สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M025_ครม.อนุมัติร่างพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อโครงการอาหารนักเรียนในโรงเรียน

สรุปมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ ได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อโครงการอาหารนักเรียนในโรงเรียน พ.ศ. …. โดยจัดตั้ง กองทุนเพื่อโครงการอาหารนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้การบริหารงานเกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มีเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานคณะกรรมการบริหารกองทุน

ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อโครงการอาหารนักเรียนในโรงเรียน พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ เป็นการจัดตั้งกองทุนเพื่อโครงการอาหารนักเรียนในโรงเรียน โดยปรับปรุงพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา พ.ศ.2535 และให้โอนบรรดากิจการของกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษาที่สังกัดกระทรวงการคลัง (กค.) เป็น จัดตั้งกองทุนเพื่อโครงการอาหารนักเรียนในโรงเรียน ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อให้การบริหารงานเกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และกำหนดวัตถุประสงค์การจัดตั้งกองทุนให้ครอบคลุมอาหารนักเรียนนอกเหนือจากอาหารกลางวัน และให้รวมถึงโรงเรียนที่จัดการศึกษาภาคบังคับด้วย 

สาระาระสำคัญของร่างพระราชบัญ

กำหนดนิยามคำว่า กองทุน” “โรงเรียน” “นักเรียน” “อาหาร” “คณะกรรมการ” “ประธานกรรมการ” “ผู้บริหารกองทุนและ รัฐมนตรี

กำหนดให้จัดตั้งกองทุนในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรียกว่า กองทุนเพื่อโครงการอาหารนักเรียนในโรงเรียน” โดยมีวัตถุประสงค์

(1) แก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการ การขาดแคลนอาหาร และส่งเสริมภาวะโภชนาการในโรงเรียน

(2) สนับสนุนการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับอาหารสำหรับนักเรียนในโรงเรียน

(3) ส่งเสริมผลผลิตโครงการอาหารนักเรียนในโรงเรียน

(4) ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ด้านอาหารและโภชนาการ

(5) ส่งเสริมพัฒนาการดำเนินงานกองทุน

(6) ประชาสัมพันธ์ปัญหาภาวะทุพโภชนาการของนักเรียนและการดำเนินงานของกองทุน

กำหนดให้เงินและทรัพย์สินของกองทุน ไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

กำหนดให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุน ประกอบด้วย (1) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานกรรมการ (2) ผู้แทน กค. ผู้แทนสำนักงบประมาณ (สงป.) ผู้แทน สพฐ. เป็นกรรมการ (3) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกิน 3 คน ซึ่งประธานกรรมการแต่งตั้งโดยความเห็นชอบของ กค. จากผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ และให้ผู้บริหารกองทุนเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้บริหารกองทุนแต่งตั้งเจ้าหน้าที่กองทุนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ไม่เกิน 2 คน

กำหนดให้คณะกรรมการบริหารกองทุนมีอำนาจหน้าที่  (1) กำหนดนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ของกองทุน (2) กำหนดระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ตลอดจนกำหนดค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ หรือสวัสดิการต่าง ๆ ของผู้บริหารกองทุนและพนักงานโดยความเห็นชอบของ กค. (3) พิจารณาอนุมัติแผนงบประมาณรายรับและรายจ่ายประจำปีและแผนการดำเนินงานของกองทุน (4) พิจารณาจัดสรรเงินช่วยเหลือหรือทรัพย์สินอื่นให้แก่โรงเรียนตามระดับอายุของนักเรียนโดยคำนึงถึงเด็กเล็กและพื้นที่ตามความจำเป็นและเหมาะสม ฯลฯ

กำหนดให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน หนี้ ภาระผูกพัน พนักงาน และลูกจ้างของกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษาตามพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา พ.ศ. 2535 ไปเป็นของกองทุนเพื่อโครงการอาหารนักเรียนในโรงเรียนตามพระราชบัญญัตินี้

ที่มา  ; ศธ.360 องศา 

ครม.มีมติปรับแก้พ.ร.บ.กองทุนโครงการอาหารกลางวัน

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังกการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.ได้เห็นชอบให้มีการปรับแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษาตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ เพื่อให้กองทุนฯ สามารถดูแลได้ครอบคลุมตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา และประถมศึกษา รวมไปถึงสามารถดูแลโรงเรียนในกำกับหลักได้ด้วย ขณะเดียวกันยังมีการปรับในเรื่องของกรรมการกองทุนฯ ด้วย อย่างไรก็ตามเงินจากกองทุนฯ ที่มีอยู่จำนวน 6,000 กว่าล้านบาท และนำเฉพาะดอกเบี้ยมาใช้ได้ในแต่ละปีถือว่ามีไม่มาก ถือเป็นส่วนเสริมงบประมาณอาหารกลางวันที่รัฐบาลจัดสรรให้ทุกปีเท่านั้น              

หลัก ๆ แล้วงบประมาณที่นำมาใช้ดูแลอาหารกลางวันให้กับนักเรียน รัฐบาลจะจัดสรรให้ทุกปีอยู่แล้ว ส่วนเงินที่ได้จากกองทุนฯ เพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษานั้นถือเป็นส่วนเสริมให้กับโรงเรียนเท่านั้น เพราะมีเงินที่ได้จากดอกผลไม่มากในแต่ละปี อย่างไรก็ตามสำหรับการจัดสรรงบประมาณอาหารกลางวันในปีงบประมาณ 2565 นั้น เบื้องต้นจะมีการเพิ่มเงินอาหารกลางวันให้กับนักเรียนอย่างแน่นอน แต่จะมากน้อยแค่ไหนนั้น ขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปจัดทำในรายละเอียดอยู่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยเสนอให้ ครม.พิจารณาแล้ว แต่ ครม.ให้กลับมาทบทวนตัวเลขใหม่ เพื่อไม่ให้เป็นภาระทางงบฯ มากจนเกินไป โดยผมตั้งใจนำกลับไปเสนอให้ ครม.ได้พิจารณาในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้ารมว.ศึกษาธิการ กล่าว 

ที่มา; เดลินิวส์

สรุปสาระสำคัญ

มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564 เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อโครงการอาหารนักเรียนในโรงเรียน พ.ศ. … โดยมีสาระสำคัญคือการปรับปรุงกฎหมายเดิมเกี่ยวกับกองทุนอาหารกลางวัน พ.ศ. 2535 ให้ครอบคลุมการจัดอาหารสำหรับนักเรียนอย่างรอบด้านมากขึ้น และขยายกลุ่มเป้าหมายจากระดับประถมศึกษาไปสู่ระดับก่อนประถมศึกษาและการศึกษาภาคบังคับทั้งหมด พร้อมโอนภารกิจ ทรัพย์สิน และบุคลากรจากกองทุนเดิมที่สังกัดกระทรวงการคลัง มาอยู่ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหาร

กองทุนใหม่นี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ เช่น แก้ปัญหาทุพโภชนาการ สนับสนุนกิจกรรมด้านอาหาร ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านโภชนาการ และพัฒนาการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ โดยมีคณะกรรมการบริหารกองทุนที่มีเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นประธาน และมีอำนาจกำหนดนโยบาย แผนงบประมาณ และจัดสรรทรัพยากรตามความจำเป็นของแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้ เงินกองทุนไม่ต้องนำส่งคลัง และใช้เป็นงบเสริมจากงบประมาณแผ่นดินที่รัฐจัดสรรอยู่แล้ว โดยรายได้หลักมาจากดอกผลของเงินกองทุน ซึ่งมีข้อจำกัดด้านปริมาณ จึงต้องใช้ควบคู่กับงบประมาณหลักอย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อสอบ

ข้อ 1 วัตถุประสงค์สำคัญของการจัดตั้งกองทุนใหม่คือข้อใด
ก. ลดภาระงบประมาณของรัฐ
ข. เพิ่มรายได้ให้โรงเรียน
ค. แก้ปัญหาทุพโภชนาการและส่งเสริมโภชนาการนักเรียน
ง. สนับสนุนการแข่งขันทางวิชาการ

ข้อ 2 การโอนกองทุนมาอยู่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการมีเป้าหมายหลักด้านใด
ก. เพิ่มงบประมาณ
ข. เพิ่มความคล่องตัวในการบริหาร
ค. ลดจำนวนบุคลากร
ง. กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

ข้อ 3 กลุ่มเป้าหมายของกองทุนใหม่ครอบคลุมระดับใด
ก. เฉพาะประถมศึกษา
ข. มัธยมศึกษาเท่านั้น
ค. ก่อนประถม–ภาคบังคับ
ง. อุดมศึกษา

ข้อ 4 ข้อใดเป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารกองทุน
ก. ออกกฎหมายใหม่
ข. กำหนดนโยบายและแผนยุทธศาสตร์
ค. ตรวจสอบภาษี
ง. แต่งตั้งครู

ข้อ 5 แหล่งเงินสำคัญของกองทุนมาจากข้อใด
ก. ภาษีโรงเรียน
ข. เงินบริจาคเท่านั้น
ค. ดอกผลของเงินกองทุน
ง. ค่าเล่าเรียน

ข้อ 6 หากโรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดารขาดแคลนอาหาร ควรใช้หลักใดในการจัดสรร
ก. เท่าเทียมทุกโรงเรียน
ข. ตามความนิยม
ค. ตามความจำเป็นและเหมาะสม
ง. ตามขนาดโรงเรียน

ข้อ 7 เหตุผลสำคัญที่เงินกองทุนไม่ต้องนำส่งคลังคือข้อใด
ก. เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี
ข. เพื่อความคล่องตัวในการใช้จ่าย
ค. เพื่อเพิ่มดอกเบี้ย
ง. เพื่อควบคุมโดยเอกชน

ข้อ 8 หากงบกองทุนมีจำกัด ผู้บริหารควรดำเนินการอย่างไร
ก. หยุดโครงการ
ข. ใช้งบเฉพาะโรงเรียนใหญ่
ค. บูรณาการกับงบประมาณหลักของรัฐ
ง. ลดคุณภาพอาหาร

ข้อ 9 การกำหนดกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
ก. เพิ่มจำนวนคน
ข. สร้างภาพลักษณ์
ค. เพิ่มความเชี่ยวชาญในการตัดสินใจ
ง. ลดบทบาทรัฐ

ข้อ 10 หากต้องพัฒนาคุณภาพโภชนาการอย่างยั่งยืน ควรเน้นข้อใด
ก. เพิ่มงบเพียงอย่างเดียว
ข. จัดกิจกรรมเรียนรู้ด้านโภชนาการ
ค. ลดจำนวนผู้เรียน
ง. ใช้อาหารสำเร็จรูป

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม