สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ระบบการศึกษาไทยต้องเร่งปรับตัวพัฒนาคนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยว่า ท่ามกลางความผันผวนและเปราะบางของ VUCA World และ BANI World ซึ่งผลการวิจัยของสกศ. ก่อนหน้านี้ชี้ชัดว่าหากเราต้องการรักษาการเติบโตเศรษฐกิจเทียบเท่าปัจจุบัน แรงงานของเราต้องเก่งขึ้น 2.2 เท่า และหากต้องพัฒนาประเทศให้มีอัตราการเติบโต มีรายได้ต่อหัวของจังหวัดเพิ่มขึ้น ประชากรต้องมีความสามารถมากกว่าปัจจุบันไม่น้อยกว่า 2.5 เท่า 

การแก้ปัญหาและการพัฒนาที่ยั่งยืน คือต้องเร่งพัฒนาคนและแรงงานให้โดดเด่น ทักษะที่จำเป็นสำหรับแรงงานในปัจจุบันและอนาคต และต้องทำควบคู่กัน 2 ด้าน ได้แก่

ระบบการศึกษา ต้องเร่งปรับเปลี่ยนการผลิตและพัฒนาคนสมรรถะสูงเพื่อยกระดับความสามารถให้สูงขึ้น และการพัฒนาเชิงพื้นที่ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ กระจายความเจริญ และรายได้ และสิ่งหนึ่งที่ละเลยไม่ได้และต้องเร่งปรับตัวคือระบบและแนวทางการพัฒนาคนของประเทศเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรค ในทางตรงข้ามระบบพัฒนาคนต้องเกื้อหนุนการพัฒนาคนให้มีขีดดความสามารถเท่าทันการเปลี่ยนแปลงและแข่งขันได้ 

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ในรายงานอนาคตการเรียนรู้จากสถานการณ์โควิด-19 (The Future of Learning in the Wake of Covid-19) ชี้ว่า การเรียนรู้และการพัฒนาคนหลังสถานการณ์โควิด-19 จะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมแบบ 100% แต่จะถูกปรับเปลี่ยนไปอบ่างแน่นอน และหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ในอนาคตคือการผสมผสาน โดยแนวโน้มการเรียนรู้จากนี้ต่อไป คือ ต้องเปลี่ยนแปลงระบบการเรียนรู้และการพัฒนาคนใน 4 เรื่องหลัก และต้องทำให้ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว คือ

·      เปลี่ยนจากการซื้อเนื้อหา รูปแบบสำหรับคนจำนวนมากไปสู่ เนื้อหาแบบรายบุคคลมากขึ้น

·      เปลี่ยนจากการเรียนรู้แบบธรรมดาในห้องเรียน ไปสู่การเรียนรู้แบบประสบการณ์

·      การเรียนรู้ความสามารถตามหน้าที่หรืองาน ไปสู่การพัฒนาทักษะของคน

·      เปลี่ยนจากการเรียนรู้จากฐานองค์ความรู้ ไปสู่นิเวศแห่งการแบ่งปันความรู้ 

ทั้ง 4 เรื่องที่ต้องปรับเปลี่ยนในระบบการพัฒนาคนนี้ ฟังแล้วเหมือนจะง่าย แต่ในทางปฏิบัติมีความชับซ้อนและต้องปรับเปลี่ยนเชิงระบบ เพราะต้องเกี่ยวพันไปถึงทั้งด้านหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน โครงสร้างพื้นฐานของการเรียนรู้ และนิเวศการเรียนรู้ ซึ่งล้วนต้องอาศัยเวลา ประเทศไทยจึงต้องเร่งปรับตัวรองรับการพัฒนาคนให้มีขีดความสามารถเท่าทันการเปลี่ยนแปลงและแข่งขันได้ก่อนจะส่งผลกระทบกับการพัฒนาเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศอย่างรุนแรง” นายอรรถพล กล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 9 สิงหาคม 2565

สรุปสาระสำคัญ 

บทความกล่าวถึงความท้าทายในยุค VUCA และ BANI ที่ส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและแรงงานไทย ซึ่งจำเป็นต้องยกระดับขีดความสามารถอย่างเร่งด่วน ผลวิจัยชี้ว่าหากต้องรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจ แรงงานต้องมีทักษะสูงขึ้น 2.2 เท่า และหากต้องการยกระดับรายได้ต่อหัว ประชากรต้องมีศักยภาพเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2.5 เท่า การพัฒนาที่ยั่งยืนต้องเน้นการพัฒนาคนและแรงงานควบคู่กับการปรับระบบการศึกษาและการพัฒนาเชิงพื้นที่ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ ระบบการศึกษาต้องผลิตและพัฒนาคนให้มีสมรรถนะสูง พร้อมทั้งปรับโครงสร้างการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ หลังโควิด-19 การเรียนรู้จะเปลี่ยนแปลงอย่างถาวร โดยมุ่งสู่การเรียนรู้เฉพาะบุคคล การเรียนรู้จากประสบการณ์ การพัฒนาทักษะ และนิเวศการแบ่งปันความรู้ ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต้องดำเนินอย่างเร่งด่วนและเป็นระบบ เพื่อให้ประเทศสามารถแข่งขันได้และรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ข้อสอบ

