สมาชิกเข้าสู่ระบบ

เล็งเอาผิดผิดจรรยาบรรณวิชาชีพครูใช้เข็มทิ่มปากเด็ก

เมื่อวันที่ 27 มกราคม ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า กรณีครูของสถานศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ ลงโทษนักเรียนด้วยการใช้เข็มทิ่มปากเด็กนักเรียนนั้น สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพครูที่กระทำการตามที่ปรากฏเป็นข่าวดังกล่าว โดยประสานความร่วมมือกับสถานศึกษา และหน่วยงานต้นสังกัดของสถานศึกษา และได้ตรวจสอบข้อมูลการมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแล้ว พบว่า ครูที่เป็นข่าวดังกล่าวเป็นผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และได้รับเรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาทางจรรยาบรรณของวิชาชีพ ซึ่งสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจะขอข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพตามอำนาจหน้าที่ต่อไปโดยเร็ว 

เลขาธิการคุรุสภากล่าวต่อไปว่า กรณีดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ.2556 หมวด 3 จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ ข้อ 12 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์ และผู้รับบริการ ประกอบกับข้อ 7 (ข) (1) ของข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยแบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ.2550 ผู้ประกอบวิชาชีพครูต้องไม่มีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ได้แก่ การลงโทษศิษย์อย่างไม่เหมาะสม ดังนั้น จำเป็นต้องเร่งดำเนินการเข้าสู่กระบวนการโดยเร็วที่สุด 

ขอให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูได้ตระหนักถึงการดำเนินการใดๆ กับศิษย์หรือผู้รับบริการ จะต้องคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดกับศิษย์หรือผู้รับบริการเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการลงโทษเพื่อปรับพฤติกรรมของศิษย์ในทางที่สร้างสรรค์ และไม่ใช้ความรุนแรง ทั้งทางกาย และวาจา ซึ่งจะส่งผลกระทบถึงจิตใจของศิษย์และผู้รับบริการ” ผศ.ดร.อมลวรรณกล่าว 

ครู ใช้เข็มทิ่มปาก ร่ำไห้ ขอโทษสังคม อ้าง อยากให้เด็กโตไปเป็นคนดี

ครูจ๋า ครูประจำชั้น เดินไปเหยียบหมากฝรั่งที่ถูกคายไว้ในห้องเรียน แต่ไม่มีใครรับ จึงเรียก ครูหญิงอีกคน คือ ครูปุ๊ก ซึ่งเป็น ครูสอนคณิตศาสตร์ มาร่วมสอบสวน ก่อนที่ครูมาร่วมสอบสวนลงมือทำโทษเด็ก โดยมีครูประจำชั้นยืนดู พร้อมกับบังคับให้เด็กจุดธูปสาบาน เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งทางผู้ปกครองเข้าไปแจ้งความแล้วนั้น 

เมื่อวันที่ 26 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายที่ผ่านมา ครูทั้ง 2 คน ได้มารายงานตัวที่ สภ.สำโรงเหนือ

โดยครูระบุว่า นำเข็มเจาะปากเด็กจริง โดยใช้เข็มกลัดอันใหม่ ที่เพิ่งเอามาใช้ โดยก่อนหน้านี้ใช้เข็มกลัด กลัดเสื้อเด็กทำการแสดง ซึ่งครูไม่ได้ตั้งใจให้เลือดออก ครูตั้งใจแค่ขู่ และตอนจิ้มนั้นไม่มีเด็กร้องไห้เลย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นครูร่ำไห้พร้อมระบุว่า ทำทั้งหมดเพราะหวังดี อยากจะให้เด็กเติบโตขึ้นไปเป็นคนดี กล้าทำกล้ารับ

ครูกราบขอโทษสังคม ขอโทษผู้ปกครอง ขอโทษนักเรียน ขอโทษ ผอ.โรงเรียน ครูไม่อยากให้เขาโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ดี ที่ครูสอนเขา เพราะอยากให้เป็นเด็กดี ไม่มีเจตนาที่ทำร้ายเด็ก ไม่คิดว่าการที่ทำแบบนี้ จะทำให้เขาเกิดบาดแผล ที่ครูทำไปไม่ได้ตั้งใจจริงๆ (ร่ำไห้) ที่ทำไปเพราะอยากให้เขาเป็นคนดี กล้าทำกล้ารับผิดชอบ” ครูปุ๊กที่ทำการใช้เข็มจิ้มนักเรียนกล่าว 

เกี่ยวข้องกัน

ตั้ง กก.สอบ 2 ครูใช้เข็มจิ้มเด็ก 36 คน ผอ.ลั่น ใช้อะไรคิด ชี้ถ้าผิดจริง มีโทษไล่ออก

