สมาชิกเข้าสู่ระบบ

นโยบาย 4 ประเทศ แก้ความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาช่วงโควิด

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 ากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่กินระยะเวลายาวนานกว่า 2 ปี ทำให้โรงเรียนไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติ ต้องปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้วยการเปลี่ยนมาใช้วิธีการสอนทางไกล เด็ก ๆ เรียนหนังสือจากที่บ้าน ยิ่งทำให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำชัดเจนขึ้น เนื่องจากมีเด็กนักเรียนจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาในรูปแบบออนไลน์ได้ด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์ สัญญาณอินเทอร์เน็ต ไฟฟ้า เป็นต้น

โดยเฉพาะกลุ่มเด็กนักเรียนอยากจนพิเศษ หรือเด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล และเมื่อไม่สามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่เหมือนกับการเรียนในห้องเรียน จึงส่งผลให้การเรียนรู้ของเด็ก ๆ ขาดช่วงและหยุดชะงัก ทำให้เกิดช่องว่างการเรียนรู้ (learning gap) และภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (learning loss) ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งหาแนวทางช่วยเหลือเด็ก ๆ ให้กลับมาเรียนอย่างมีประสิทธิภาพโดยเร็วที่สุด

นอกจากนั้น ผลวิจัยจากคณะการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ชี้ให้เห็นว่า เด็กชั้นอนุบาล 3 ในจังหวัดที่มีการระบาดของโควิด-19 จนทำให้ต้องปิดโรงเรียนเป็นระยะเวลานานถึง 1 เดือนเต็ม มีระดับคะแนนความพร้อมของเด็กปฐมวัย (school readiness) ที่ต่ำกว่ากลุ่มที่สามารถไปเรียนได้ตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ กล่าวคือ ด้านภาษา ลดลง 0.39 ปี ด้านคณิตศาสตร์ ลดลง 0.32 ปี และด้านสติปัญญา ลดลง 0.38 ปี เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าการปิดเรียนส่งผลให้ระดับความพร้อมของเด็กปฐมวัยลดลง

ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค รักษาการรองผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เปิดเผยว่า ปัญหาช่องว่างการเรียนรู้ไม่ได้พบแค่ในประเทศไทย แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับระบบการศึกษาทั่วโลก โดยแต่ละประเทศต่างมีแนวทางรับมือและนโยบายระดับชาติในการแก้ไขปัญหา เพื่อลดช่องว่างการเรียนรู้ที่แตกต่างกันออกไป เนื่องด้วยปัจจัยต่าง ๆ ทั้งรายได้ งบประมาณของประเทศ ดัง 4 ประเทศตัวอย่างในรายละเอียดต่อไปนี้

 

อังกฤษจ้างเมนเทอร์ติวเข้มเด็ก

หนึ่งในตัวอย่างของประเทศที่มีรายได้สูง รัฐบาลของอังกฤษได้จัดตั้งกองทุนที่มีงบประมาณ 1 พันล้านปอนด์ ภายใต้ชื่อ Educational Catch-Up Initiatives เพื่อทำโครงการ National Tutoring Programme ให้โรงเรียนได้นำไปใช้ช่วยเหลือนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลให้สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ 

โดยโรงเรียนต้องมีแผนการทำงานและกิจกรรมที่เห็นผลสำเร็จเป็นรูปธรรม และสนับสนุนให้โรงเรียนร่วมโครงการจ้างติวเตอร์พิเศษเพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่ประสบปัญหาช่องว่างการเรียนรู้ ให้สามารถเรียนได้ทันเพื่อน มีการจัด in-house Mentor ให้กับกลุ่มนักเรียนด้อยโอกาสที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งผู้ที่จะมาเป็น Mentor จะต้องผ่านการอบรมเป็นการเฉพาะ

 

เวลส์รับครูเพิ่ม เพื่อลดช่องว่าง

แม้จะเป็นประเทศขนาดเล็ก แต่ก็ให้ความสำคัญอย่างมากกับปัญหาการศึกษาในประเทศช่วงโควิด-19 ด้วยการจัดสรรทรัพยากรครูประจำการและครูที่กำลังเข้ามาใหม่ โดยปี 2563 – 2564 เวลส์ได้กำหนดนโยบายการรับสมัครครูเพิ่มขึ้นจำนวน 600 คน และผู้ช่วยสอนจำนวน 300 คน เพื่อรองรับการช่วยเหลือนักเรียนในการฟื้นฟูทักษะการเรียนรู้ให้สามารถกลับมาเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งรวมไปถึงกลุ่มนักเรียนด้อยโอกาสและเปราะบางในทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนที่กำลังอยู่ในช่วงสอบจบการศึกษาในปีนี้

 

