สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพมนุษย์

จิตใจ ปัญญา อารมณ์ และภาวะผู้นำ มิติทั้ง 4 ที่ประสานเชื่อมโยงกันเป็นร่างแหอย่างไม่อาจแยกออกจากกันได้ หัวใจของยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพมนุษย์อย่างยั่งยืน

ความท้าทายและผลกระทบกระแสการเปลี่ยนแปลงโลกทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะการระบาดของไวรัสโควิด 19 และโอกาสการกลับมาระบาดซ้ำ ทำให้องค์กรธุรกิจต่างๆ ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเป็นวงกว้าง และได้สร้างความตระหนักถึงความจำเป็นต่อการปรับตัวอย่างมีนัยสำคัญเพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการแข่งขันและเพื่อความอยู่รอดขององค์กรธุรกิจอย่างยั่งยืน

ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล จากสถาบันอินทรานส์ Hipot - การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคง ยั่งยืน เผยว่า ทางออกของปัญหาแต่ทุกวันนี้ เราลงทุนด้านการพัฒนาคนมากมายเพื่อหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ผลที่ได้ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง อีกทั้งยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง ไม่เป็นรูปธรรม และไม่ยั่งยืน ดังนั้น เพื่อความยั่งยืน การพัฒนาจึงต้องก้าวข้ามจากมุมมองแค่การปรับเปลี่ยน (Change) มาเป็นการปฏิรูป (Transformation)

และกระบวนการปฏิรูปเพื่อยกระดับศักยภาพมนุษย์อย่างยั่งยืนนั้น เราจำเป็นต้องสร้างฉากทัศน์ของการพัฒนาขึ้นมาใหม่อย่างเป็นองค์รวม ครอบคลุมทุกมิติชีวิต ได้แก่ จิตใจ ปัญญา อารมณ์ และภาวะผู้นำ กล่าวคือ

ฉากทัศน์ด้านจิตใจ เมื่อพิจารณาถึงมิติด้านจิตใจ ฐานรากของการพัฒนาในมิตินี้คือ "กรอบความคิด" กรอบความคิดคือแหล่งที่มาของศักยภาพภายใน แรงบันดาลใจ แรงขับเคลื่อนภายใน แต่ขีดความสามารถใดๆ ที่แสดงออกมานั้น ยังไงก็ไม่เกินกรอบความคิด หากต้องการจะยกศักยภาพ เราต้องเปลี่ยนกรอบความคิดใหม่ กรอบความคิดเปลี่ยนได้ กรอบความคิดเป็นของตนเอง เราจึงมีอำนาจเหนือมัน เมื่อเรามีอำนาจเหนือมัน เราจึงควบคุมมันได้ นั่นคือเราสามารถเลือกตอบสนองได้เมื่อมีเหตุการณ์อะไรมากระทบ เมื่อเราเลือกได้ นั่นคือเราสามารถนำตนเองได้ หากเรานำตนเองได้ เราก็เปลี่ยนตนเองได้ เพื่อเล่นเชิงรุก ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืนจึงต้องเริ่มที่ตนเองก่อนเสมอ คุณสมบัติในการนำตนเองนี้เองคือ ฐานรากที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน

ฉากทัศน์ด้านปัญญา เมื่อพูดถึงมิติด้านปัญญา ฐานรากของการพัฒนาปัญญาคือ "แนวคิดเชิงระบบ" แนวคิดเชิงระบบคือการเห็นความจริงว่า ความรู้ใดๆ เกิดขึ้นจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ ดังนั้น ความคิดสร้างสรรค์จึงเกิดจากการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่าง นอกจากนี้ การคิดเชิงระบบยังช่วยให้เข้าใจว่าปัญหาต่างๆ มันเป็นระบบซ้อนระบบ ปัญหาทับซ้อนปัญหา ทุกปัญหาล้วนเชื่อมโยงและส่งผลถึงกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว การรับมือกับปัญหาจึงต้องเปิดมุมมองใหม่ โดยต้องเป็นการแก้ปัญหาเชิงระบบที่ซับซ้อน

ฉากทัศน์ด้านอารมณ์ เมื่อพิจารณาถึงมิติด้านอารมณ์ ฐานรากอันเป็นที่มาของอารมณ์คือ "ตัวตน" ตัวตนต้องการคุณค่าและความหมาย เมื่อพิจารณาถึงในทุกขณะที่บุคคลมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยความหมายที่แท้จริงแล้ว โลกของตัวตนภายในกำลังก้องสะท้อนระหว่างกันอยู่ ทั้งต่อตนเองและกับบุคคลอื่น

