สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M268_‘ตรีนุช’ ปลื้ม เมื่อ IMD จัดอันดับการศึกษาไทยขยับขึ้น

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ล่าสุด ผลการจัดอันดับ IMD ประจำปี 2565 ในด้านการศึกษา อยู่อันดับที่ 53 ดีขึ้นจากปีก่อนถึง 3 อันดับ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญ และได้กล่าวไว้ในคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ศธ.จึงกำหนดเป็นนโยบายสำคัญ และตัวชี้วัดการปฏิบัติราชการของทุกหน่วยงาน โดยมีสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เป็นหน่วยงานหลักที่ผลักดันเรื่องความสามารถทางการแข่งขันด้านการศึกษา 

ดัชนี IMD เป็นการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในด้านต่างๆ โดยการศึกษาเป็นปัจจัยด้านหนึ่งที่ถูกประเมินด้วยการใช้ตัวชี้วัดกลางเดียวกันในทุกประเทศ ซึ่งผลการประเมินจะนำมาสนับสนุนการกำหนดกรอบนโยบาย และพัฒนาการศึกษาของไทยให้มีคุณภาพ และมีมาตรฐานในระดับสากลได้ 

หลังจากมอบหมายให้ สกศ.จัดทำแผนการยกระดับสมรรถนะทางการศึกษาของไทย ด้วยการพัฒนาผลการจัดอันดับ IMD แล้ว ในปีแรกสามารถยกอันดับการศึกษาของไทยให้ดีขึ้นได้ถึง 3 อันดับ จากตัวชี้วัดด้านการศึกษาทั้งหมด 19 ตัว มีตัวชี้วัดถึง 12 ตัวที่มีอันดับดีขึ้นอย่างมาก เช่น งบประมาณรายจ่ายด้านการศึกษาต่อ GDP ที่ขยับขึ้นจากเดิมถึง 10 อันดับ และอัตราส่วนนักเรียนต่อครู 1 คน ที่สอนระดับประถม ที่มีครู 1 คนต่อนักเรียน 14 คน ได้อันดับที่ 28 ซึ่งเป็นอันดับที่ดีที่สุดอีกด้วย” น.ส.ตรีนุชกล่าว 

น.ส.ตรีนุชกล่าวต่อว่า อันดับ IMD ด้านการศึกษาที่พัฒนาดีขึ้นนั้น ศธ.และทุกภาคส่วน ร่วมมือกันขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้เข้าถึงผู้เรียนเป็นสำคัญ ผ่านโครงการสำคัญต่างๆ เช่น โครงการพาน้องกลับมาเรียน โครงการอาชีวะ อยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ รวมถึง แผนการเพิ่มค่าใช้จ่ายรายหัวนักเรียน เป็นต้น ซึ่งตัวชี้วัดนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการขับเคลื่อนการศึกษาไทยที่มุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกันกับเป้าหมายที่นานาชาติเล็งเห็นถึงความสำคัญ 

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ ศธ.ดีใจได้ แต่กังวลว่าจะมีการนำเรื่องดังกล่าวมาใช้ทางการเมือง เพราะในข้อเท็จจริง ตัวระบบ และโครงสร้างของการศึกษาไม่ดีขึ้น กลับแย่ลง ปัญหาต่างๆ เพิ่มขึ้น เช่น เด็กออกกลางคันที่เพิ่มขึ้น เด็กประสบภาวะถดถอยทางการเรียนรู้เพิ่มขึ้น การไม่เปลี่ยนแปลงหลักสูตรการเรียนรู้ให้ทันกับปัจจุบัน เป็นต้น จะเห็นว่าปัญหาเหล่านี้ขัดแย้งกับอันดับของ IMD ที่เพิ่มขึ้น 

ส่วนการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาหลายปียังไม่เห็นปลายทางของการปฏิรูปการศึกษาว่าจะทำอย่างไร จะดำเนินการอย่างไร เพราะขนาดผู้นำประเทศยังบอกให้ทุกอย่างอยู่กับที่ บอกให้ใช้หลักสูตรการเรียนรู้แบบเดิม ๆ ให้สอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองแบบเดิม ๆ มองว่าผลการจัดอันดับของต่างประเทศที่ทำขึ้น ศธ.ควรนำมาพิจารณาดูก่อนว่า สาเหตุที่อันดับของประเทศเพิ่มขึ้นอาจเกิดจากปัจจัยที่ทั่วโลกประสบปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 และปัญหาเศรษฐกิจหรือไม่ ดังนั้น อย่าเพิ่งหลงดีใจ เพราะเราอาจจัดการปัญหาวิกฤตโควิด-19 ได้ดี แต่คุณภาพการศึกษากลับถดถอย ย่ำอยู่กับที่ และมองไม่เห็นอนาคต” ศ.ดร.สมพงษ์กล่าว