อินเดียปรับระดับความรู้เด็ก

อินเดียเป็นอีกประเทศที่สถานการณ์ของโควิด-19 กระทบต่อระบบการศึกษาอย่างร้ายแรง เด็กนักเรียนหลายล้านคนทั่วประเทศไม่ได้เรียนหนังสือต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน แม้จะเป็นประเทศที่มีงบประมาณไม่มาก แต่ก็มีแนวทางลดช่องว่างการเรียนรู้ที่น่าสนใจ คือ โครงการ Teaching at the right level (TaRL) หรือ การสอนให้ตรงกับระดับ

โดยองค์กรเอ็นจีโอ Pratham ซึ่งเป็นโครงการที่มีมาตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 และมีชื่อเสียงจนงานศึกษาวิจัยที่ติดตามโครงการได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปี 2562 ในยุคของโควิด-19 ยิ่งสามารถนำมาปรับใช้แก้ปัญหาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี โดยครูที่เป็นอาสาสมัครของโครงการ ซึ่งอยู่ประจำตามหมู่บ้านต่าง ๆ จะประเมินผลเด็กในกลุ่มยากจน และมีปัญหาการเรียน ในหมู่บ้านทั่วประเทศว่ามีทักษะด้านการอ่านและทักษะด้านคณิตศาสตร์อยู่ในระดับไหน และใช้เครื่องมือในการฟื้นฟูการเรียนรู้เพื่อให้เด็กสามารถพัฒนากลับมาอยู่ในระดับที่ควรจะเป็น สามารถเรียนได้ทันคนอื่น ๆ

 

บังกลาเทศเน้นกลไกการสื่อสาร

องค์กรเอ็นจีโอ BRAC ในบังกลาเทศ ได้จัดทำระบบสื่อสารที่เรียกว่า Pashe Achhi (อยู่ข้างคุณ) เพื่อสนับสนุนดูแลสุขภาพจิตของผู้ดูแลเด็กเล็ก ด้วยการโทรศัพท์ไปพูดคุยกับผู้ดูแลหรือพ่อแม่ของเด็กทั่วประเทศทุก ๆ สัปดาห์ เพื่อสำรวจและให้กำลังใจ รวมถึงให้ความช่วยเหลือด้านการเรียนรู้ของเด็ก

มีครูจัดการเรียนการสอนผ่านทางโทรศัพท์ ในวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาบังคลาเทศ ต่อกลุ่มนักเรียน 3-4 คน โดยมีพ่อแม่ฟังด้วย นอกจากนี้ยังมีหลักสูตร Playful Learning โดยจัดอาสาสมัครเพื่อทำกิจกรรมใช้การเล่นเพื่อเรียนรู้ (play-based learning) ให้กับเด็กกลุ่มอายุต่าง ๆ มีไฟล์เสียงคู่มือการทำงาน วิธีการพูด และการสื่อสารเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางร่างกาย สติปัญญา ภาษา ทักษะอารมณ์สังคมแก่เด็ก

 

ไทยสร้างชุดกล่องเรียนรู้

สำหรับประเทศไทยมีตัวอย่างเครื่องมือลดช่องว่างการเรียนรู้ที่โรงเรียนหลายแห่งได้นำไปปรับใช้และเห็นผลสำเร็จ คือ นวัตกรรม Learning Box หรือชุดกล่องการเรียนรู้ ที่ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อช่วยสร้างการเรียนรู้นอกห้องเรียน ลดข้อจำกัดด้านอุปกรณ์และสัญญาณอินเทอร์เน็ต

โดยเฉพาะกลุ่มเด็กพื้นที่ห่างไกลที่ไม่สามารถเข้าถึงการเรียนออนไลน์ได้ ครูต้องปรับตัวและพัฒนาการออกแบบการเรียนรู้ตามพื้นที่และบริบท เพื่อช่วยให้เด็ก ๆ สามารถสร้างการเรียนรู้ด้วยตนเองได้และสามารถปิดช่องว่างทางการเรียนรู้ได้ในที่สุด เพื่อรองรับการเปิดเรียนเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ

ตลอดจนตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 หรือบิ๊กร็อคที่ 2 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ที่ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ได้กำหนดกรอบนโยบายไว้เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้เข้มแข็งอีกครั้งหลังวิกฤตโควิด-19 

สรุปสาระสำคัญ

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยาวนานทำให้โรงเรียนต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอนจากห้องเรียนปกติไปสู่การเรียนทางไกล ส่งผลให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะนักเรียนยากจนและพื้นที่ห่างไกลที่ขาดอุปกรณ์ อินเทอร์เน็ต และไฟฟ้า ทำให้เกิด “ช่องว่างการเรียนรู้” และ “ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้” เด็กปฐมวัยได้รับผลกระทบด้านพัฒนาการอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งด้านภาษา คณิตศาสตร์ และสติปัญญา

หลายประเทศมีแนวทางแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน เช่น อังกฤษใช้งบประมาณสนับสนุนการจ้างติวเตอร์และเมนเทอร์ เวลส์เพิ่มจำนวนครูและผู้ช่วยสอน อินเดียใช้แนวคิด “สอนตามระดับความสามารถจริง” (TaRL) เพื่อฟื้นฟูพื้นฐานการเรียนรู้ บังกลาเทศใช้ระบบสื่อสารกับผู้ปกครองและการเรียนผ่านโทรศัพท์ร่วมกับการเรียนรู้แบบเล่น (play-based learning)

