สมาชิกเข้าสู่ระบบ

Beautiful Death วิชาตายอย่างมีคุณภาพ

จุฬาฯ เปิดวิชาออนไลน์ Beautiful Death เข้าใจชีวิตผ่านมุมมองการตายอย่างมีคุณภาพ คอร์สใหม่จาก Chula MOOC พาผู้เรียนไปตีสนิทกับความตาย เป็นประโยชน์ต่อ "คนเป็น" เพราะถึงที่สุดแล้วคนเราก็หนีการตายไม่พ้น ดังนั้นการทำความเข้าใจเรื่องการตาย การจัดการอารมณ์ของผู้ที่อยู่ในภาวะใกล้ตาย การจัดการอารมณ์ของผู้ที่ต้องสูญเสียจึงเป็นเรื่องจำเป็น

"การตายอย่างมีคุณภาพ" (Beautiful Death) วิชาออนไลน์ล่าสุดจาก Chula MOOC จึงเป็นวิชาที่น่าสนใจ ซึ่งจะพาผู้เรียนไปตีสนิทกับความตาย โดยเฉพาะความหมายของ "การตายดี" หรือตายอย่างมีคุณภาพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อ "คนเป็น" ที่จะได้รับรู้คุณค่าความหมายของการมีชีวิตอยู่ 

วิชานี้ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดสอนมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2552 พอถึงปี 2560 จึงได้เปิดเป็น "วิชาการศึกษาทั่วไป" (GenEd) และด้วยกระแสความสนใจอย่างล้นหลามและต่อเนื่องจากผู้เรียน ปัจจุบันจึงได้เปิดเป็นคอร์สออนไลน์ทาง Chula MOOC เพื่อให้ผู้สนใจทั่วไปได้ร่วมเรียนรู้ด้วย

 

"การตาย" ในทัศนะของคนยุคนี้

"เรามีชีวิตอยู่ไปทำไม?" คำถามง่ายๆ แต่กลับหาคำตอบได้ยากเย็น โดยเฉพาะในยามที่ชีวิตกำลังถูกทดสอบจากอุปสรรคสารพัดที่ประดังเข้ามา รวมทั้งช่วงเวลานี้ วันที่ผู้คนทั่วโลกกำลังประสบเภทภัยจากการแพร่ระบาดหนักของเชื้อไวรัสโคโรน่าอย่างไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงในเร็ววัน

การพลัดพรากตายจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกๆ นาที ขณะที่ครอบครัวนับล้านล้วนต้องก้าวผ่านการสูญเสียด้วยความเศร้าโศก ญาติสนิทมิตรสหายที่เคยเห็นหน้าต้องจากกันโดยไม่ทันร่ำลา ประสบการณ์ "การตาย" ใกล้ตัวเราเข้ามาทุกวัน ทั้งปรากฏผ่านภาพข่าวรายวันและรายงานยอดผู้เสียชีวิตจากทางการ การรับข่าวสารเช่นนี้เป็นประจำย่อมทำให้ภาพการตายถูกลดทอนเหลือเพียงข้อมูลเชิงสถิติ หรือไม่ก็ถูกตรึงความหมายกลายเป็นเพียงสภาวะชวนขนลุกกระตุ้นต่อมความกลัว

"โดยพื้นฐานแล้ว ความตายเป็นสิ่งที่มนุษย์กลัวที่สุด" ศาสตราจารย์ ดร.เอมอัชฌา วัฒนบุรานนท์ คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวถึงปฏิกิริยาของมนุษย์ต่อการตาย "ยามป่วยไข้ มนุษย์ก็จะดิ้นรนรักษา ยามประสบภัยก็จะต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ความกลัวตายเป็นอาการของมนุษย์ปกติเช่นเดียวกับสัตว์โลกอื่นๆ"

ทัศนะต่อประสบการณ์การตายกับความหมายของการมีชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบันถูกจำแนกแยกขาดออกจากกันเด็ดขาด ชีวิตผู้คนวันนี้เหินห่างจากการเรียนรู้เรื่องการตายจนกระทั่งภาพการตายกลายเป็นโลกคู่ตรงข้ามกับการมีชีวิต ทั้งๆ ที่ความเชื่อเดิม การตายและการมีชีวิตอยู่เป็นคนละด้านของเหรียญเดียวกัน