ครูประจำชั้นเดินไปเหยียบหมากฝรั่งที่ถูกคายไว้ในห้องเรียน แต่ไม่มีใครรับ จึงเรียกครูหญิงอีกคน ซึ่งเป็นครูสอนคณิตศาสตร์มาร่วมสอบสวน ก่อนที่ครูมาร่วมสิบสวน ลงมือทำโทษเด็ก โดยมีครูประจำชั้นยืนดู เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งทางผู้ปกครองเข้าไปแจ้งความแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 26 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด ว่า ทางผู้อำนวยการโรงเรียนได้นัด ผู้ปกครองทั้ง 36 คน ซึ่งเป็นห้องที่เกิดเหตุ มาพูดคุยและหาข้อตกลงร่วมกัน ภายในห้องประชุมในโรงเรียนโดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปภายในแค่อย่างใด

ทั้งนี้นายอภิชา เพ็ชรน้อย ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวในห้องประชุมว่า ตนเองเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และเหตุการณ์แบบนี้ไม่สมควรเกิดกับลูกๆ ในโรงเรียน การกระทำที่ยั้งคิดไม่ได้ไตรตรองของคุณครู นับว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก 

นายอภิชา กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตนเองได้สองถามครูทั้งสองคน เบื้องต้นยอมรับว่ากระทำจริง ซึ่งตนก็งงว่าครูใช้อะไรคิด จากนั้นจึงเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้ามาหาข้อมูล เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครอง เรื่องนี้ตนเองจะปล่อยผ่านไม่ได้ เพราะเป็นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และนโยบายของโรงเรียน ที่สำคัญที่สุดคือ จรรยาบรรณวิชาชีพของครู 

โรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจ ตั้งคณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานไปยัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) สมุทรปราการ ไปตั้งแต่วันเกิดเรื่อง เพื่อดำเนินการลงโทษทางวินัยกับครูทั้งสองคน เบื้องต้นมีคำสั่งให้ครูทั้งสองหยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อน และย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ส่วนกลาง ส่วนโทษนั้นหามีการสอบสวนและและทำเกินกว่าเหตุ อาจถึงขั้นไล่ออกนายอภิชา กล่าว 

เกี่ยวข้องกัน

เขตพื้นที่ สั่งย้ายครู ใช้เข็มจิ้มปากเด็ก เข้ากรุ ชี้ ผิดจริงมีโทษวินัย

เมื่อวันที่ 26 มกราคม นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตนทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว ทราบว่า สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงและย้ายครูมาประจำที่เขตพื้นที่แล้ว อย่างไรก็ตาม เท่าที่ได้รับข้อมูลเบื้องต้น ครูน่าจะกระทำการดังกล่าวจริง แต่ต้องตรวจสอบรายละเอียด และดูอาการบาดเจ็บของนักเรียน 

ซึ่งหากตรวจสอบแล้ว พบว่า ครูมีเจตนาไม่เหมาะสม ก็จะต้องมีการลงโทษทางวินัยตามขั้นตอน แต่หากไม่ได้มีเจตนาไม่ดี เพียงแต่กระทำการไม่เหมาะสม ก็ต้องให้ความรู้ เพราะการคัดเลือกคนมาเป็นครูแล้วไม่มีเวลาอบรมที่เพียงพอ หากมีการทำผิดพลาดก็ต้องมีการชี้แนะ ให้โอกาส หากยังไม่ปรับพฤติกรรม ก็ต้องบริหารจัดการตามสมควร 

กรณีนี้หาหลักฐานไม่ยาก ซึ่งเขตพื้นที่ฯคงต้องเข้าไปดูรายละเอียด ทั้งการปฏิบัติที่เหมาะสม หรือไม่เหมาะสม ผลกระทบต่อนักเรียนทั้งร่างกาย จิตใจ กระบวนการเยียวยานักเรียนและผู้ปกครอง ซึ่งส่วนตัวไม่กังวล เพราะเขตพื้นที่ฯ ค่อนข้างมีประสบการณ์ หัวใจของการทำโทษนักเรียน ครูต้องเข้าใจว่า เด็กอายุ 0-18 ปี ยังเป็นผู้ใหญ่ไม่เต็มวัย ดังนั้น โอกาสที่จะทำผิดพลาดมีหมด กระบวนการในโรงเรียน เป็นเรื่องที่ให้เด็กเรียนรู้ และมีโอกาสก้าวพลาดและประคองให้ลุกขึ้น แล้วเดินใหม่ ซึ่งครูส่วนใหญ่เข้าใจ แต่ก็มีบ้างส่วนที่ต้องเติมความรู้เข้าไปเพิ่ม 

ทั้งนี้ จากประสบการณ์ที่ผมเห็นมาตลอดไม่มีครูคนไหนที่มุ่งร้ายต่อเด็กเลย เพียงแต่อาจจะขัดใจ ไม่รู้จะทำอย่างไรกับเด็ก ในสถานการณ์ที่เด็กอยู่กับโลกออนไลน์ เกิดการเรียนรู้ผิดพลาด ซึ่งเป็นสองเหตุผลที่ทำให้เกิดการเบี่ยงเบนของพฤติกรรม สพฐ.อยู่ระหว่างการปรับแนวทางเรียนรู้ และดูแลนักเรียนอย่างเข้มข้นมากขึ้นรองเลขาธิการ กพฐ.กล่าว 

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น