สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ดราม่าโรงเรียนตัดคะแนนเพราะร้องเพลงชาติไม่ดัง

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้า กรณีที่มีเพจนักเรียนเลว ได้มาโพสต์ในสื่อโซเชียลแล้วเป็นประเด็นดราม่าอยู่ในขณะนี้ทำให้เป็นที่สนใจของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยโพสต์ในเพจนักเรียนเลว ระบุว่า Update : โรงเรียนออกกฎร้องเพลงชาติ-เพลงสรรเสริญไม่ดัง ถูกตัด 10 คะแนน ไม่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นความผิดร้ายแรง โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ ออกระเบียบการตัดคะแนนพฤติกรรมของนักเรียน โดยพบว่ามีหมวดลักษณะความผิดต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ระบุไว้ดังนี้ ไม่กระทำพิธีการทางศาสนาด้วยความเต็มใจ ตัดคะแนน 5 คะแนน ไม่ยืนตรงเคารพธงชาติและเพลงสรรเสริญ ตัดคะแนน 10 คะแนน ไม่ร่วมเปล่งเสียงร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญอย่างดัง ตัดคะแนน 5 คะแนน ไม่เป็นนักเรียนที่ดีของโรงเรียนและประเทศ ตัดคะแนน 10 คะแนน กระทำการอันเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของสถานบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตัดคะแนน 50 คะแนน

ทั้งนี้ยังมีรายงานว่า ในวันปฐมนิเทศน์ ผู้อำนวยการของโรงเรียนได้กล่าวต่อหน้านักเรียนว่า “ใครรับไม่ได้ก็ไม่ต้องเรียน ให้ลาออกไป”

ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.สังขะ ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยม เพื่อที่จะสอบถามข้อมูลความเป็นมาเป็นไปแต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้าไปภายในโรงเรียน ผู้สื่อข่าวจึงได้ไปสัมภาษณ์นักเรียนที่อยู่บริเวณด้านนอกในช่วงเวลาเลิกเรียน

โดยนักเรียนชายให้สัมภาษณ์ว่า ควรที่จะเปิดโอกาสให้เด็ก ไม่ควรออกกฎหลายๆอย่าง แล้วที่ออกกฎให้ร้องเพลงชาติไทยร้องเบาก็จะโดนหักคะแนนอันนี้น่าจะเป็นเรื่องจริง แล้วก็มีหนังสือบอก แล้วก็เหยียบส้นรองเท้าก็โดนหักคะแนน กรณีทำลายชาติหรือไม่จงรักภักดีต่อชาติอันนี้ก็จะโดนหักเหมือนกัน เป็นโทษร้ายแรง แล้ว ผอ.ก็ได้พูดออกมาว่าถ้ารับไม่ได้ก็ลาออกไป แต่ได้พูดนานแล้ว

ส่วนเด็กนักเรียนหญิงให้สัมภาษณ์ว่า เขาออกกฎหลายอย่างเลย เช่นร้องเพลงชาติไม่ดังก็จะโดนหักคะแนน แล้วก็ใส่รองเท้าเหยียบส้นก็จะโดนหักคะแนน แล้วเป็นอย่างนี้ทุกคนเลย แล้ว ผอ.ก็เคยพูดว่าถ้ารับไม่ได้ก็ให้ลาออกไป

ผู้สื่อข่าวจึงได้เข้าพบ ผอ.โรงเรียนดังกล่าว แต่ทางผู้อำนวยการโรงเรียนไม่ขอให้สัมภาษณ์ เพราะผู้บังคับบัญชาจะตำหนิเอา ได้แต่พูดคุยธรรมดาได้โดยที่ไม่เปิดเผยใบหน้า โดยบอกว่า ระเบียบในหนังสือมีมานานแล้ว โดยผ่านการเห็นชอบของคณะกรรมการสภานักเรียนได้ปฏิบัติสืบเนื่องมาหลายปีจนถึง ณ ปัจจุบัน และมิได้กล่าวว่าถ้ารับไม่ได้ให้ลาออกไปเรียนที่อื่น ยกเว้นกรณีเรื่องการทะเลาะวิวาทต้องตรวจสอบและดำเนินการเป็นกรณีๆไป โดยไห้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย เบื้องต้นได้ทำการชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ปกครองนักเรียนและผู้เกี่ยวข้อง ถ้ามีการแก้ไขระเบียบฯก็สามารถยื่นเสนอต่อคณะกรรมการสภาได้ เพื่อปรับปรุงให้เหมาะสมต่อไป ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วเมื่อวานนี้ (9 พ.ค. 65) นั้น

