สมาชิกเข้าสู่ระบบ

เปิดวิสัยทัศน์ ปี 2565 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช

เร่งปฏิรูปการศึกษา คิดใหม่ ทำใหม่ รับมือความท้าทาย หนุนสร้างเด็กไทยสู่พลเมืองโลก ชูเข็มทิศการศึกษาเป็นเข็มทิศชี้นำประเทศได้ เตรียมงานใหญ่ผลักดันสภาการศึกษา (สกศ.) เป็นองค์กรหลักด้านการศึกษา ปรับหลักสูตรจากกลุ่มสาระวิชาเป็นหลักสูตร  “ฐานสมรรถนะ”  เรียนตอบโจทย์ แก้ไขปัญหาได้ พร้อมตั้งคณะทำงานคนรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กล่าวว่า ในปี 2565 การขับเคลื่อนนโยบายเพื่อปฏิรูปการศึกษาไปสู่ตัวผู้เรียน หลายประเด็นมีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้านโดยเฉพาะสถานการณ์โควิด 19 ที่ส่งผลกระทบใหญ่ต่อการศึกษา ในฐานะที่กำกับสภาการศึกษา (สกศ.) เตรียมผลักดัน สกศ.เป็นองค์กรหลักด้านการศึกษา โดยในปีนี้มีงานหลักที่สำคัญคือการปรับเปลี่ยนหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ จากกลุ่มสาระวิชา เป็นหลักสูตร “ฐานสมรรถนะ” และจะยังขับเคลื่อนนโยบายผ่าน 3 กลไก คือ ความทันสมัย- เท่าเทียม- และยั่งยืน เพราะถือเป็นหัวใจในการพัฒนาคนไทยให้มีคุณภาพ และเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ รวมถึงสร้างให้เป็นพลเมืองโลก พร้อมเดินหน้าปฏิรูปการศึกษาทั้งทางด้านโครงสร้าง และการปฏิรูปสู่ตัวผู้เรียนโดยตรง เพื่อวางรากฐานการศึกษาไทยให้สอดรับกับโลกในศตวรรษที่ 21 และในอนาคต 

ปีนี้จะก้าวสู่ปีที่ 4 ซึ่งจะยังเร่งเดินหน้าปฏิรูปการศึกษาไปสู่ตัวผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยผลักดันนโยบายหลายเรื่องให้มีความคืบหน้าและเป็นรูปธรรม วันนี้การปฏิรูปการศึกษาไทยต้องคิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อรับมือกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งเรื่องการตราร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. การปรับเปลี่ยนหลักสูตร และวิธีการเรียนการสอนภายใต้สถานการณ์โควิด รวมถึงการจัดหา Smart Devices ของ ศธ. เพื่อใช้ในการเรียน Online มาให้โรงเรียนหรือนักเรียนที่ยังขาดแคลน ผ่านคณะกรรมการโค้ดดิ้งแห่งชาติ ซึ่งทุกอย่างเป็นความท้าทาย แต่ไม่เคยท้อถอย และมั่นคงในแนวทางที่จะนำไปสู่เป้าหมาย

คุณหญิงกัลยา กล่าวด้วยว่า ศธ.จะมุ่งขับเคลื่อนโยบาย เร่งเดินหน้า รวมถึงต่อยอดใน 7 โครงการสำคัญต่อเนื่อง ได้แก่

  • โครงการ Coding For All  ที่จะเดินหน้าขยายผลขับเคลื่อนทุกภาคส่วน เพื่อกระจายการเรียนรู้ให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ และทุกช่วงวัย ซึ่ง Coding คือทักษะที่เด็กไทยและคนไทยทุกคนต้องมี ถือเป็นทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที 21
  • โครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ที่เริ่มขยายผลสู่ชุมชน ปัจจุบันได้เปิดสอนหลักสูตร “ชลกร” รุ่นที่ 1 ไปแล้ว เพื่อปั้นนักบริหารจัดการน้ำในชุมชน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีจะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ มีเป้าหมายคือการช่วยเหลือเกษตรกร ให้มีน้ำกิน น้ำใช้ แก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน ซึ่งวันนี้ก้าวหน้าไปมาก จนสามารถสร้างผู้ประกอบการเกษตรยุคใหม่ ให้มีรายได้ระหว่างเรียน จบมามีงานทำ รวมถึงบางวิทยาลัยยังสามารถสร้างผลผลิตที่ส่งออกไปจำหน่ายได้ด้วย ถือเป็นโมเดลในการสร้างเสริมเศรษฐกิจฐานราก สร้างความมั่นคงด้านอาหารและส่งเสริมให้ทุกคนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะในยามที่โลกเกิดวิกฤต
  • โครงการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์แนวสร้างสรรค์ ผ่านสื่อร่วมสมัย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมฝึกให้มีการคิดเชิงวิพากษ์
  • โครงการสร้างมิติใหม่การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ ผสานศาสตร์และศิลป์ เปลี่ยน STEM เป็น STEAM  วิทยาศาสตร์พลังสิบ ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาสให้นักเรียนได้เรียนวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างกว้างขวาง เน้นการปฏิบัติ ประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน
  • โครงการการศึกษาที่เท่าเทียม สร้างโอกาสให้เด็กด้อยโอกาสและพิการ พัฒนาทักษะชีวิตผ่านการเรียนรู้ การศึกษาไทยจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
  • โครงการอาชีวะฐานวิทย์ สร้างวิชาชีพคนไทยรุ่นใหม่ป้อนคนสู่ภาคอุตสาหกรรม ตอบรับโลกดิจิทัล
  • โครงการยกระดับการศึกษารอบด้าน เปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน ปรับการประเมินผล เพื่อให้เป็นไปตามรูปแบบที่สอดรับกับโลกปัจจุบัน

