สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ภาพรวมโลกการศึกษาในยุคหลัง COVID-19

หลังจากหลายเดือนที่ผ่านมา วิกฤตการณ์ COVID-19 ที่ดูคลี่คลายความรุนแรงลงไป ความธรรมดานิยามใหม่กลายเป็นบรรทัดฐานในชีวิตประจำวัน มุมมองของคนส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าโลกได้เปลี่ยนโฉมหน้าในทศวรรษที่กำลังมาถึงโดยสิ้นเชิง วิกฤติที่กินระยะเวลานานหลายเดือน ได้เปลี่ยนรูปแบบการให้บริการและระบบสาธารณสุขไปในอีก 1-2 ปีข้างหน้า ทั้งข้อปฏิบัติสำหรับการตรวจโรค การติดตามโรค และการแยกตัวทางสังคมจะกลายเป็นมาตรฐานทั่วไปในชีวิตประจำวัน การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและมิติต่างๆ ต่อสังคมนั้นจะเกิดขึ้นยาวนานหลายเดือนและมีแนวโน้มว่าจะเป็นความเปลี่ยนแปลงถาวร ทั้งระยะห่างทางสังคม ข้อแนะนำด้านสาธารณสุข การเดินทาง ธุรกิจ และกิจกรรมสาธารณะ

ในส่วนของภาคการศึกษาเองก็ต้องตั้งคำถามต่อบทบาทของการเรียนรู้ในโลกใหม่ เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับรูปแบบการเรียนที่เปลี่ยนไปและการพัฒนาทักษะใหม่ๆ สำหรับยุคหลัง COVID-19 ด้วยเช่นกัน

ท่ามกลางมาตรการล็อคดาวน์ในหลายประเทศ เด็กนักเรียนกว่า 1.725 พันล้านคนทั่วโลกไม่ได้เข้าเรียนตามปกติ การปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงได้กลายเป็นความเหนื่อยล้า การทดลองรูปแบบชีวิตที่ไม่มีปลายทาง ซึ่งสถาบันทางการศึกษาเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบ โดยยังไม่มีทางออกที่ชัดเจนและยั่งยืนว่าเราสามารถปรับหรือฟื้นฟูระบบการศึกษาให้กลับมาได้เหมือนเดิมได้อย่างไร

แน่นอนว่าทางออกแรกๆ ที่เกิดขึ้นคือการใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์สูงสุด ทั้งการปรับรูปแบบห้องเรียน การเผยแพร่เนื้อหาจำนวนมหาศาลในโลกอินเทอร์เน็ต ด้วยระบบการจัดการการเรียนรู้ แพลทฟอร์มที่พัฒนามาเฉพาะผู้เรียน แต่ เทคโนโลยีดิจิทัลอันล้ำสมัยก็ไม่ได้ครอบคลุมการศึกษาในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาหรือด้อยพัฒนา ประเทศที่เผชิญกับเงื่อนไขความยากจนทางเศรษฐกิจ มีแต่ตัวเลือกอันจำกัดให้กับผู้เรียนที่ พร้อมและ ไม่พร้อมเท่านั้น

 

ต้องคิดอยู่เสมอว่า ไม่ใช่ทุกบ้านจะมีอินเทอร์เน็ต

แน่นอนว่าครอบครัวส่วนใหญ่นั้นคาดการณ์ได้ว่าจะเป็นบ้านที่มีอินเทอร์เน็ต แต่ในความจริงแล้วไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ามีหลายต่อหลายครอบครัวที่ไม่เป็นเช่นนั้น ด้วยความแตกต่างทั้งเรื่องของรายได้จนถึงระดับการศึกษาของพ่อแม่

ครอบครัวที่มีรายได้น้อยส่วนใหญ่แล้วจะเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือเท่านั้น เด็กจึงไม่อาจเข้าถึงซอฟต์แวร์การเรียนรู้ที่ซับซ้อนได้ เพราะต้องใช้อุปกรณ์อย่างแท็บเล็ตหรือคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีมูลค่าสูงเกินกว่าจะเป็นเจ้าของได้