ล่าสุดวันนี้ (10 พ.ค. 65) ที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) สุรินทร์ ดร.สำเริง บุญโต ผอ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ ได้เรียกตัวผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว มาประชุมและแนะนำแนวทาง เพื่อให้ปรับปรุงกฎระเบียบให้เป็นไปตามนโยบายที่ทางกระทรวงศึกษาธิการ และทาง สพฐ.ที่เป็นหน่วยงานต้นสังกัดกำหนด ซึ่งมีกฏเกณฑ์การประเมินในหลักสูตรอยู่แล้ว ด้าน ผอ.โรงเรียนดังกล่าวจะได้นำแนวทางไปแก้ไขปรับปรุงต่อไป

ดร.สำเริง กล่าวว่า สำหรับโรงเรียนสังขะในสังกัด สพม.สุรินทร์ ได้มีเพจขึ้นข้อมูลระเบียบของโรงเรียนตัดคะแนนความประพฤติตามที่เป็นข่าวนั้น จริงๆถ้าดูที่เจตนา โรงเรียนก็มองเรื่องการที่จะดูแลพฤติกรรม ระเบียบวินัยของนักเรียน ตนก็ได้ตรวจสอบข้อมูล และก็ได้พูดคุยกับ ผอ.โรงเรียน และได้เอาระเบียบของโรงเรียนที่ได้จัดทำขึ้นมาวิเคราะห์ดู ซึ่งโรงเรียนก็ได้จัดทำระเบียบ การตัดคะแนนความประพฤติของนักเรียน ภายใต้ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนนักศึกษาปี 2548 ในข้อ 9 ซึ่งการตัดคะแนนความประพฤติ ซึ่งโรงเรียนก็สามารถออกระเบียบที่จะมากำหนด แต่พอไปดูในรายละเอียดระเบียบ ในการตัดคะแนนความประพฤตินั้น ซึ่งมันมีรายละเอียดที่เป็นเชิงคุณลักษณะของนักเรียน ซึ่งมันมีการประเมินลักษณะของผู้เรียนตามหลักสูตร ที่ปรากฏอยู่ในหลักสูตรแล้ว เพราะฉะนั้นการออกกฎระเบียบตัดคะแนนความประพฤติ ควรจะระบุให้ชัดเจนตามแนวทางระเบียบด้วยว่าการลงโทษนักเรียนนักศึกษา เช่น ถ้าเป็นพฤติกรรมที่ ความผิดไม่ร้ายแรง ก็จะว่ากล่าวตักเตือนก่อน หรือถ้าผิด แต่ทำให้เกิดการเสื่อมเสียไม่ร้ายแรง ก็อาจมีการทำทัณฑ์บนก่อน หลังจากนั้นถ้ามีพฤติกรรมซ้ำ ค่อยมากำหนดระเบียบการตัดคะแนนความประพฤตินักเรียน ซึ่งตรงนี้ต้องออกระเบียบให้ชัดเจน หรือถ้า เป็นความผิดของนักเรียนที่ไม่ร้ายแรงในลักษณะนี้ ก็ต้องระบุให้ชัดเจนอะไรที่เป็นความผิดในเชิงวินัยที่ฝ่าฝืนทำให้เสื่อมเสียโรงเรียนร้ายแรง

เท่าที่ดูรายละเอียดหลักเกณฑ์การประเมินลงรายละเอียดในเรื่องของการประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์นักเรียน แล้วไปตัดคะแนนความประพฤติ ซึ่งตนได้เชิญผู้บริหารโรงเรียนมาทำความเข้าใจและให้ไปปรับระเบียบให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่จะต้องการมุ่งเสริมสร้างวินัยเชิงบวกของนักเรียน โดยการออกระเบียบให้มีตัวแทนของนักเรียน มามีส่วนร่วม เมื่อออกระเบียบเสร็จแล้ว ก็นำเสนอ คณะกรรมการสถานศึกษาให้การเห็นชอบ ส่วนเกี่ยวกับการตัดคะแนนความประพฤติโรงเรียนต้องไประบุชัดเจนว่าอะไรที่เป็นพฤติกรรมร้ายแรงทำให้โรงเรียนเสื่อมเสีย หรือประเด็นอะไรที่ว่ากล่าวตักเตือนหรือทำทัณฑ์บนไว้แล้วนักเรียนยังมีพฤติกรรมเกิดขึ้นในลักษณะนี้ ซึ่งท่าน ผอ.ก็จะนำแนวทางไปปรับปรุง ให้เป็นไปตามนโยบายที่ทางกระทรวง และทาง สพฐ.ที่เป็นหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งมีเกณฑ์การประเมินในหลักสูตรอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเวลาออกระเบียบก็ไม่ควรไปตัดคะแนนเหล่านี้เป็นต้น แต่อาจจะเป็นวินัยเชิงบวกหรือมีเกณฑ์ประเมินว่า เป็นระดับ แต่ไม่ใช่ลักษณะเป็นการตัดคะแนน ซึ่งก็ได้แนะนำท่าน ผอ.ไปปรับปรุงแก้ไขให้ชัดเจนต่อไป แต่โดยเจตนาโรงเรียนก็มีเจตนาดี เพื่อควบคุมวินัยนักเรียน ให้เป็นนักเรียนที่มีคุณลักษณะพึงประสงค์ เพียงแต่ว่าการออกระเบียบอะไรต่างๆที่กระทบ ก็ควรให้เด็กเข้ามามีส่วนร่วม ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาอย่างนี้ก่อนประกาศใช้