มติชนออนไลน์ วันที่ 21 มิถุนายน 2565

 

 

ข่าวเกี่ยวกัน

'IMD'ขยับการศึกษาไทยสูงขึ้น 3 อันดับ สูงสุดในรอบ 5 ปี

นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า ตามที่มีรายงานผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดย World Competitiveness Center ของ International Institute for Management Development หรือ IMD สวิตเซอร์แลนด์ ประจำปี 2565 พบว่า ประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 33 จาก 63 เขตเศรษฐกิจ มีอันดับลดลง 5 อันดับ 

ซึ่งทาง สกศ. ได้ศึกษาข้อมูลพบว่า ปัจจัยด้านเศรษฐกิจได้รับผลกระทบมากที่สุด จากผลกระทบสะสมจากการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ยังมีข่าวดีเช่นกันเพราะอันดับ IMD การศึกษาของประเทศไทย ขยับมาอยู่ที่อันดับ 53 จากเดิมอยู่ที่อันดับ 56 ในปี 2564 ทะยานขึ้น 3 อันดับ และเป็นอันดับดีที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งภาพสะท้อนสำคัญต่อการชี้ทิศและขับเคลื่อนการศึกษาของประเทศไทยที่มีการเปลี่ยนแปลงที่ดียิ่งขึ้น 

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สกศ. ยังได้รายงานข้อมูลสำคัญไปถึงสำนักงาน IMD สวิตเซอร์แลนด์โดยตรง ส่งผลให้รายงานข้อมูลมีความครอบคลุมมากขึ้นในหลากหลายมิติและลงลึกรายละเอียดที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยข้อมูลที่น่าสนใจตัวชี้วัดการศึกษาของไทยมีอันดับที่ดีขึ้น 12 ตัวชี้วัดจากทั้งหมด 19 ตัวชี้วัด และมีพัฒนาการมากที่สุด 2-3 ตัวชี้วัด ได้แก่ งบประมาณด้านการศึกษาเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 3.7 ของ GDP ทะยานขึ้น 10 อันดับ คือ อันดับที่ 49 จากเดิมอันดับ 59 รองลงมาดัชนีผลสัมฤทธิ์ของการอุดมศึกษา ขยับเป็นร้อยละ 34 ดีขึ้น 4 อันดับ คือ อันดับที่ 45 จากเดิมอันดับ 49 รวมทั้งดัชนีงบประมาณด้านการศึกษาเมื่อเทียบกับนักเรียนในทุกระดับการศึกษาที่รัฐบาลไทยทุ่มงบฯ เพิ่มขึ้น ส่งผลที่ดีขึ้น 3 อันดับ คือ อันดับที่ 53 จากเดิมอันดับ 56

ตัวชี้วัดด้านการศึกษาที่มีอันดับดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น อัตราส่วนนักเรียนต่อครู 1 คนที่สอนในระดับประถมศึกษา ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยืนยันความทุ่มเทของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันอันดับ IMD การศึกษาไทยให้ดียิ่งขึ้นไป อย่างไรก็ตาม เรายังต้องการความร่วมมือจากเสาหลักเศรษฐกิจทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย รวมทั้งหอการค้าต่างประเทศ และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาคธุรกิจและเอกชน เพื่อผลักดันระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น นายอรรถพลกล่าวอีกว่า 

ก้าวต่อไปของ สกศ. ในการชี้ทิศและพัฒนาการศึกษาไทยที่ดียิ่งขึ้นไปอีก สิ่งสำคัญที่ต้องเร่งขับเคลื่อน 2 ประเด็นสำคัญ คือ

          1.การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บฐานข้อมูลด้านการศึกษา ที่มีความสมบูรณ์และสะท้อนตัวชี้วัดการศึกษาที่มีความครอบคลุมมากที่สุด ซึ่งจำเป็นต้องบูรณาการฐานข้อมูลร่วมกันทั้งจากองค์กรหลักของ ศธ. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และ

          2.การกระชับความร่วมมือกับภาคผู้ประกอบการ/เอกชน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน และร่วมออกแบบนโยบายการศึกษาในโลกยุคใหม่ที่ต้องรวดเร็วและทันท่วงทีต่อการเปลี่ยนแปลง โดย สกศ. ต้องเรียนรู้ร่วมกับภาคเอกชนเพื่อช่วยยกระดับกำลังคนสมรรถนะสูงเติมเต็มคนคุณภาพสู่ตลาดแรงงาน ช่วยขับเคลื่อนเครื่องยนต์เศรษฐกิจพาประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลางรวดเร็วยิ่งขึ้น และยังต้องส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่มีความสามารถที่จะยืดหยุ่นและปรับตัวทั้งเรื่องการทำงานและการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 เพราะแรงจูงใจการศึกษาที่เปลี่ยนไป และอันดับ IMD คือเครื่องมือสำคัญช่วยปรับนโยบายการศึกษาของไทยที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่มากขึ้น 