ข้อ 1

แนวคิด VUCA และ BANI ในบทความมีนัยสำคัญต่อระบบการศึกษาไทยอย่างไร
ก. ทำให้ลดจำนวนผู้เรียนลง
ข. ทำให้ต้องเร่งปรับระบบการผลิตกำลังคน
ค. ทำให้ยกเลิกการเรียนในห้องเรียน
ง. ทำให้เน้นการสอบมากขึ้น

เฉลย: ข
เหตุผล: VUCA/BANI สะท้อนความไม่แน่นอน จึงต้องพัฒนาคนให้ทันการเปลี่ยนแปลง

ข้อ 2

ตามผลวิจัย หากต้องรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจ แรงงานต้องพัฒนาอย่างไร
ก. เพิ่มรายได้ 2 เท่า
ข. เพิ่มจำนวนแรงงาน
ค. เพิ่มทักษะ 2.2 เท่า
ง. เพิ่มเวลาเรียนรู้

เฉลย: ค
เหตุผล: บทความระบุชัดว่าต้องเพิ่มขีดความสามารถแรงงาน 2.2 เท่า

ข้อ 3

เป้าหมายการพัฒนาประเทศให้รายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้น ต้องทำอย่างไร
ก. เพิ่มงบประมาณการศึกษา
ข. เพิ่มศักยภาพประชากร 2.5 เท่า
ค. ลดจำนวนประชากร
ง. เพิ่มการส่งออกเท่านั้น

เฉลย: ข
เหตุผล: ระบุว่าต้องเพิ่มความสามารถประชากรไม่น้อยกว่า 2.5 เท่า

ข้อ 4

แนวทางพัฒนาที่ยั่งยืนในบทความเน้นสิ่งใดเป็นหลัก
ก. การเพิ่มโรงงานอุตสาหกรรม
ข. การพัฒนาคนและแรงงานควบคู่ระบบ
ค. การนำเข้าแรงงานต่างชาติ
ง. การลดบทบาทการศึกษา

เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นพัฒนาคนควบคู่ระบบการศึกษาและพื้นที่

ข้อ 5

เหตุใดต้องพัฒนาเชิงพื้นที่ร่วมกับระบบการศึกษา
ก. เพื่อเพิ่มการแข่งขันระหว่างจังหวัด
ข. เพื่อสร้างเมืองใหญ่เท่านั้น
ค. เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและกระจายรายได้
ง. เพื่อเพิ่มจำนวนโรงเรียน

เฉลย: ค
เหตุผล: เป้าหมายคือความเท่าเทียมและกระจายโอกาส

ข้อ 6

การเรียนรู้หลังโควิด-19 จะเป็นอย่างไรตามบทความ
ก. เหมือนเดิมทุกประการ
ข. ลดบทบาทเทคโนโลยี
ค. เปลี่ยนแปลงอย่างถาวร
ง. กลับไปใช้รูปแบบเดิม

เฉลย: ค
เหตุผล: ระบุชัดว่าไม่กลับไปเหมือนเดิม 100%

ข้อ 7

ข้อใด “ไม่ใช่” แนวโน้มการเรียนรู้ในอนาคต
ก. การเรียนรู้เฉพาะบุคคล
ข. การเรียนรู้จากประสบการณ์
ค. การเน้นท่องจำเป็นหลัก
ง. การแบ่งปันความรู้

เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นทักษะและประสบการณ์ ไม่ใช่ท่องจำ

ข้อ 8

การเปลี่ยนจาก “เรียนรู้ในห้องเรียน” ไปสู่แนวใด
ก. เรียนออนไลน์อย่างเดียว
ข. เรียนแบบประสบการณ์
ค. เรียนจากตำราเท่านั้น
ง. เรียนแบบสอบปลายภาค

เฉลย: ข
เหตุผล: เน้น experiential learning

ข้อ 9

แนวคิด “นิเวศแห่งการแบ่งปันความรู้” หมายถึงอะไร
ก. ครูเป็นผู้สอนฝ่ายเดียว
ข. การเรียนรู้แบบปิด
ค. การแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกัน
ง. การใช้หนังสือเป็นหลัก

เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นระบบเปิดให้แลกเปลี่ยนความรู้

ข้อ 10

เหตุผลสำคัญที่ต้องเร่งปฏิรูประบบการศึกษา คือข้อใด
ก. เพื่อเพิ่มจำนวนผู้เรียน
ข. เพื่อให้แข่งขันได้และทันการเปลี่ยนแปลง
ค. เพื่อประหยัดงบประมาณ
ง. เพื่อยกเลิกหลักสูตรเดิมทั้งหมด

เฉลย: ข
เหตุผล: เป้าหมายคือความสามารถแข่งขันในโลกที่เปลี่ยนเร็ว

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น