มติชนออนไลน์ วันที่ 10 พฤษภาคม 2565

 

ข่าวเกี่ยวกัน

ผอ.โรงเรียนดัง แจงยันไม่บังคับผู้ปกครองซื้อ ชุดทหารเป็นกิจกรรม ‘กองพันอารักขาแผ่นดิน’

จากกรณีเพจ หมอแล็บแพนด้า ออกมาโพสต์ภาพโรงเรียนแห่งหนึ่งที่มีการกำหนดการแต่งกายของนักเรียนระดับชั้นปฐมวัย ที่มีการระบุรูปแบบชุดเป็นจำนวนมาก โดยในหนึ่งสัปดาห์นักเรียนต้องแต่งทั้งชุดนักเรียน ชุดพละ ชุดทหาร และชุดอาเซียน โดยทางเพจ “หมอแล็บฯ” ห่วงว่าจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ปกครองเกินไปหรือไม่ หลังจากโพสต์ได้ไม่นานมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก แต่ในโพสต์นั้นไม่ได้ระบุว่าเป็นโรงเรียนอะไร และอยู่จังหวัดอะไร

อย่างไรก็ตามการแต่งกายในลักษณะดังกล่าวในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี มีอยู่โรงเรียนหนึ่งคือโรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี ตั้งอยู่ ถ.อู่ทอง ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 

เมื่อวันที่ 10 พ.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบ นายณรงค์ มุกดาแสงสว่าง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงถึงกรณีข้างต้น

โดยนายณรงค์ชี้แจงว่า ก่อนอื่นต้องขอกราบเรียนสื่อมวลชนทุกแขนงที่มาร่วมเปิดข้อมูลที่มีหลายคนยังไม่ทราบ คือเบื้องต้นเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ทางโรงเรียนได้มีการเรียกประชุมผู้ปกครองของนักเรียนในระดับปฐมวัย คือระดับอนุบาล 1 อายุ 3 ขวบ อนุบาล 2 อายุ 4 ขวบ และอนุบาล 3 อายุ 5 ขวบ การประชุมก็เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจในการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา พ.ศ.2565 ต่อมาในช่วงเวลากลางคืนของวันเดียวกันนั้นได้มีผู้ปกครองไปโพสต์ข้อความว่า “โรงเรียนของเราทำไมถึงให้นักเรียนแต่งชุดมากเกินไป” จากนั้นมีผู้นำข้อความดังกล่าวไปโพสต์ต่อลงในสื่อสังคมออนไลน์ ส่งผลทำให้ทุกคนสนใจและแสดงความคิดเห็นมากมาย

ซึ่งชุดที่ทางโรงเรียนได้กำหนดให้นักเรียนใส่ในแต่ละวัน ภายใน 1 สัปดาห์ มีอยู่ด้วยกัน 4 ชุด คือ 1.ชุดนักเรียน ที่ให้ใส่มาโรงเรียนในวันจันทร์และวันอังคาร ชุดที่ 2 คือชุดพละศึกษา เอาไว้ให้นักเรียนใส่เพื่อทำกิจกรรมในวันพุธ ชุดที่ 3 คือชุดเจ้าปัญหาที่มีการแสดงความคิดเห็นตามสาธารณะเป็นจำนวนมากนั่นก็คือชุด “กองพันอารักขาแผ่นดิน” ซึ่งชุดดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับชุดทหาร และชุดที่ 4 ที่จะต้องใส่ในวันศุกร์ก็คือชุดผ้าไทย ซึ่งชุดผ้าไทยนี้จะมีธงชาติของประเทศในภูมิภาคอาเซียนติดอยู่ทั้งหมด