Nate Ridgway คุณครูสอนวิชาสังคมที่โรงเรียน Beech Grove ในอินเดียนาโพลิส ได้ทำวิดีโอการเรียนรู้สำหรับนักเรียนในช่วงเรียนทางไกล โดนโรงเรียนเองจะสนับสนุนอุปกรณ์ Chromebooks ให้นักเรียนนำกลับบ้าน ถึงอย่างนั้น เขาก็สังเกตว่าเด็กนักเรียนด้อยโอกาสบางคนนั้นไม่อาจเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ได้ เพราะต่อให้มีอุปกรณ์ แต่ก็ไม่อาจเข้าถึงการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อยู่ดี

พวกเราในฐานะครู จะต้องระวังอย่างยิ่งเกี่ยวกับความคาดหวังที่มีต่อเด็กว่าจะเรียนออนไลน์ได้ เด็กนักเรียน 10% – 25% ของผมไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้จากที่บ้าน

ในหลายกรณี บางครอบครัวในหลายพื้นที่ยังคงเลือกใช้เทคโนโลยีดั้งเดิม อย่างเช่นโทรทัศน์หรือวิทยุ โดยมีบางประเทศเลือกใช้สื่อสิ่งพิมพ์เป็นแหล่งการเรียนรู้พื้นฐานหลักสำหรับเด็กนักเรียน ความท้าทายที่แท้จริงของการศึกษาในยุคหลัง COVID-19 นี้จึงเป็นการพัฒนาคุณภาพของสื่อการสอน ที่สามารถใช้งานได้ไม่ใช่แค่สำหรับการสอนในห้องเรียนแบบตัวต่อตัวเท่านั้น ทางฝั่งครูเองก็ต้องได้รับการฝึกอบรมทักษะในการสื่อการสอนในกรณีที่เป็นเรียนออนไลน์ได้อย่างถูกต้องเช่นเดียวกัน (สามารถดูตัวอย่างแหล่งการเรียนได้จาก Open Educational Resources)

แต่ถึงอย่างนั้น การสอนออนไลน์ (โดยเฉพาะเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินนี้) และการเรียนแบบทางไกลนั้นไม่ถือว่าเป็นการเรียนดิจิทัลเต็มรูปแบบ หรืออย่างน้อยก็ไม่ได้พัฒนาศักยภาพของเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างแท้จริง ส่วนใหญ่แล้วเป็นการแปลความตรงตัวจากคำว่า ห้องเรียนในเชิงกายภาพ มาเป็นห้องเรียนออนไลน์แต่การศึกษาดิจิทัลที่แท้จริงนั้นหมายถึงการปรับหลักสูตรการเรียน โปรแกรมการศึกษา ที่เน้นไปที่ทักษะและประสบการณ์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยใช้พลังของเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นกลไกขับเคลื่อนแหล่งข้อมูล แหล่งการเรียนรู้ เป็นเครื่องมือ เป็นแพลทฟอร์ม และเป็นคอมมูนิตี้สำหรับสร้างระบบนิเวศน์การเรียนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือที่กำหนดลักษณะการศึกษาให้มีความยืดหยุ่นเหมาะกับผู้เรียนทุกกลุ่ม และสร้างประสบการณ์การเรียนรู้เฉพาะบุคคลได้

 

โรงเรียนให้มากกว่าวิชาการเรียน

เชื่อไหมว่าต่อให้เด็กนักเรียนจะมีทั้งสัญญาณอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์พร้อมเรียนได้ การปิดโรงเรียนแล้วปรับมาเป็นเรียนออนไลน์นั้นส่งผลกระทบในเรื่องอื่นๆ ที่มากกว่า เพราะเด็กบางคนได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในทุกวันก็จากการมาโรงเรียน รวมถึงการได้รับคำแนะแนวและการได้ทำกิจกรรมเสริมอื่นๆ หลังจากหมดวัน เพื่อรอเวลาให้พ่อแม่มารับกลับบ้าน ดังนั้นโรงเรียนจึงเป็นมากกว่าห้องเรียน

เมื่อโรงเรียนปิดลงในระยะเวลาหนึ่ง เด็กๆ จึงสูญเสียโอกาสในมิติชีวิตด้านอื่น ส่งผลยึดโยงไปถึงครอบครัวด้วยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเด็กจากครอบครัวที่พ่อหรือแม่ประกอบอาชีพในส่วนงานที่ไม่อาจปรับตารางเวลาได้ ถ้าลองคิดดูดีๆ โรงเรียนก็เป็นเหมือนเมืองทั้งเมืองที่เรามอบให้กับเด็กๆ เมื่อต้องปิดเมือง ก็ไม่มีการแพลทฟอร์มสอนออนไลน์อันไหนจะมาทดแทนความรู้สึกตรงนั้นที่เสียไปได้