"การเปิดมุมมองเรื่องความตายว่าไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว แต่เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์นั้น มีความสำคัญต่อการค้นหาความหมายหรือคุณค่าของการมีชีวิตอยู่" ศ.ดร.เอมอัชฌา กล่าวถึงความตั้งใจในการเปิดสอนวิชา Beautiful Death 

 

การตายอย่างมีคุณภาพคืออะไร

ศ.ดร.เอมอัชฌา อธิบายคุณลักษณะของการตายอย่างมีคุณภาพว่าหมายถึง "การตายอย่างสมศักดิ์ศรี ตายในวัยที่เหมาะสม" หรือไม่ตายก่อนวัยอันควร

 

แล้วการตายอย่างสมศักดิ์ศรี ตายอย่างไร

"ขณะใกล้ตายก็ควรมีคนในครอบครัว ญาติ หรือเพื่อนสนิท คอยอยู่เคียงข้างเพื่อเป็นกำลังใจให้เราข้ามผ่านช่วงเวลาสำคัญที่สุดของชีวิต และหลังจากไปก็มีคนระลึกถึง เพราะฉะนั้น ช่วงที่เรามีชีวิตอยู่จึงสำคัญ ถ้าปรารถนาการตายอย่างมีคุณภาพ ตายอย่างสมศักดิ์ศรี เราจำเป็นต้องประพฤติตนหมั่นทำความดีเพื่อให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ระลึกถึง"

วิชาการตายดี จึงเป็นการชวนผู้เรียนร่วมค้นหาคุณค่าในตนเอง มองเห็น "คุณค่าของชีวิต" เพื่อดำเนินชีวิตอย่างมีสติ ตื่นรู้ และตั้งอยู่ในความไม่ประมาท รู้จักจัดการปัญหาชีวิตอย่างถูกต้องเหมาะสมกับบริบทแวดล้อมและเหตุปัจจัย ไม่วุ่นวายสับสนตามสถานการณ์จะพาไปจนเกิดความอลหม่านภายในใจ

การตายอย่างมีคุณภาพจึงต้องเริ่มฝึกฝนตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ หมั่นบ่มเพาะความคิดและพฤติกรรมเชิงบวก ปลูกฝังทัศนคติที่ดีต่อโลกและเรื่องราวที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นที่พอใจหรือตรงข้าม เสมือนหางเสือเรือที่จะทำหน้าที่กำกับวิจารณญาณและทิศทางการเลือกใช้ชีวิต รวมทั้งช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ

 

สาระวิชาตายดี

กว่าสิบปีแล้วที่คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ได้ดำเนินการเปิดการเรียนการสอนวิชานี้ ซึ่งทุกครั้งก็จะได้รับการตอบรับที่ดีมากจากนิสิตที่มาลงทะเบียนเรียนกันจนเต็มทุกที่นั่ง รวมทั้งครั้งที่เริ่มเปิดการเรียนการสอนออนไลน์บน Chula MOOC เมื่อเดือนเมษายน 2564 ซึ่งนิสิตก็แสดงความสนใจลงทะเบียนเรียนอย่างล้นหลามเช่นเดิม

 

ทำไมวิชา Beautiful Death จึงได้รับความสนใจมากมายเช่นนั้น

คำตอบน่าจะเป็นเพราะเนื้อหาการเรียนการสอนตั้งแต่ก่อนหน้านี้ที่ผู้สอนจะชวนนิสิตทำความรู้จักตัวเองผ่านการเขียนความรู้สึก (Journal Writing) ฝึกใคร่ครวญกับความนึกคิดของตนภายหลังรับรู้ข่าวเหตุการณ์ต่างๆ ในสถานการณ์ปัจจุบัน และทดลองตรวจจับอารมณ์ภายในใจ สังเกตความเมตตาที่ปรากฏ แล้วสร้างสรรค์สื่อ เช่น โปสต์การ์ด เพื่อแสดงความรู้สึกต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น