สำหรับกิจกรรม “กองพันอารักขาแผ่นดิน” ที่สวมใส่เสื้อผ้าในชุดทหารนั้น ที่จริงแล้วกิจกรรมนี้ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 และได้มีการปฏิบัติตามกิจกรรมดังกล่าวเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลาประมาณ 5-6 ปีการศึกษาแล้ว ที่ผ่านมาผู้ปกครองของเด็กนักเรียนก็ให้ความไว้วางใจร่วมกันตัดชุดแต่งกายเข้าร่วมกิจกรรมผ่านมาด้วยดี

แต่มาในปีนี้ตนก็ไม่ทราบเช่นกัน เนื่องจากมีผู้ปกครองของเด็กนักเรียนรายหนึ่งได้นำข้อความข้างต้นไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก จากนั้นมีผู้นำข้อความดังกล่าวไปแชร์ต่อๆ กัน สำหรับเฟซบุ๊กที่มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นและแชร์ต่อๆ กันไปมากที่สุดก็คือ เพจเฟซบุ๊กของ “หมอแล็บแพนด้า” เรื่องดังกล่าวจึงเข้าไปถึงส่วนกลาง ส่งผลทำให้โรงเรียนซึ่งเป็นผู้มีบทบาทในการจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนได้รับผลกระทบ ดังนั้น ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงจึงได้สั่งการให้ตนรายงานชี้แจงข้อเท็จจริงเข้าไป

สำหรับข้อเท็จจริงในเรื่องนี้นั้นไม่มีอะไรมาก เพราะชุดดังกล่าวเป็นชุดคล้ายทหารที่เขาบอกว่ามันมากเกินไป แต่หลังจากเกิดปัญหาเรื่องนี้ขึ้น พวกเราทีมงานจึงได้มีการประชุมรวมทั้งขอความคิดเห็นจากคณะกรรมการของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยว่าต่อไปเราจะดำเนินการกันอย่างไร เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองตามนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งท่านเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรงของตน

ซึ่งคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นที่ได้ให้ความเห็นในที่ประชุมมาว่า สำหรับชุดนี้เราจะสามารถลดลงให้เหลือเพียง 3 ชุดได้หรือไม่ ซึ่งส่วนตัวแล้วยินดีที่จะปฏิบัติตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา ด้วยการลดเหลือเพียง 3 ชุด คือ 1.ชุดนักเรียน 2.ชุดพละศึกษา และ 3.ชุดกองพันอารักขาแผ่นดิน โดยจะงดเว้นชุดผ้าไทย อีกทั้งจะช่วยเหลือสนับสนุนผู้ปกครองเรื่องค่าใช้จ่ายในส่วนของ “ชุดกองพันอารักขาแผ่นดิน” ครึ่งหนึ่งของราคาด้วยทางโรงเรียนไม่ได้มีความตั้งใจที่จะให้ผู้ปกครองนั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น

แต่กิจกรรมดังกล่าวนั้นเคยมีมาตั้งแต่ในอดีตและได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาผู้ปกครองของเด็กส่วนใหญ่มองว่ามันเป็นเรื่องที่ดี โดยก่อนที่จะมีการจัดกิจกรรม “กองพันอารักขาแผ่นดิน” ที่เด็กต้องแต่งตัวคล้ายทหารนั้น ได้มีการสอบถามความพึงพอใจจากผู้ปกครอง

มติชนออนไลน์ วันที่ 10 พฤษภาคม 2565

ข่าวเกี่ยวกัน

อนุบาลกาญจน์มีมติยกเลิกชุดทหารแต่กิจกรรม 'กองพันอารักขาแผ่นดิน' ยังคงเดิม

จากกรณีเพจ "หมอแล็บแพนด้า" ออกมาโพสต์ภาพโรงเรียนแห่งหนึ่งที่มีการกำหนดการแต่งกายของนักเรียนระดับชั้นปฐมวัยที่มีการระบุรูปแบบชุดเป็นจำนวนมาก โดยในหนึ่งสัปดาห์นักเรียนต้องแต่งทั้งชุดนักเรียน ชุดพละ ชุดทหาร และชุดอาเซียน โดยทางเพจ "หมอแล็บ" ห่วงว่าจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ปกครองเกินไปหรือไม่

