
9ส.ค.64-ว่าที่ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 หลายจังหวัดถูกประกาศให้เป็นพื้นที่สีแดงเข้ม เนื่องจากพบการแพร่ระบาดเป็นบริเวณกว้างและมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้องประกาศเลื่อนการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กลุ่มทั่วไป ประจำปี 2564 ที่มีผู้สมัครสอบไว้แล้วจำนวน 175,403 รายออกไป จากเดิมกำหนดจัดสอบภาค ก ในช่วงกลางเดือน กรกฎาคมออกไปเป็นวันที่ 28 สิงหาคม นั้น เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ขณะนี้ยังคงระบาดอย่างหนัก ประกอบกับศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ประกาศห้ามจัดประชุม สัมมนา และรวมกลุ่มตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จึงทำให้การจัดสอบครูผู้ช่วยดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการได้ ดังนั้นจึงต้องมีการเลื่อนการสอบออกไปอย่างไม่มีกำหนดอีกครั้ง
ว่าที่ร.ต.ธนุ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (ประธาน กมว.) เสนอให้จัดสอบครูผู้ช่วยรูปแบบออนไลน์แทนนั้น ส่วนตัวตนเห็นว่าก็เป็นแนวคิดที่ดี แต่ถ้าจะทำจริงคงต้องเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ในฐานะคนออกหลักเกณฑ์ สพฐ.คนจัดสอบ มีการจ้างมหาวิทยาลัยมาช่วยออกข้อสอบและจัดทำโปรแกรมการสอบในระบบออนไลน์ รวมถึงศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ที่เป็นคนกำกับดูแลการสอบในแต่ละจังหวัดมาหารือร่วมกัน เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นเรื่องใหม่ที่จะต้องรอบคอบ เพราะการสอบครูผู้ช่วยแบบออนไลน์นั้นคงไม่ใช่การเรียนออนไลน์แบบทั่ว ๆ ไปแน่ ยิ่งเรามีผู้สมัครสอบเป็นจำนวนมากยิ่งต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัย เช่น หากจะให้สอบแบบออนไลน์ที่บ้านแล้วจะออกแบบอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตในการสอบเกิดขึ้น เป็นต้น ดังนั้นหากจะดำเนินการก็ต้องมาพูดคุย เซ็ตและออกแบบระบบ รวมถึงโปรแกรมที่จะใช้เพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมกับผู้เข้าสอบทุกคนให้ได้ อย่างไรก็ตามด้วยสถานการณ์ ณ ขณะนี้ตนคิดว่าการสอบออนไลน์ถือเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะเราไม่รู้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้น และ ศบค.จะอนุญาตให้จัดสอบแบบออนไซต์ได้เมื่อไหร่
ที่มา ; ไทยโพสต์ 09 สิงหาคม พ.ศ. 2564
ข่าวเกี่ยวข้อง
เลื่อนสอบครูผู้ช่วยไม่มีกำหนด เมินสอบผ่านออนไลน์ สพฐ.ห่วงข้อครหาทุจริต ไร้ระเบียบรองรับ เตรียมถกหาวิธีจัดสอบ แก้ขาดแม่พิมพ์
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วยทั่วไป สพฐ.ประจำปี 2564 รับสมัครวันที่ 4-10 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีผู้สมัครกว่า 1.7 แสนรายนั้น ขณะนี้ไม่สามารถจัดสอบได้ตามกำหนด ซึ่งเดิมกำหนดสอบ ภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป วันที่ 17 กรกฎาคม สอบภาค ข มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ วันที่ 18 กรกฎาคม ประกาศรายชื่อผู้ผ่านภาค ก และ ข เพื่อสอบภาค ค วันที่ 30 กรกฎาคม สอบภาค ค ประเมินจากการสอบสัมภาษณ์ และแฟ้มสะสมงาน ตามวันเวลาที่คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) กำหนด เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ซึ่งยังไม่คลี่คลาย
ดร.อัมพรกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เร็วๆ นี้ จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงปัญหาดังกล่าว ส่วนจะให้สอบออนไลน์ตามข้อเสนอของนายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) หรือไม่นั้น คงทำไม่ได้ เพราะอาจทำให้เกิดข้อครหาเรื่องทุจริตการสอบ อีกทั้ง ระเบียบต่างๆ ไม่รองรับ หากเร่งรีบดำเนินการ อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ภายหลัง
“ในสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างหนักเช่นนี้ คงไม่สามารถสอบได้ และ สพฐ.คงไม่กล้าจัดสอบออนไลน์ เพราะกังวลข้อครหาเรื่องการทุจริต ดังนั้น ต้องหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง ส่วนจะเลื่อนไปสอบปี 2565 หรือไม่นั้น ไม่สามารถบอกได้ ต้องหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่หากจัดสอบได้ สพฐ.จะสอบให้เร็วที่สุด เพราะปัญหาเรื่องขาดแคลนครูยังมีอยู่” ดร.อัมพร กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลการรับสมัครครูผู้ช่วย เมื่อวันที่ 4-10 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีผู้สมัครทั้งสิ้น 175,403 ราย คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และสำนักงานบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) เปิดรับ จำนวน 76 แห่ง ใน 75 กลุ่มวิชา ตำแหน่งว่างรวม 11,877 อัตรา จังหวัดที่มีผู้สมัครมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ นครราชสีมา 12,594 ราย ชลบุรี 7,308 ราย กรุงเทพฯ 6,793 ราย ตาก 6,402 ราย และเชียงราย 5,682 ราย ส่วนสาขา/วิชา ที่มีผู้สมัครมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ ปฐมวัย/การศึกษาปฐมวัน/อนุบาลศึกษา 22,405 ราย สังคมศึกษา 19,810 ราย คอมพิวเตอร์ 17,931 ราย พลศึกษา 17,587 ราย และวิทยาศาสตร์ทั่วไป 14,428 ราย
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 9 สิงหาคม 2564