ในกรณีของการก้องสะท้อนที่มีต่อตนเอง การเห็นคุณค่าตนเองจะนำไปสู่ความมั่นคงทางอารมณ์ มีความเชื่อมั่นภายในมั่นคง มีความเข้มแข็ง มีภูมิต้านทาน ยืนหยัด อดทนและสามารถปลดปล่อยศักยภาพตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่

ในกรณีของการก้องสะท้อนที่มีต่อบุคคลอื่น การเห็นคุณค่าในความแตกต่างจะนำไปสู่การเปิดใจกว้างรับฟัง เกิดความเข้าใจ ความไว้วางใจ ความเชื่อมั่นที่มีต่อกัน และศรัทธาภาวะนี้จึงจะสามารถระเบิดศักยภาพทีมงานออกมาเสริมกันได้อย่างมีพลังร่วม มีเอกภาพ เป็นหนึ่งเดียว

ฉากทัศน์ด้านภาวะผู้นำ เมื่อพิจารณาถึงมิติด้านภาวะผู้นำ คุณสมบัติอันเป็นฐานรากของมิตินี้คือ "คุณค่าความเป็นมนุษย์" การจะสร้างการเปลี่ยนแปลงและนำองค์กรให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันได้นั้นต้องการผู้นำ ภาวะผู้นำจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อตน (ในฐานะผู้นำ) ต้องได้รับการยอมรับจากทีมงานหรือผู้ตาม และบุคคลจะยอมรับใครว่ามีภาวะผู้นำ ก็ต่อเมื่อตน (ในฐานะผู้ตาม) ต้องได้รับการยอมรับเสียก่อน มันคือการยอมรับในคุณค่าและความหมายของความเป็นมนุษย์ เพราะใครก็ตามเห็นและยอมรับว่าฉันมีค่า ฉันก็เห็นและยอมรับว่าเขามีค่าเช่นกันภาวะนี้เท่านั้นที่ภาวะผู้นำจะเกิดขึ้นได้

การสร้างฉากทัศน์ยุทธศาสตร์ การพัฒนาศักยภาพมนุษย์อย่างยั่งยืน ในการสร้างฉากทัศน์ของการยกระดับขีดความสามารถของมนุษย์เพื่อความยั่งยืนนั้นต้องเริ่มด้วยมิติด้านจิตใจที่เห็นความจริงว่า การเปลี่ยนแปลงใดๆ ต้องเริ่มที่การปรับตนเองก่อนเสมอ ด้วยการปรับกรอบความคิดตนเองเพื่อสร้างทัศนคติเชิงบวก สามารถระเบิดศักยภาพจากภายในเพื่อสร้างการนำตนเอง เพื่อเล่นเชิงรุก ทั้งนี้ ในการเล่นเชิงรุกเพื่อยกระดับขีดความสามารถในด้านการแข่งขันนั้นต้องใช้มิติที่ 2 คือ ปัญญา ปัญญามาจากแนวคิดเชิงระบบด้วยมุมมองที่ว่า ความรู้ใดๆ มาจากการสร้างความเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่าง บุคคลจึงสามารถจัดการกับปัญหาเชิงซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสามารถสร้างมุมมองเชิงองค์รวมเพื่อสร้างนวัตกรรมที่แปลกใหม่ที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ

ด้วยการปรับเปลี่ยนทั้งมิติด้านจิตใจและปัญญา บุคคลจึงสามารถยกระดับตนเองทั้งภายในและภายนอก แต่ในโลกแห่งการมีปฏิสัมพันธ์กันนั้น การที่บุคคลจะสามารถทำงานร่วมกันได้ มิติที่ต้องพิจารณาต่อมาคือ อารมณ์ คุณสมบัติหนึ่งด้านอารมณ์คือ ศรัทธาศรัทธาจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการที่บุคคลต้องเห็นคุณค่าระหว่างกัน มันคือ การเห็นคุณค่าในความแตกต่างแต่การที่บุคคลจะให้ศรัทธากับบุคคลอื่น บุคคลคนนั้นต้องศรัทธาตนเองก่อน นั่นคือ เขาต้องเห็นคุณค่าตนเองก่อนเสมอการเห็นคุณค่าตนเอง บุคคลจึงสามารถสร้างความเข้มแข็ง ความมั่นคงภายใน มีภูมิต้านทาน จึงจะสามารถระเบิดศักยภาพภายในตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่และการเห็นคุณค่าในความแตกต่างจึงเป็นที่มาของการระเบิดศักยภาพทีมงานอย่างมีพลังร่วม

ในการทำงานเป็นทีม ธรรมชาติขององค์กรย่อมต้องมีผู้นำ ผู้ตามและภาวะผู้นำจะเกิดขึ้นได้ต้องตั้งอยู่บนฐานของการเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ เพราะมนุษย์ต้องการกำลังใจ การยอมรับ การให้เกียรติ การมอบอำนาจ การให้ความสำคัญ เมื่อบุคคลได้รับการเห็นคุณค่า เขาย่อมให้คุณค่าตอบเพราะใครก็ตามเห็นฉันมีค่า ฉันก็เห็นเขามีค่าเช่นกัน ภาวะผู้นำจึงเกิดขึ้น สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงทีมงานให้ไปในแนวเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพ

จะเห็นว่า ฉากทัศน์ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพมนุษย์อย่างยั่งยืนจะต้องประกอบด้วยมิติทั้ง 4 คือ จิตใจ ปัญญา อารมณ์ และภาวะผู้นำที่บุคคลสามารถสร้างการนำตนเอง เล่นเชิงรุก ด้วยกรอบความคิดเชิงบวกสามารถแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีคุณค่าด้วยแนวคิดเชิงระบบสามารถสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ด้วยการเห็นคุณค่าตนเองสามารถสร้างทีมงานที่มีความเข้มแข็งอย่างมีพลังร่วมด้วยการเห็นคุณค่าในความแตกต่างและสามารถนำทีมงาน สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นเอกภาพด้วยการเห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์

เพราะมิติทั้ง 4 ประสานเชื่อมโยง ถักทอหลอมรวมกันเป็นร่างแหอย่างไม่อาจแยกออกจากกันได้ 

บทความโดย ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ 

ที่มา ; ไทยโพสต์ วันที่ 13 ก.ค. 2563

สรุปสาระสำคัญ 

บทความ นำเสนอ แนวคิด การพัฒนา ศักยภาพ มนุษย์ อย่างยั่งยืน ภายใต้ การเปลี่ยนแปลง ของ โลก ด้าน สังคม เศรษฐกิจ และ เทคโนโลยี รวมถึง ผลกระทบ จาก โควิด19 ที่ ทำให้ องค์กร ต้อง ปรับตัว เพื่อ ความ อยู่รอด และ แข่งขัน อย่าง ยั่งยืน
ชี้ว่า การพัฒนา คน ที่ ผ่าน มา มัก เน้น การเปลี่ยนแปลง มากกว่า การปฏิรูป จึง ไม่ ก่อ ให้ เกิด ผล ที่ ยั่งยืน และ ต้อง ก้าว สู่ การปฏิรูป ศักยภาพ มนุษย์ แบบ องค์รวม
โดยประกอบด้วย 4 มิติหลัก ได้แก่ จิตใจ ปัญญา อารมณ์ และภาวะผู้นำ ที่เชื่อมโยงกันเป็นระบบเดียว

มิติ จิตใจ เน้น กรอบ ความคิด เป็น ฐาน ของ การนำตนเอง หาก เปลี่ยน กรอบ ความคิด ได้ จะ สามารถ ควบคุม การตอบสนอง และ พัฒนา ตนเอง ได้ อย่าง ยั่งยืน
มิติ ปัญญา เน้น แนวคิด เชิงระบบ เห็น ความเชื่อมโยง ของ องค์ประกอบ ทำให้ เข้าใจ ปัญหา ซับซ้อน และ แก้ไข ได้ อย่าง เป็นระบบ
มิติ อารมณ์ มุ่ง เน้น การ เห็น คุณค่า ตนเอง และ ผู้อื่น นำไปสู่ ความ มั่นคง ทาง อารมณ์ ความ เชื่อมั่น และ การ ทำงาน ร่วมกัน อย่าง มี พลัง
มิติ ภาวะผู้นำ ตั้ง อยู่ บน ฐาน คุณค่า ความ เป็น มนุษย์ การ ยอมรับ และ การ ให้ เกียรติ ซึ่ง ส่งผล ต่อ ความ เป็น เอกภาพ ของ องค์กร

ทั้ง 4 มิติ ต้อง บูรณาการ ร่วมกัน เพื่อ สร้าง การ พัฒนา มนุษย์ อย่าง ยั่งยืน ที่ สามารถ นำตนเอง แก้ ปัญหา สร้าง นวัตกรรม และ ทำงาน เป็น ทีม ได้ อย่าง มี ประสิทธิภาพ
สรุปคือ การพัฒนาต้องเริ่มจากภายในสู่ภายนอก