โอกาสนี้ ได้มีการเปิดตัวคณะที่ปรึกษาและคณะทำงานคนรุ่นใหม่ และทีมผู้เชี่ยวชาญหลากหลายด้านซึ่งล้วนเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ นำโดยนายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองศาสตราจารย์ ดร.ดนุวัศ สาคริก นายเมธี อรุณ (เมธี ลาบานูน) นายเมธวิน อังคทะวานิช เป็นต้น

ที่มา ; ศธ 360 องศา

สรุปสาระสำคัญ

นโยบายเร่งปฏิรูปการศึกษามุ่ง “คิดใหม่ ทำใหม่” เพื่อรับมือความท้าทายในศตวรรษที่ 21 และผลกระทบจากโควิด-19 โดยเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะ แก้ปัญหาได้ และเป็นพลเมืองโลก พร้อมผลักดันให้สภาการศึกษาเป็นองค์กรหลักด้านนโยบายการศึกษา ปรับหลักสูตรจาก “กลุ่มสาระวิชา” เป็น “ฐานสมรรถนะ” และขับเคลื่อนผ่าน 3 แกนสำคัญ ได้แก่ ความทันสมัย ความเท่าเทียม และความยั่งยืน

นโยบายสำคัญยังรวมถึงการจัดหาอุปกรณ์ดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ ลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ทั้งนี้มี 7 โครงการหลัก เช่น Coding for All เพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัล โครงการบริหารจัดการน้ำเพื่อชุมชนสร้างความยั่งยืน โครงการประวัติศาสตร์เชิงสร้างสรรค์ที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ การพัฒนา STEAM ลดความเหลื่อมล้ำทางวิทยาศาสตร์ โครงการการศึกษาที่เท่าเทียม อาชีวะฐานวิทย์ และการยกระดับรูปแบบการเรียนการสอน

นอกจากนี้ยังมีการตั้งคณะทำงานคนรุ่นใหม่และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ เป้าหมายสำคัญคือการวางรากฐานการศึกษาไทยให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ สร้างคนไทยที่มีคุณภาพ มีทักษะชีวิต มีงานทำ และสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

ข้อสอบ

ข้อ 1 นโยบาย “ฐานสมรรถนะ” มุ่งเน้นสิ่งใดมากที่สุด
ก. การท่องจำเนื้อหา
ข. การสอบแข่งขัน
ค. การนำความรู้ไปแก้ปัญหา
ง. การเพิ่มจำนวนวิชา
เฉลย: ค
เหตุผล: ฐานสมรรถนะเน้นการประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะจริง

ข้อ 2 กลไกหลัก 3 ประการในการขับเคลื่อนนโยบายคือข้อใด
ก. เร็ว-ถูก-ดี
ข. ทันสมัย-เท่าเทียม-ยั่งยืน
ค. ประหยัด-คุ้มค่า-โปร่งใส
ง. วิชาการ-คุณธรรม-วินัย
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นแกนหลักในการพัฒนาการศึกษา

ข้อ 3 Coding for All สอดคล้องกับทักษะใดในศตวรรษที่ 21
ก. การจำ
ข. การเขียนเรียงความ
ค. ทักษะดิจิทัล
ง. การวาดภาพ
เฉลย: ค
เหตุผล: Coding คือทักษะดิจิทัลสำคัญ

ข้อ 4 โครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนมีเป้าหมายหลักคืออะไร
ก. ส่งเสริมการท่องเที่ยว
ข. ลดความยากจนอย่างยั่งยืน
ค. เพิ่มรายวิชาใหม่
ง. พัฒนาครูต่างชาติ
เฉลย: ข
เหตุผล: เชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากและคุณภาพชีวิต

ข้อ 5 STEAM ต่างจาก STEM อย่างไร
ก. เพิ่มศิลปะเข้ามา
ข. ลดวิทยาศาสตร์
ค. เพิ่มภาษา
ง. เน้นท่องจำ
เฉลย: ก
เหตุผล: STEAM ผสาน Arts

ข้อ 6 การจัดหา Smart Devices มีเป้าหมายสำคัญคืออะไร
ก. เพิ่มรายได้โรงเรียน
ข. ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ค. ส่งเสริมกีฬา
ง. ลดครู
เฉลย: ข
เหตุผล: เพื่อเข้าถึงการเรียนออนไลน์อย่างเท่าเทียม

ข้อ 7 การเรียนประวัติศาสตร์แนวใหม่เน้นอะไร
ก. การท่องจำปี พ.ศ.
ข. การคิดเชิงวิพากษ์
ค. การสอบข้อเขียน
ง. การบรรยาย
เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้นวัตกรรมและการวิเคราะห์

ข้อ 8 อาชีวะฐานวิทย์ตอบโจทย์ด้านใดมากที่สุด
ก. ศิลปะ
ข. ภาษา
ค. ภาคอุตสาหกรรม
ง. การเมือง
เฉลย: ค
เหตุผล: ผลิตกำลังคนรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล

ข้อ 9 แนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” สะท้อนนโยบายใด
ก. ความทันสมัย
ข. ความเท่าเทียม
ค. ความเร็ว
ง. ความเข้มงวด
เฉลย: ข
เหตุผล: มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ

ข้อ 10 บทบาทของคณะทำงานคนรุ่นใหม่คืออะไร
ก. สอนแทนครู
ข. ออกข้อสอบ
ค. ขับเคลื่อนนโยบายและนวัตกรรม
ง. ตรวจการบ้าน
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันนโยบายให้เกิดผลจริง

ความเห็นของผู้ชม