ที่มา ; ไทยโพสต์ 21 มิถุนายน 2565 

สรุปสาระสำคัญ 

ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการศึกษาของประเทศไทย โดย IMD ประจำปี 2565 พบว่า อันดับการศึกษาไทยขยับดีขึ้นจากอันดับ 56 เป็นอันดับ 53 ซึ่งดีขึ้น 3 อันดับ และถือเป็นอันดับดีที่สุดในรอบ 5 ปี สะท้อนความพยายามของกระทรวงศึกษาธิการที่กำหนดให้การยกระดับอันดับ IMD เป็นนโยบายสำคัญ โดยมอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน ผ่านการจัดทำแผนพัฒนาสมรรถนะทางการศึกษา และการใช้ข้อมูลตัวชี้วัดสากล 19 ตัวชี้วัด

ตัวชี้วัดที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ได้แก่ งบประมาณด้านการศึกษาเมื่อเทียบกับ GDP อัตราส่วนนักเรียนต่อครูระดับประถมศึกษา รวมถึงงบประมาณรายหัวนักเรียนและผลสัมฤทธิ์ระดับอุดมศึกษา ซึ่งสะท้อนการลงทุนด้านการศึกษาและการเข้าถึงผู้เรียนมากขึ้น โดยมีโครงการสำคัญ เช่น พาน้องกลับมาเรียน อาชีวะอยู่ประจำเรียนฟรี และการเพิ่มค่าใช้จ่ายรายหัวนักเรียน 

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการด้านการศึกษาแสดงความกังวลว่า อันดับที่ดีขึ้นอาจไม่สอดคล้องกับคุณภาพเชิงโครงสร้างที่แท้จริง เนื่องจากยังมีปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบ การถดถอยทางการเรียนรู้ และการไม่ปรับหลักสูตรให้ทันสมัย จึงเห็นว่าควรใช้ผลจัดอันดับ IMD เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างรอบคอบ ไม่ใช่ยึดเป็นความสำเร็จเชิงตัวเลขเพียงอย่างเดียว

 

ข้อสอบ 

ข้อ 1 

การที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดผลการจัดอันดับ IMD เป็นตัวชี้วัดการปฏิบัติราชการ สะท้อนแนวคิดการบริหารแบบใดมากที่สุด
ก. การบริหารเชิงอำนาจ
ข. การบริหารตามหลักคุณธรรม
ค. การบริหารเชิงผลสัมฤทธิ์
ง. การบริหารแบบมีส่วนร่วม

 

ข้อ 2 

ข้อใดเป็น “ข้อจำกัด” สำคัญของการใช้ดัชนี IMD เป็นเครื่องชี้คุณภาพการศึกษา ตามมุมมองนักวิชาการ
ก. ใช้ตัวชี้วัดเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว
ข. ไม่สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างภายในระบบ
ค. เน้นด้านเศรษฐกิจมากกว่าสังคม
ง. ขาดความน่าเชื่อถือในระดับสากล

 

ข้อ 3 

หากผู้บริหารสถานศึกษาจะนำบทเรียนจาก IMD ไปใช้เชิงปฏิบัติ ควรดำเนินการใด “เหมาะสมที่สุด”
ก. เร่งรายงานผลการดำเนินงานเชิงปริมาณ
ข. ปรับการเรียนการสอนให้สอดคล้องตัวชี้วัดสากลควบคู่บริบทจริง
ค. มุ่งเพิ่มงบประมาณเป็นหลัก
ง. ใช้ผลจัดอันดับเพื่อสร้างภาพลักษณ์องค์กร

 

ข้อ 4 

จากบทความ ข้อใดเป็น “ปัจจัยเสริม” ที่อาจทำให้อันดับ IMD ของไทยดีขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องสะท้อนคุณภาพการศึกษาโดยตรง
ก. การปฏิรูปหลักสูตรฐานสมรรถนะ
ข. การจัดการเรียนรู้เชิงรุก
ค. สถานการณ์โควิด-19 และเศรษฐกิจโลก
ง. การพัฒนาครูมืออาชีพ

 

ข้อ 5 

แนวทางใดสอดคล้องกับ “ก้าวต่อไป” ของ สกศ. มากที่สุด
ก. การแข่งขันระหว่างสถานศึกษา
ข. การรวมศูนย์อำนาจการบริหาร
ค. การบูรณาการฐานข้อมูลและร่วมมือภาคเอกชน
ง. การรักษาหลักสูตรเดิมเพื่อความต่อเนื่อง

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น