 

สถาบันการศึกษารูปแบบใหม่

เป้าหมายของโรงเรียนในยุคหลัง COVID-19 นั้นต้องอยู่ภายใต้กรอบแนวคิด 3 ระดับ

ประสบการณ์การเรียนรู้ + ระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพ + ความสามารถของการวิเคราะห์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์

โรงเรียนสำหรับเด็กเล็กจะลดจำนวนเด็กนักเรียนต่อห้องอย่างเเน่นอน พร้อมทุกชั้นเรียนต้องให้ความสำคัญกับเรื่องความสะอาดเป็นที่หนึ่ง รวมถึงการมองหานวัตกรรมใหม่ๆ ในการที่จะทำให้เด็กๆ มีการเชื่อมโยงและทักษะทางสังคมได้แม้จะต้องรักษาระยะห่างระหว่างกัน โรงเรียนระดับมัธยมตอนปลายและมหาวิทยาลัยจะเดินหน้าเต็มกำลังในการเลือกใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นเครื่องมือในทุกมิติของการเรียนรู้ ร่วมถึงการสร้างประสบการณ์การสอนใหม่ จึงสามารถคาดการณ์ได้เลยว่าในอนาคตเราจะเห็นสื่อการเรียนที่ได้รับการพัฒนาคุณภาพให้เหมาะสำหรับคนทุกกลุ่ม และลดการเรียนแบบตัวต่อตัวให้เหลือน้อยลงมากที่สุด

โรงเรียนและสถาบันทางการศึกษาต้องการบุคลากรที่มีชุดความสามารถใหม่ในการเรียนรู้ หรือหากเป็นชุดความสามารถเดิมต้องเพิ่มเติมการพัฒนาทักษะการสอนให้ดียิ่งขึ้น ออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้หรือโปรแกรมที่ปรับด้วยการออกแบบการบริการสำหรับการศึกษาที่พร้อมต่อการมีชีวิตในยุคหลัง COVID-19 ทั้งเรื่องของ UX การตลาดดิจิทัล การจัดการเนื้อหา (การผลิต การจัดการ การพัฒนา และการจัดการแพลทฟอร์ม) การจัดการข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์

ชุดวิธีการสอนแบบเดิมนั้นอาจไม่ได้ผลอีกต่อไป ยกอย่างเช่นแนวคิด LMS (Learning Management System หรือระบบการจัดการเรียนรู้ เป็นซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการเรียนการสอนผ่านเว็บไซต์) ที่เคยเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับการเรียนรู้ สิ่งที่พวกเราต้องการจริงๆ คือการบูรณาการเครื่องมือในการผลิตองค์ความรู้ สร้างแหล่งข้อมูลและเครื่องมือที่นำมาบูรณาการได้หลายครั้งต่อประสบการณ์การเรียน

สถาบันการศึกษาที่ทำหน้าที่ให้ความรู้นั้นจะต้องมีความสามารถในการสร้างสิ่งใหม่ หรือพัฒนาข้อเสนอทางคุณค่าและวัฒนธรรมต่อพื้นที่ สถาบันการศึกษาอาจพาตัวเองไปสู่ความล้มเหลวได้หากไม่ยอมพัฒนาบุคลากรในองค์กรที่มี

 

จบแล้วไปไหน

ก่อนจะเกิดวิกฤติ มหาวิทยาลัยส่วนมากยังไม่ได้ปรับตัวมาเป็นการเรียนออนไลน์เต็มรูปแบบ อย่างน้อยก็ในเชิงของการกำหนดนโยบาย แม้ว่ามีโปรแกรมการเรียนออนไลน์หรือมีซอฟต์แวร์ให้กับนักศึกษาให้เห็นอยู่บ้าง แต่การเรียนในรูปแบบเช่นนั้นถือว่ายังไม่แตกต่างมากกับการเรียนตัวต่อตัวในห้องเรียนที่ดูเหมือนว่าจะมีประสิทธิภาพมากกว่า จนช่วงวิกฤติที่ผ่านมา ทำให้คำว่า เรียนออนไลน์ในระดับมหาวิทยาลัยนั้นเป็นเรื่องใกล้ความจริงมากขึ้นทันที

