สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M314_สั่ง สพฐ.-ก.ค.ศ.-สป.ศธ. ปรับงาน รองรับ พ.ร.บ.แก้ไขคำสั่ง คสช.

17 กันยายน 2565 / นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 3 เมษายน พุทธศักราช 2560 พ.ศ. …. ไปแล้วนั้น 

ขั้นตอนต่อไป รัฐสภาจะส่งให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อใช้บังคับเป็นกฎหมาย 

โดยระหว่างนี้ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะเตรียมความพร้อมรองรับการประกาศใช้กฎหมายฉบับดังกล่าว ซึ่งเป็นการโอนภารกิจด้านการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ไปให้คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา) และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา) โดยจะดำเนินการการเตรียมการรองรับฯ ใน 3 ส่วน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่นไม่สะดุด ดังนี้

·    ส่วนที่ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) ซึ่งดูแลศึกษาธิการจังหวัด เตรียมการถ่ายโอนภารกิจด้านการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จาก กศจ.ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา รวม 245 เขต สำหรับงานเกี่ยวกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษา ตลอดจนการให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดยังอยู่ที่ กศจ.

·   ส่วนที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะได้รับภารกิจเรื่องการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจาก กศจ. ก็ต้องเตรียมคน และเตรียมระบบสร้างเสริมความรู้ความเข้าใจแก่ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ และบุคลากรให้มีความพร้อม เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ตามหลักธรรมาภิบาล พร้อมทั้งให้ สพฐ.เตรียมงบประมาณรองรับภารกิจใหม่ด้วย

·   ส่วนที่ คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) จะต้องกำหนดองค์ประกอบ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา และ การสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการดำเนินงาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จะเกิดขึ้นตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้

ทั้งนี้ ในร่างกฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดไว้ด้วยว่า องค์ประกอบของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา ต้องมีผู้แทน กศจ.อย่างน้อย 1 คน และนายอำเภอหรือผู้แทนอย่างน้อย 1 คน สำหรับกรุงเทพมหานครให้มีผู้อำนวยการเขต หรือผู้แทนอย่างน้อย 1 คน ร่วมเป็นองค์ประกอบด้วย โดย ก.ค.ศ.ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 90 วันนับตั้งแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ ” รมว.ศธ.กล่าว 

ที่มา ; ศธ. 360 องศา 

สรุปสาระสำคัญ 

ภายหลังสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 19/2560 ว่าด้วยการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค กระทรวงศึกษาธิการเตรียมความพร้อมรองรับการบังคับใช้กฎหมาย โดยสาระสำคัญคือการโอนอำนาจด้านการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ไปยังคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) ประจำเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษา รวม 245 เขต เพื่อให้การบริหารงานบุคคลใกล้พื้นที่และคล่องตัวมากขึ้น 

การเตรียมการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ (1) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบการถ่ายโอนภารกิจ โดย กศจ. ยังทำหน้าที่ด้านนโยบายและแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัด (2) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เตรียมบุคลากร ระบบ และงบประมาณ เพื่อให้การดำเนินงานของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯ เป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และ (3) ก.ค.ศ. กำหนดองค์ประกอบ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯ พร้อมปรับหลักเกณฑ์การดำเนินงานให้สอดคล้องกฎหมายใหม่ ทั้งนี้ กำหนดกรอบเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่นไม่สะดุด 

ข้อสอบ

ข้อ 1 สาระสำคัญที่สุดของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ในมิติการบริหารการศึกษา คือข้อใด
ก. การรวมศูนย์อำนาจการบริหารงานบุคคล
ข. การลดบทบาทสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. การกระจายอำนาจการบริหารงานบุคคลสู่ระดับเขตพื้นที่
ง. การเพิ่มอำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ข้อ 2 เหตุใดจึงกำหนดให้การเตรียมความพร้อมรองรับกฎหมายใหม่แบ่งเป็น 3 ส่วน
ก. เพื่อแบ่งภาระงานตามสายบังคับบัญชา
ข. เพื่อให้แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่เฉพาะ
ค. เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานให้เสร็จภายใน 30 วัน
ง. เพื่อป้องกันการทับซ้อนอำนาจของ กศจ.

ข้อ 3 หากท่านเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ผลกระทบโดยตรงที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือข้อใด
ก. การเปลี่ยนแปลงหลักสูตรสถานศึกษา
ข. โครงสร้างการบริหารงานบุคคลและการแต่งตั้งโยกย้าย
ค. ระบบงบประมาณสถานศึกษา
ง. การประเมินผลผู้เรียนระดับชาติ

ข้อ 4 การกำหนดให้มีผู้แทน กศจ. และนายอำเภอในองค์ประกอบ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯ สะท้อนหลักการใดเด่นชัดที่สุด
ก. หลักการรวมศูนย์
ข. หลักประสิทธิภาพเชิงเทคนิค
ค. หลักธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วม
ง. หลักการแข่งขันเสรี

ข้อ 5 กรอบเวลา 90 วันที่กำหนดไว้ในกฎหมาย มีนัยเชิงนโยบายอย่างไร
ก. เป็นการจำกัดอำนาจ ก.ค.ศ.
ข. เป็นการเร่งรัดเพื่อป้องกันสุญญากาศทางอำนาจ
ค. เป็นเพียงกรอบเวลาเชิงสัญลักษณ์
ง. เป็นการลดขั้นตอนการบริหารงานบุคคล
 

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น