและประเมินผล
เทคโนโลยีมีบทบาทต่อการศึกษาอย่างไรตามบทความ
ก. ลดความสำคัญของการเรียนรู้
ข. เพิ่มโอกาสการเรียนรู้เฉพาะทางและแม่นยำ
ค. ทำให้ไม่ต้องมีครู
ง. ใช้แทนการเรียนทั้งหมด
เฉลย: ข
เหตุผล: เทคโนโลยีช่วยเพิ่มความแม่นยำและเปิดโอกาสการเรียนรู้เฉพาะทาง
สิ่งที่ไม่ใช่แนวทางสำคัญของการศึกษาในอนาคตคือข้อใด
ก. ทักษะเทคโนโลยี
ข. ความคิดสร้างสรรค์
ค. การเพิ่มชั่วโมงเรียน
ง. การคิดเชิงวิเคราะห์
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความวิจารณ์การเพิ่มเวลาเรียนว่าไม่ช่วยพัฒนา
บล็อกเชนในระบบการศึกษามีประโยชน์ด้านใด
ก. ลดจำนวนครู
ข. ใช้แทนหลักสูตรทั้งหมด
ค. วิเคราะห์ข้อมูลและประเมินผล
ง. เพิ่มชั่วโมงเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ใช้เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินผลการเรียนรู้
เหตุผลสำคัญที่ครูต้องพัฒนาตนเองคืออะไร
ก. เพื่อเลื่อนตำแหน่ง
ข. เพื่อสอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง
ค. เพื่อเพิ่มเวลาสอน
ง. เพื่อควบคุมนักเรียนมากขึ้น
เฉลย: ข
เหตุผล: เทคโนโลยีเปลี่ยนบทบาทครูอย่างมาก
การออกแบบหลักสูตรที่ดีควรเป็นอย่างไร
ก. ครูไม่มีส่วนร่วม
ข. เน้นแบบตายตัว
ค. ยืดหยุ่นและครูมีส่วนร่วม
ง. ใช้เฉพาะส่วนกลางกำหนดทั้งหมด
เฉลย: ค
เหตุผล: ครูควรมีส่วนร่วมเพื่อความยืดหยุ่น
ทักษะใดสำคัญที่สุดสำหรับผู้เรียนในยุคใหม่
ก. การท่องจำ
ข. การคัดลอกข้อมูล
ค. การใช้เทคโนโลยีและแก้ปัญหา
ง. การทำข้อสอบเร็ว
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นทักษะคิดวิเคราะห์และใช้เทคโนโลยี
เหตุใดการเพิ่มปีการศึกษาเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ
ก. ทำให้ค่าใช้จ่ายสูง
ข. ไม่เพิ่มทักษะการเรียนรู้
ค. ทำให้ครูเหนื่อย
ง. ทำให้เด็กสอบตก
เฉลย: ข
เหตุผล: ไม่ได้พัฒนาทักษะจริงของผู้เรียน
เป้าหมายสูงสุดของการศึกษาตามบทความคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนผู้เรียน
ข. ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
ค. แข่งขันด้านคะแนนสอบ
ง. ลดบทบาทเทคโนโลยี
เฉลย: ข
เหตุผล: การศึกษาคือฐานของคุณภาพชีวิตและการพัฒนาที่ยั่งยืน