จากแบบฝึกหัดเบื้องต้นก็จะนำไปสู่บททดสอบที่สลับซับซ้อนยิ่งขึ้นเรื่อยๆ อาทิ การฝึกควบคุมอารมณ์ภายในใจของผู้สูญเสีย การเตรียมตัวเผชิญความตายและความจริงของชีวิตตามลำดับขั้นตอน และปิดท้ายด้วยการสะท้อนความในใจที่ผุดขึ้นระหว่างเรียน คล้ายการสำรวจจิตใจตัวเองที่สั่นไหวไปตามข่าวสาร หรือความคิดความเชื่อที่ผ่านเข้ามากระทบภายใน

นอกจากนี้ นิสิตยังได้ชมภาพยนตร์มากมายที่เกี่ยวกับการตายในสังคมอื่น ทั้งนี้ เพื่อทำความรู้จักกับความตายในมิติวัฒนธรรมและความเชื่อที่แตกต่างจากเรา เช่น สังคมชาวลาวจะไม่นิยมแต่งกายด้วยชุดดำไปร่วมงานศพ เนื่องจากไม่มีความเชื่อที่เชื่อมโยงระหว่างสีดำกับการตาย และความหมายของการตายในโลกทัศน์ของชาวลาวก็ไม่ใช่การสูญเสีย เป็นต้น 

สิ่งที่ทำให้วิชา Beautiful Death การตายอย่างมีคุณภาพเป็นวิชาท็อปฮิตติดใจหลายคน ไม่ใช่เพราะเนื้อหาสาระเกี่ยวกับความตายและการตายที่หลากหลายและน่าสนใจเท่านั้น หากแต่เป็นเรื่องที่วิชานี้ได้ทำให้ผู้เรียนเปลี่ยนมุมมองและชีวิตของตัวเอง 

"ผู้เรียนจะได้เติบโตไปพร้อมกับการเรียนวิชานี้ เช่นเดียวกับตัวอาจารย์เอง เราจะได้เห็นคุณค่าชีวิตตนเองและผู้อื่น ตระหนักในความหมายของการดำเนินชีวิตที่มีคุณภาพ เพื่อที่สุดท้ายแล้วจะได้ตายอย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" ศ.ดร.เอมอัชฌา กล่าวทิ้งท้าย 

ที่มา ; ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสาระสำคัญ 

วิชา “Beautiful Death” หรือ “การตายอย่างมีคุณภาพ” จาก Chula MOOC เป็นรายวิชาที่พัฒนาจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจความหมายของความตายในฐานะส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่สิ่งน่ากลัว แต่เป็นธรรมชาติที่ช่วยสะท้อนคุณค่าของการมีชีวิตอยู่

แนวคิดสำคัญของวิชาคือ “การตายดี” หรือการตายอย่างสมศักดิ์ศรี ซึ่งหมายถึงการตายในวัยที่เหมาะสม ไม่เร่งรัดก่อนวัยอันควร และมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งก่อนตาย ระหว่างใกล้ตาย และหลังความตาย โดยควรมีคนใกล้ชิดอยู่เคียงข้าง ได้รับการยอมรับ และถูกระลึกถึง

วิชานี้มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เข้าใจตนเอง ฝึกการจัดการอารมณ์ เผชิญความสูญเสีย และเรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ประมาท ผ่านกิจกรรมสะท้อนคิด การเขียนบันทึก การวิเคราะห์อารมณ์ และการเรียนรู้จากบริบทวัฒนธรรมที่หลากหลาย

นอกจากนี้ ยังเน้นให้ผู้เรียนตระหนักถึงคุณค่าชีวิต เห็นความเชื่อมโยงระหว่างการมีชีวิตที่ดีและการตายที่มีคุณภาพ เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความหมาย พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและการสูญเสียได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้เกิดการพัฒนาทั้งด้านจิตใจและทัศนคติอย่างลึกซึ้ง

ข้อสอบ

ข้อ 1

จุดมุ่งหมายสำคัญที่สุดของวิชา Beautiful Death คือข้อใด
ก. สอนพิธีกรรมงานศพ
ข. ทำให้กลัวความตายมากขึ้น
ค. เข้าใจความตายเพื่อเห็นคุณค่าของชีวิต
ง. ส่งเสริมการแพทย์ประคับประคอง