ต่อมาวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา นายณรงค์ มุกดาแสงสว่าง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี ได้ออกมาชี้แจงผ่านสื่อมวลชนไปถึงผู้ปกครองและประชาชนให้ทราบข้อเท็จจริงมาแล้ว และจะมีการประชุมฝ่ายบริหารเพื่อหาทางออกร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง ภายในวันที่ 11 พ.ค.65 ซึ่งเป็นวันเปิดเทอมของโรงเรียน สำหรับโรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี ตั้งอยู่ภายในซอยโรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี (ซอยโรงฆ่าสัตว์) ถ.อู่ทอง ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

ล่าสุดวันนี้ 11 พ.ค.65 นายณรงค์ มุกดาแสงสว่าง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี เปิดเผยว่า วันนี้ทางโรงเรียนได้มีการประชุมฝ่ายบริหารของโรงเรียนเพื่อหาข้อยุติ ผลการประชุมมีมติว่าภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา พ.ศ.2565 ให้ยกเลิกการแต่งกายชุดทหารในชั้นอนุบาล 3 แต่ทางโรงเรียนยังคงกิจกรรม "กองพันอารักขาแผ่นดิน" เอาไว้เหมือนเดิม โดยทางโรงเรียนจะได้แจ้งข่าวสารไปตามกลุ่ม LINE ห้องเรียนให้ผู้ปกครองทราบ สำหรับชุดที่ใช้ใส่มาโรงเรียนจะเหลือเพียงแค่ 3 ชุด คือ1.ชุดนักเรียน ใส่มาเรียนในวันจันทร์ วันอังคาร และวันพฤหัส 2.ชุดพลศึกษา ให้ใส่มาวันพุธ และ 3.เสื้อกั๊กอาเซี่ยน ให้ใส่สวมทับชุดนักเรียนมาเรียนในวันศุกร์ 

ที่มา ; แนวหน้า วันพุธ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 

ข่าวเกี่ยวกัน

ร.ร.ควรออกระเบียบให้สอดคล้องกับพื้นที่ ย้ำต้องได้รับความเห็นจาก ครู-ผู้ปกครอง-น.ร.

เมื่อผู้อำนวยการโรงเรียนกำหนดระเบียบเสร็จแล้ว ให้นำระเบียบนี้เข้าสู่คณะกรรมการสถานศึกษาพิจารณาให้ความเห็นชอบ หรือกำหนดระเบียบกติกาเพิ่มเติมต่อไป ทั้งนี้ ก่อนที่จะออกระเบียบต่างๆ ต้องผ่านความเห็นชอบจาก 3 ฝ่าย คือ ครู ผู้ปกครอง และนักเรียน ดังนั้น ระเบียบกติกาของแต่ละโรงเรียนจะมีความแตกต่างกัน ตามบริบทของตน ตามความเห็นชอบของทุกฝ่าย ดังนั้นจะถูกหรือไม่ ใช่หรือไม่ใช่ ขึ้นอยู่กับการทำข้อตกลงของทุกฝ่าย เพราะระเบียบของ ศธ.เปิดกว้างให้โรงเรียนนำไปออกระเบียบกติกาของตนได้โดยต้องผ่านความเห็นชอบจากทุกฝ่าย” นายอัมพรกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สุรินทร์ ออกระเบียบการตัดคะแนนพฤติกรรมของนักเรียน โดยพบว่ามีหมวดลักษณะความผิด เช่น ไม่กระทำพิธีการทางศาสนาด้วยความเต็มใจ ตัดคะแนน 5 คะแนน ไม่ยืนตรงเคารพธงชาติ ตัดคะแนน 10 คะแนน ซึ่งมีเสียงสะท้อนว่าเป็นระเบียบที่บังคับเกินไป นายอัมพรกล่าวว่า มองว่าระเบียบดังกล่าวเป็นการกำหนดขึ้นมาเพื่อฝึกให้นักเรียนมีความรับผิดชอบ แต่เมื่อมองภาพกว้างๆ อาจจะดูว่าระเบียบดังกล่าวเป็นการบังคับเกินไป ผมเน้นย้ำไปว่าการออกระเบียบอะไร ต้องดูด้วยว่าผู้ปกครองเห็นด้วยหรือไม่ นักเรียนมีความพึงพอใจที่จะปฏิบัติตามหรือไม่ แต่ถ้าทุกฝ่ายมีความพอใจที่จะปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าว เพื่อให้โรงเรียนมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ก็สามารถทำได้ 

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น