สำหรับประเทศไทยมีการพัฒนา “Learning Box” หรือชุดกล่องการเรียนรู้ เพื่อช่วยให้นักเรียนเข้าถึงการเรียนรู้ได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต ลดความเหลื่อมล้ำและส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง แนวทางทั้งหมดมุ่งแก้ปัญหาช่องว่างการเรียนรู้ ยกระดับคุณภาพการศึกษา และรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 อย่างยั่งยืน

ข้อสอบ

ข้อ 1

ปัญหาหลักที่บทความกล่าวถึงจากการเรียนออนไลน์ในช่วงโควิด-19 คือข้อใด
ก. การขาดแคลนครู
ข. ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ค. การขาดงบประมาณโรงเรียน
ง. การลดจำนวนผู้เรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเน้นว่าปัญหาหลักคือความเหลื่อมล้ำจากการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ไม่เท่ากัน

ข้อ 2

“Learning loss” ในบทความหมายถึงอะไร
ก. การเรียนรู้เพิ่มขึ้น
ข. การหยุดเรียนชั่วคราว
ค. การถดถอยหรือสูญเสียการเรียนรู้
ง. การเปลี่ยนหลักสูตร
เฉลย: ค
เหตุผล: Learning loss คือภาวะที่ความรู้และทักษะลดลงจากการเรียนที่ขาดช่วง

ข้อ 3

ผลกระทบต่อเด็กปฐมวัยจากงานวิจัยในบทความคือข้อใด
ก. พัฒนาการเพิ่มขึ้น
ข. คะแนนสูงขึ้นทุกด้าน
ค. พัฒนาการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ง. ไม่มีผลกระทบ
เฉลย: ค
เหตุผล: ผลวิจัยพบว่าความพร้อมลดลงทั้งภาษา คณิตศาสตร์ และสติปัญญา

ข้อ 4

แนวทางของอังกฤษในการแก้ปัญหาช่องว่างการเรียนรู้คืออะไร
ก. ปรับหลักสูตรใหม่
ข. แจกอุปกรณ์ฟรี
ค. จ้างติวเตอร์และเมนเทอร์
ง. ปิดโรงเรียนชั่วคราว
เฉลย: ค
เหตุผล: อังกฤษเน้น National Tutoring Programme และการจ้างติวเตอร์

ข้อ 5

นโยบายของเวลส์เพื่อแก้ปัญหาการเรียนรู้คือข้อใด
ก. ลดจำนวนนักเรียน
ข. เพิ่มครูและผู้ช่วยสอน
ค. ใช้เรียนออนไลน์เท่านั้น
ง. ยกเลิกการสอบ
เฉลย: ข
เหตุผล: เวลส์เพิ่มครู 600 คนและผู้ช่วยสอน 300 คน

ข้อ 6

แนวคิด “Teaching at the right level (TaRL)” ของอินเดียเน้นอะไร
ก. สอนตามอายุ
ข. สอนตามหลักสูตรเดิม
ค. สอนตามระดับความสามารถผู้เรียน
ง. สอนแบบรวมชั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: TaRL มุ่งประเมินและสอนตามระดับทักษะจริงของเด็ก

ข้อ 7

บังกลาเทศใช้วิธีใดในการลดช่องว่างการเรียนรู้
ก. แจกแท็บเล็ต
ข. เรียนผ่านทีวีเท่านั้น
ค. สื่อสารทางโทรศัพท์และเรียนรู้แบบเล่น
ง. เพิ่มเวลาเรียนในโรงเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ใช้ระบบโทรศัพท์และ play-based learning

ข้อ 8

Learning Box ของประเทศไทยมีวัตถุประสงค์หลักคืออะไร
ก. ใช้แทนครู
ข. ลดภาระผู้ปกครอง
ค. ลดข้อจำกัดการเข้าถึงการเรียนรู้
ง. เพิ่มการสอบ
เฉลย: ค
เหตุผล: ช่วยให้นักเรียนเข้าถึงการเรียนแม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต

ข้อ 9

ปัญหาหลักของนักเรียนพื้นที่ห่างไกลคืออะไร
ก. มีครูมากเกินไป
ข. ขาดอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ต
ค. มีคะแนนสูง
ง. ไม่มีนักเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: ข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีเป็นอุปสรรคสำคัญ

ข้อ 10

 

เป้าหมายสำคัญของแนวทางแก้ปัญหาทั้งหมดในบทความคืออะไร
ก. เพิ่มจำนวนโรงเรียน
ข. ลดงบประมาณการศึกษา
ค. ลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพการศึกษา
ง. ลดเวลาเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ทุกประเทศมุ่งแก้ learning gap และยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน

ความเห็นของผู้ชม