เฉลย: ค
เหตุผล: วิชามุ่งให้เข้าใจความตายเพื่อสะท้อนคุณค่าชีวิต ไม่ใช่ด้านพิธีกรรมหรือความกลัว

 

ข้อ 2

“การตายอย่างมีคุณภาพ” ตามบทความหมายถึงข้อใด
ก. ตายอย่างรวดเร็วที่สุด
ข. ตายในวัยเหมาะสมและมีศักดิ์ศรี
ค. ตายโดยไม่ต้องมีคนดูแล
ง. ตายด้วยความสำเร็จทางการเงิน

เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการตายสมศักดิ์ศรีและไม่ก่อนวัยอันควร

 

ข้อ 3

กิจกรรมใดสะท้อนการเรียนรู้ของผู้เรียนในรายวิชานี้มากที่สุด
ก. การท่องจำทฤษฎี
ข. การสอบข้อเขียนล้วน
ค. การเขียนบันทึกสะท้อนความคิด
ง. การบรรยายแบบบรรยายเดียว

เฉลย: ค
เหตุผล: ใช้ Journal Writing เพื่อพัฒนาการคิดและอารมณ์

 

ข้อ 4

เหตุใดผู้คนยุคปัจจุบันจึงมองความตายเป็นเพียงสถิติ
ก. เพราะการศึกษาสูงขึ้น
ข. เพราะรับข่าวสารการตายเป็นประจำ
ค. เพราะไม่มีความเชื่อศาสนา
ง. เพราะไม่มีการแพทย์ก้าวหน้า

เฉลย: ข
เหตุผล: ข่าวรายวันทำให้ความตายถูกทำให้เป็นตัวเลข

 

ข้อ 5

แนวคิด “การตายดี” ควรเริ่มเมื่อใด
ก. เมื่อป่วยระยะสุดท้าย
ข. ก่อนเสียชีวิต 1 ปี
ค. ตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่
ง. หลังเกษียณเท่านั้น

เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องฝึกการใช้ชีวิตที่ดีตั้งแต่ยังมีชีวิต

 

ข้อ 6

ข้อใดเป็นการจัดการอารมณ์ที่เหมาะสมตามแนวคิดของวิชา
ก. หลีกเลี่ยงการรับรู้ข่าวร้าย
ข. ปฏิเสธความสูญเสีย
ค. ฝึกตระหนักและยอมรับอารมณ์
ง. ใช้ความรุนแรงระบายอารมณ์

เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการรู้เท่าทันและจัดการอารมณ์อย่างมีสติ

 

ข้อ 7

เหตุผลที่วิชานี้ได้รับความนิยมสูงคือข้อใด
ก. สอบง่าย
ข. มีคะแนนพิเศษ
ค. เปลี่ยนมุมมองชีวิตผู้เรียน
ง. ไม่มีการบ้าน

เฉลย: ค
เหตุผล: ช่วยให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าชีวิตและเปลี่ยนทัศนคติ

 

ข้อ 8

การตายอย่างสมศักดิ์ศรีตามบทความควรมีลักษณะใด
ก. ไม่มีใครอยู่ด้วย
ข. มีคนใกล้ชิดอยู่เคียงข้าง
ค. ตายอย่างลับๆ
ง. ไม่ต้องมีการระลึกถึง

เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการมีความสัมพันธ์และการระลึกถึง

 

ข้อ 9

การเรียนรู้เรื่องความตายช่วยพัฒนาผู้เรียนด้านใดมากที่สุด
ก. ความจำ
ข. ความเร็วในการคิด
ค. การใช้ชีวิตอย่างมีสติ
ง. ทักษะคณิตศาสตร์

เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการตระหนักรู้และดำเนินชีวิตอย่างไม่ประมาท

 

ข้อ 10

บทบาทของผู้บริหารที่สอดคล้องกับแนวคิดบทความคือข้อใด
ก. หลีกเลี่ยงเรื่องความตาย
ข. สร้างระบบการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเข้าใจชีวิตและความสูญเสีย
ค. เน้นผลสอบเท่านั้น
ง. ลดความสำคัญของจิตใจผู้เรียน

เฉลย: ข
เหตุผล: การศึกษาเชิงชีวิตช่วยพัฒนาผู้เรียนรอบด้านทั้งจิตใจและสังคม