M148_สพฐ. แจงหลักสูตรใหม่กำหนด 6 สมรรถนะผู้เรียน
นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)มีนโยบายขับเคลื่อนนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและคุณภาพของผู้เรียน โดยให้ความสำคัญในการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการจัดการศึกษาของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)การปรับหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัยและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 ทั้งนี้สพฐ.ได้ดำเนินการจัดทำ ร่างกรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ…..(หลักสูตรฐานสมรรถนะ) โดยมีการกำหนดสมรรถนะหลัก 6 สมรรถนะสำคัญ ได้แก่ การจัดการตนเอง การคิดขั้นสูง การสื่อสาร การรวมพลังทำงานเป็นทีม การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน และสมรรถนะเฉพาะ ซึ่งเป็นสมรรถนะประจำรายวิชา
นางเกศทิพย์ กล่าวต่อว่า การจัดทำ ร่างกรอบหลักสูตรฯ ดังกล่าว ช่วยหลอมตัวชี้วัดและการบูรณาการข้ามกลุ่มสาระซึ่งช่วงชั้นที่ 1 หรือประถมศึกษาปีที่1-3 ได้ออกมาเป็น 70 ผลลัพธ์การเรียนรู้ และกำลังดำเนินการในช่วงชั้นต่อๆไป ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในกระบวนการของการศึกษาวิจัยและพัฒนา โดยนำไปทดลองใช้กับโรงเรียนนำร่องในพื้นที่นวัตกรรม265 โรงเรียนจาก 8 จังหวัด ซึ่งได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ กาญจนบุรี ศรีสะเกษ ระยอง สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสผ่านการใช้กระบวนการพี่เลี้ยงพาทำหลักสูตรสถานศึกษา นอกจากนี้ ยังมีการประชุมระดมความคิดเห็น ใน 13 โรงเรียนที่เกี่ยวข้อง และมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวางผ่านการระดมสมอง และมีการอบรมและสร้างความเข้าใจผ่าน online โรงเรียนนำร่องและผู้ที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ โดยสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ CBE Thailand (https://cbethailand.com/)
“ในส่วนของการปรับเปลี่ยนการจัดการเรียนรู้ เพื่อเป้าหมายในการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน ตอนนี้ไม่มีความกังวลแต่ประการใด เพราะสถานศึกษามีผู้นำทางวิชาการที่เข้มแข็ง ผนวกกับการพัฒนาอบรมครูในการสอน Active Learning ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และมีการประสานกับนักวิชาการในพื้นที่ และมีการบูรณาการตัวชี้วัดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 จึงทำให้การจัดการเรียนรู้ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรใด ก็ให้ความสำคัญกับเป้าหมายเดียวกันคือ การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน”นางเกศทิพย์ กล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 24 พฤศจิกายน 2564
ข่าวเกี่ยวข้องกัน
สพฐ. เดินหน้าพัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่สมรรถนะผู้เรียน
เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ให้ขับเคลื่อนนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและคุณภาพของผู้เรียน โดยให้ความสำคัญในการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการจัดการศึกษาของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ. นโยบายที่ 1 การปรับหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัยและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นไปตามแผนการปฏิรูปประเทศ ฉบับปรับปรุง ที่ให้มีการปฏิรูปการเรียนรู้โดยการปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนตามหลักสูตรอิงมาตรฐานในปัจจุบัน ไปสู่การเรียนรู้ที่พัฒนาสมรรถนะผู้เรียน
ในการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน สามารถดำเนินการได้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่งเป็นการจัดการเรียนรู้ โดยการบูรณาการตัวชี้วัดและการบูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ เพื่อกำหนดเป็นหน่วยการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสภาพบริบทของสถานศึกษา ความต้องการของนักเรียนและชุมชน โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีความสุขในการเรียน และนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยมีสถานศึกษาดำเนินการแล้วกว่าร้อยละ 90 ตัวอย่างเช่น รร.บ้านคาโต จ.ปัตตานี มีการนำตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มาบูรณาการ โดยในช่วงเช้าจะเรียนสาระหลัก ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษามาลายู และภาษาอาหรับ ผ่านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ส่วนช่วงบ่ายเป็นการจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและมีการบูรณการจากอาชีพของผู้ปกครอง ซึ่งสถานศึกษาแต่ละแห่งสามารถดำเนินการออกแบบให้เหมาะสมกับบริบทของตนเองได้
สำหรับการจัดการเรียนรู้แบบ Active learning สามารถดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้หลายรูปแบบ เช่น การใช้โครงงานเป็นฐาน (PBL), GPAS 5 Steps, หลักสูตรอารยเกษตร, การใช้กระบวนการวิจัย, มอนเตสซอรีสำหรับระดับปฐมวัย, STEM Education, จิตศึกษา, การใช้แผนผังความคิด, การทดลองการศึกษาจากแหล่งการเรียนรู้และการใช้เกมเป็นฐานและการใช้กิจกรรมเป็นฐาน เป็นต้น
นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังได้ดำเนินการจัดทำ (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ…..(หลักสูตรฐานสมรรถนะ) โดยมีการกำหนดสมรรถนะหลัก 6 สมรรถนะสำคัญ ได้แก่ การจัดการตนเอง การคิดขั้นสูง การสื่อสาร การรวมพลังทำงานเป็นทีม การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน และสมรรถนะเฉพาะ ซึ่งเป็นสมรรถนะประจำรายวิชา อีกทั้ง การจัดทำ (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ…..(หลักสูตรฐานสมรรถนะ) ยังช่วยหลอมตัวชี้วัดและการบูรณาการข้ามกลุ่มสาระ ซึ่งช่วงชั้นที่ 1 ได้ออกมาเป็น 70 ผลลัพธ์การเรียนรู้ และกำลังดำเนินการในช่วงชั้นต่อๆไป ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในกระบวนการของการศึกษาวิจัยและพัฒนา โดยนำไปทดลองใช้กับโรงเรียนนำร่องในพื้นที่นวัตกรรม 265 โรงเรียนจาก 8 จังหวัด ซึ่งได้แก่จังหวัดเชียงใหม่ กาญจนบุรี ศรีสะเกษ ระยอง สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ผ่านการใช้กระบวนการพี่เลี้ยงพาทำหลักสูตรสถานศึกษา...
นอกจากนี้ ยังมีการประชุมระดมความคิดเห็น (Focus group) ใน 13 โรงเรียนที่เกี่ยวข้อง และมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวางผ่านการระดมสมอง และมีการอบรมและสร้างความเข้าใจผ่าน online โรงเรียนนำร่องและผู้ที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ โดยสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ CBE Thailand (https://cbethailand.com/)
จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 หรือการจัดการเรียนการสอนตาม (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. …. (หลักสูตรฐานสมรรถนะ) ต่างยังคงให้ความสำคัญกับผลลัพธ์สุดท้าย คือ “สมรรถนะผู้เรียน” เช่นเดียวกัน
รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของการปรับเปลี่ยนการจัดการเรียนรู้ เพื่อเป้าหมายในการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน ตอนนี้ไม่มีความกังวลแต่ประการใด เพราะสถานศึกษามีผู้นำทางวิชาการที่เข้มแข็ง ผนวกกับการพัฒนาอบรมครูในการสอน Active Learning ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และมีการประสานกับนักวิชาการในพื้นที่และมีการบูรณาการตัวชี้วัดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 จึงทำให้การจัดการเรียนรู้ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรใด ก็ให้ความสำคัญกับเป้าหมายเดียวกันคือ การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน นั่นเอง ทั้งนี้หลังเข้ามารับตำแหน่งรองเลขาธิการ กพฐ. และได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้านวิชาการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อย่างเป็นทางการ อีกทั้งยังได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่โฆษก สพฐ. เพื่อประชาสัมพันธ์งานด้านการศึกษาอีกหน้าที่หนึ่งด้วย ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างการรับรู้ และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภารกิจที่ สพฐ. ดำเนินการ ผ่านการประชาสัมพันธ์ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา
ที่มา ; เดลินิวส์ 24 พฤศจิกายน 2564
สรุปสาระสำคัญ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขับเคลื่อนนโยบายยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยมุ่งพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 และนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ผ่านการจัดทำ (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. … หรือหลักสูตรฐานสมรรถนะ ซึ่งกำหนดสมรรถนะหลัก 6 ด้าน ได้แก่ การจัดการตนเอง การคิดขั้นสูง การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน รวมถึงสมรรถนะเฉพาะรายวิชา
หลักสูตรดังกล่าวช่วยหลอมรวมตัวชี้วัดและบูรณาการข้ามกลุ่มสาระ โดยช่วงชั้นที่ 1 (ป.1–3) เหลือ 70 ผลลัพธ์การเรียนรู้ และอยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนา ผ่านการทดลองใช้ในโรงเรียนนำร่องพื้นที่นวัตกรรม 265 แห่ง จาก 8 จังหวัด พร้อมกระบวนการพี่เลี้ยง การระดมความคิดเห็น และการอบรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน สพฐ. ย้ำว่าการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนสามารถดำเนินการได้ภายใต้หลักสูตรแกนกลาง พ.ศ. 2551 โดยใช้การบูรณาการตัวชี้วัดและ Active Learning เป็นกลไกสำคัญ ซึ่งสถานศึกษากว่าร้อยละ 90 สามารถดำเนินการได้ดี ภายใต้การนำของผู้นำทางวิชาการที่เข้มแข็ง เป้าหมายสูงสุดของทั้งสองหลักสูตรจึงสอดคล้องกัน คือการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนอย่างยั่งยืน
ข้อสอบ
ข้อ 1
สาระสำคัญที่สุดของการจัดทำ (ร่าง) หลักสูตรฐานสมรรถนะ คือข้อใด
ก. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกลุ่มสาระการเรียนรู้
ข. การลดภาระงานเอกสารของครู
ค. การมุ่งพัฒนาผลลัพธ์ด้านสมรรถนะของผู้เรียน
ง. การยกเลิกหลักสูตรแกนกลาง พ.ศ. 2551
ข้อ 2
เหตุผลใดสะท้อนว่า “หลักสูตรฐานสมรรถนะ” ยังไม่บังคับใช้ทั่วประเทศ
ก. ครูยังขาดความเข้าใจ
ข. ยังอยู่ในขั้นวิจัยและพัฒนา
ค. ยังไม่มีงบประมาณรองรับ
ง. เขตพื้นที่ยังไม่พร้อม
ข้อ 3
บทบาทใดของผู้นำสถานศึกษาที่เอื้อต่อการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนมากที่สุด
ก. การควบคุมการสอนให้เป็นรูปแบบเดียวกัน
ข. การเน้นการสอบวัดผลเป็นหลัก
ค. การส่งเสริม Active Learning และ PLC
ง. การเพิ่มชั่วโมงเรียนในรายวิชาหลัก
ข้อ 4
ข้อใดสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างหลักสูตรแกนกลาง พ.ศ. 2551 กับหลักสูตรฐานสมรรถนะ
ก. ใช้กลุ่มสาระการเรียนรู้เหมือนกัน
ข. มีรูปแบบการประเมินเหมือนกัน
ค. มุ่งเป้าหมายการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนร่วมกัน
ง. ใช้ตัวชี้วัดจำนวนเท่ากัน
ข้อ 5
หากผู้บริหารสถานศึกษานำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปใช้โดยไม่คำนึงถึงบริบทโรงเรียน ความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดคือข้อใด
ก. การต่อต้านจากผู้ปกครอง
ข. การเพิ่มภาระงานครูโดยไม่เกิดผลจริง
ค. การขาดแคลนสื่อการสอน
ง. การไม่ผ่านการประเมินภายนอก
คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม