
13 พฤศจิกายน 2567 / พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 3/2567 โดยมีนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ., นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการ กอศ., นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ., ผู้ตรวจราชการ ผู้บริหาร ศธ. ตลอดจนคณะกรรมการฯ ผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ และผ่านระบบ e-Meeting
รมว.ศธ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมฯ ได้เห็นชอบ (ร่าง) แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ 2568 ตามนโยบาย จุดเน้นประเด็น ตัวชี้วัดการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาในการลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง มีแนวปฏิบัติในการตรวจราชการฯ แบ่งเป็น 3 ประเภท
นอกจากนี้ยังได้รับทราบผลการตรวจราชการฯ รอบที่ 2 (1 เม.ย – 30 ก.ย. 2567) ประจำปีงบประมาณ 2567
รวมถึงผลการดำเนินงานตามนโยบายที่ได้รับมอบหมายดำเนินการพิเศษเพิ่มเติมในประเด็นยกเลิกครูเวร : ชีวิตและความปลอดภัยของครูสำคัญกว่าทรัพย์สิน, จัดหานักการภารโรง, ปรับลดงานที่ไม่จำเป็นหรือซ้ำซ้อน, จ้างครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ, อาหารกลางวันโรงเรียนขยายโอกาส, สุขาดี มีความสุข, ศูนย์การเรียนสำหรับเด็กในโรงพยาบาล และการยกเว้น/ผ่อนผันแต่งเครื่องแบบนักเรียน
สำหรับความก้าวหน้าการดำเนินงานระบบข้อมูลสารสนเทศ เพื่อการตรวจราชการ ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (e-Inspection) ซึ่งกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนราชการ สำนักงานศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด รวมผู้เกี่ยวข้องเข้ามาใช้งานระบบฯ จำนวน 48,263 คน (ข้อมูลล่าสุด 5 พ.ย. 67) ในส่วนของข้อมูลพื้นฐานการศึกษา การรายงานการติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบาย รมว.ศธ. ในส่วนภูมิภาคพบว่าสำนักงาน ศธภ. รายงานผลการตรวจราชการและติดตามประเมินผลระดับภาค ครบ 18 ภาค ทั้ง 2 รอบ ด้านสำนักงาน ศธจ. รายงานผลการตรวจราชการและติดตามประเมินผลระดับจังหวัด รอบ 1 รายงาน 75 จังหวัด รอบ 2 รายงานครบทั้ง 77 จังหวัด
“การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานของ ศธ. ถือว่ามีความสำคัญในการบริหารในทุกมิติ เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดการศึกษาสอดคล้องกับนโยบายและแผนการพัฒนาที่ได้วางไว้ และสามารถวัดผลความสำเร็จหรือหาจุดที่จำเป็นต้องปรับปรุง เพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นกระบวนการสำคัญในการตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงานของสถานศึกษาและหน่วยงานในสังกัด เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายการศึกษาและแผนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาถูกนำไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลตามเป้าหมายที่กำหนด” รมว.ศธ. กล่าวทิ้งท้าย
ที่มา ; ศธ 360 องศา
สรุปสาระสำคัญ
เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 3/2567 เพื่อพิจารณา (ร่าง) แผนการตรวจราชการและติดตามผลปีงบประมาณ 2568 โดยมี 3 รูปแบบ ได้แก่ การตรวจราชการกรณีปกติ การตรวจราชการแบบบูรณาการ และการตรวจราชการกรณีพิเศษ ที่สามารถดำเนินการได้ตลอดเวลา ทั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดภาระครู บุคลากร นักเรียน และผู้ปกครอง โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตครู แก้ปัญหาหนี้สิน การโยกย้ายอย่างโปร่งใส และเพิ่มสวัสดิการให้เหมาะสม ส่วนด้านนักเรียน เน้นแนวคิด “Anywhere Anytime” เรียนฟรี มีงานทำ ผ่านระบบแพลตฟอร์มดิจิทัลและการรับรองสมรรถนะอาชีพ (Skill Certificate) รวมถึงโครงการยกเลิกครูเวร จัดหาภารโรง และพัฒนาโรงเรียนขยายโอกาส ระบบ e-Inspection ยังมีความคืบหน้า โดยมีผู้ใช้งานกว่า 48,000 คน ช่วยให้การติดตามประเมินผลเป็นระบบ โปร่งใส และสอดคล้องกับนโยบายการศึกษาของชาติ
ข้อสอบ
1.การประชุมคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อใด
ก. 10 พฤศจิกายน 2567
ข. 13 พฤศจิกายน 2567
ค. 15 พฤศจิกายน 2567
ง. 18 พฤศจิกายน 2567
2.การตรวจราชการกรณีพิเศษมีลักษณะอย่างไร
ก. ตรวจเฉพาะช่วงต้นปีงบประมาณ
ข. ตรวจร่วมกับสำนักนายกรัฐมนตรีเท่านั้น
ค. ตรวจได้ทุกเวลาเมื่อมีเหตุจำเป็น
ง. ตรวจเฉพาะโรงเรียนเอกชน
3.นโยบาย “Anywhere Anytime” มุ่งเน้นเรื่องใด
ก. การจัดอาหารกลางวันในโรงเรียน
ข. การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา
ค. การฝึกอาชีพครู
ง. การจัดสอบระดับชาติ
4.ระบบ e-Inspection ของ ศธ. มีเป้าหมายหลักเพื่ออะไร
ก. จัดเก็บข้อมูลผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน
ข. ตรวจสอบและติดตามผลการดำเนินงานทางการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ
ค. จัดทำฐานข้อมูลครูผู้สอนทั่วประเทศ
ง. ใช้รายงานการเงินของโรงเรียน
คลิกเฉลย >>>