สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ถูกไล่ออกย้อนหลังต้องคืนบำนาญจะอ้างกฎหมายล้างมลทินไม่ได้

 ข้าราชการถูก คณะกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงก่อนเกษียณอายุราชการ

แล้วต่อมารับเงินบำนาญตอนเกษียณ ต่อมาถูกคำสั่งลงโทษไล่ออกมีผลนับแต่เกษียณ นอกจากนี้ ระหว่างนั้นยังมีพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ ใช้บังคับด้วย มีปัญหาว่าจะต้องคืนเงินบำเหน็จบำนาญเต็มจำนวนหรือไม่อย่างไร 

ศาลปกครองสูงสุดที่วินิจฉัยว่า เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนหาข้อเท็จจริงตามข้อกล่าวหา กรณีจึงถือได้ว่าข้าราชการผู้ถูกกล่าวหาได้ทราบข้อเท็จจริงแล้วว่าตนมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทางวินัยก่อนออกจากราชการโดยกรณียังไม่ถึงที่สุดอันอาจเป็นเหตุให้ต้องตกเป็นผู้ไม่มีสิทธิรับบำเหน็จบำนาญ รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นจากทางราชการ 

การที่ผู้ถูกกล่าวหาได้เกษียณอายุราชการไปก่อนที่ผลการพิจารณาทางวินัยจะเสร็จสิ้นโดยได้รับเงินบำเหน็จบำนาญ ย่อมถือว่าข้าราชการดังกล่าวตกอยู่ในฐานะไม่สุจริตแต่ในขณะนั้น เมื่อต่อมาการดำเนินการทางวินัยแล้วเสร็จและหน่วยงานต้นสังกัดมีคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ พร้อมทั้งแจ้งให้ส่งคืนเงินบำเหน็จบำนาญที่รับไป กรณีจึงต้องคืนเงินที่ได้รับไปเต็มจำนวนตามมาตรา ๔๑๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และไม่อาจอ้างพระราชบัญญัติล้างมลทินได้ 

เนื่องจากการล้างมลทินมีผลเพียงเป็นการลบล้างประวัติการถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์ทางวินัย โดยถือว่าผู้ที่ได้รับการล้างมลทินไม่เคยถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์ทางวินัยเท่านั้น แต่มิได้มีผลลบล้างการกระทำความผิดที่จะทำให้คำสั่งไล่ออกจากราชการกลายเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่ผู้ได้รับการล้างมลทินในอันที่จะเรียกร้องสิทธิหรือประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น 

ข้อมูลจาก : คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.139/2563.

เรียบเรียงโดย เศรษฐวัฒน์ โชควรกุล. 2565.

ที่มา ; FB กฎหมายมหาชนในชีวิตประจำวัน

 

ความเห็นของผู้ชม