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

แนวคิดสำคัญที่สุดของบทความนี้คือข้อใด
ก. การเพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจ
ข. การพัฒนาศักยภาพมนุษย์แบบองค์รวม
ค. การใช้เทคโนโลยีแทนแรงงาน
ง. การแข่งขันทางธุรกิจเป็นหลัก

เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเน้นการพัฒนามนุษย์ 4 มิติแบบบูรณาการเพื่อความยั่งยืน

 

ข้อ 2

เหตุผลที่ต้อง “ปฏิรูป” มากกว่า “เปลี่ยนแปลง” เพราะอะไร
ก. ใช้ทรัพยากรน้อยกว่า
ข. ทำได้รวดเร็วกว่า
ค. เกิดผลยั่งยืนและลึกซึ้งกว่า
ง. ลดการแข่งขันในองค์กร

เฉลย: ค
เหตุผล: การปฏิรูปเป็นการเปลี่ยนเชิงโครงสร้างและลึกซึ้งกว่า Change

 

ข้อ 3

ฐานรากของ “การนำตนเอง” คืออะไร
ก. ประสบการณ์ชีวิต
ข. กรอบความคิด
ค. ความรู้ทางวิชาการ
ง. แรงจูงใจภายนอก

เฉลย: ข
เหตุผล: จิตใจเริ่มจาก mindset ที่กำหนดพฤติกรรมและการควบคุมตนเอง

 

ข้อ 4

แนวคิดเชิงระบบ (System Thinking) ช่วยเรื่องใดมากที่สุด
ก. การทำงานเร็วขึ้น
ข. การลดต้นทุน
ค. การเข้าใจปัญหาเชิงซับซ้อน
ง. การเพิ่มอำนาจผู้นำ

เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการเห็นความเชื่อมโยงของปัญหาและองค์ประกอบ

 

ข้อ 5

การเห็นคุณค่าตนเองส่งผลต่อด้านใดมากที่สุด
ก. ความมั่นคงทางอารมณ์
ข. ความสามารถทางกายภาพ
ค. ระบบงานราชการ
ง. โครงสร้างองค์กร

เฉลย: ก
เหตุผล: อารมณ์มั่นคง เกิดจาก self-worth และ self-esteem

 

ข้อ 6

การทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพตามบทความต้องอาศัยอะไร
ก. การแข่งขันภายในทีม
ข. การควบคุมอย่างเข้มงวด
ค. การเห็นคุณค่าความแตกต่าง
ง. การลดจำนวนสมาชิก

เฉลย: ค
เหตุผล: อารมณ์เชิงบวกและการยอมรับความแตกต่างสร้างพลังร่วม

 

ข้อ 7

ภาวะผู้นำเกิดขึ้นได้จากพื้นฐานใด
ก. อำนาจตามตำแหน่ง
ข. การสั่งการ
ค. การเห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์
ง. ความสามารถด้านเทคโนโลยี

เฉลย: ค
เหตุผล: ผู้นำเกิดจากการยอมรับคุณค่าระหว่างกัน

 

ข้อ 8

การพัฒนานวัตกรรมใหม่ในบทความสัมพันธ์กับมิติใดมากที่สุด
ก. จิตใจ
ข. ปัญญา
ค. อารมณ์
ง. ภาวะผู้นำ

เฉลย: ข
เหตุผล: ปัญญาเชิงระบบช่วยสร้างการเชื่อมโยงใหม่และนวัตกรรม

 

ข้อ 9

ข้อใดเป็นลำดับการพัฒนาที่ถูกต้องตามบทความ
ก. ภายนอก → ภายใน
ข. ปัญญา → จิตใจ → อารมณ์
ค. จิตใจ → ปัญญา → อารมณ์ → ภาวะผู้นำ
ง. อารมณ์ → ปัญญา → จิตใจ

เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเรียงจากภายในสู่ภายนอกและบูรณาการทั้ง 4 มิติ

 

ข้อ 10

หัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนตามบทความคือข้อใด
ก. การเพิ่มงบประมาณ
ข. การควบคุมคน
ค. การพัฒนาทั้ง 4 มิติอย่างเชื่อมโยง
ง. การใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

เฉลย: ค
เหตุผล: ความยั่งยืนเกิดจากการบูรณาการจิตใจ ปัญญา อารมณ์ และภาวะผู้นำ

ความเห็นของผู้ชม