ประสบการณ์การเรียนในมหาวิทยาลัยจะเปลี่ยนไป จากนักศึกษาที่เคยบอกว่าอาจารย์ไม่มีเวลาให้ ในตอนนี้อาจารย์ประจำวิชาหรือครูที่ปรึกษาสามารถใช้โปรแกรมซูมเพื่อพูดคุยกับเด็กนักเรียนได้ 10 – 12 คนบ่อยเท่าที่ต้องการ แม้ว่าการสอบทั่วไปอาจจะยังไม่เกิดขึ้นในปีนี้ ตัวอย่างเช่นที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้ปรับวิธัการสอบเป็นการเขียนเรียงความจากที่บ้าน และสอบแบบ open book ภายในเวลาสามชั่วโมง ซึ่งทางฝั่งอาจารย์เองก็ยินดี เพราะการพิมพ์คำตอบข้อสอบในคอมพิวเตอร์นั้นมีความรวดเร็วกว่าการเขียนกระดาษและอ่านได้ง่ายกว่า โดยนักศึกษาสามารถอ้างอิงคำตอบได้จากแหล่งสื่อสารการสอนหรือหนังสือได้ แต่นั่นก็ไม่ได้สำคัญไปกว่าความเข้าในเชิงลึกที่มีต่อข้อมูลทั้งหมดที่ได้อ่านไป

ตัวอย่างที่อังกฤษ แม้จะกลุ่มคนตกงานที่มีจำนวนมากขึ้น แต่ประเทศก็รับมือด้วยการเปิดสอนคอร์สสายอาชีพที่มีความเป็นไปได้ว่าจะได้รับค่าตอบแทนในการฝึกงานและประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพเพิ่มเติม ทำให้กลุ่มคนที่ยังไม่มีงานทำหรือเพิ่งจบการศึกษา สามารถเลือกสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยอีกครั้ง และลงเรียนในคอร์สที่โรงงานผู้ผลิตหรือภาคการบริการของประเทศต้องการ ซึ่งมีทั้งสายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม เเละคณิตศาสตร์ 

อ้างอิง :

บทความโดย : EGADE Business School, Juan Enciso, Commonwealth of Learning, Dana Goldstein
แปลและเรียบเรียง : กมลกานต์ โกศลกาญจน์
 

ที่มา; กองทุนเสมอภาคทางการศึกษา

สรุปสาระสำคัญ

วิกฤต โควิด-19 ทำให้ โลก การศึกษา และ สังคม เปลี่ยนแปลง เข้า สู่ ความ ปกติ ใหม่ ที่ มี แนวโน้ม ถาวร โดย ระบบ สาธารณสุข การ เดินทาง ธุรกิจ และ กิจกรรม สาธารณะ ต้อง ปรับ ตัว ตาม มาตรการ ด้าน ความ ปลอดภัย และ ระยะ ห่าง ทาง สังคม
ภาค การศึกษา ได้ รับ ผล กระทบ อย่าง รุนแรง เมื่อ เด็ก จำนวน มาก ไม่ สามารถ เข้า เรียน ตาม ปกติ และ ต้อง เปลี่ยน สู่ การ เรียน ออนไลน์
เทคโนโลยี ดิจิทัล ถูก นำ มา ใช้ ใน การ เรียน การ สอน แต่ ยัง มี ความ เหลื่อม ล้ำ เพราะ ไม่ ทุก ครอบครัว เข้าถึง อินเทอร์เน็ต หรือ อุปกรณ์ ที่ เหมาะสม
โรงเรียน ไม่ เพียง เป็น แหล่ง ความรู้ แต่ ยัง เป็น พื้นที่ ดูแล เด็ก ทั้ง ด้าน อาหาร คำ แนะนำ และ กิจกรรม ทาง สังคม
รูป แบบ การ ศึกษา ใน อนาคต จะ ผสาน ประสบการณ์ การ เรียน ระบบ จัด การ และ ปัญญา ประดิษฐ์ เพื่อ สร้าง การ เรียน รู้ ที่ ยืดหยุ่น และ เฉพาะ บุคคล
มหาวิทยาลัย และ สถาบัน ต้อง ปรับ รูป แบบ การ สอบ และ การ เรียน เป็น ออนไลน์ มาก ขึ้น พร้อม เน้น ทักษะ การ วิเคราะห์ และ การ ใช้ ความ รู้ เชิง ลึก
การ พัฒนา บุคลากร ครู และ ผู้ บริหาร จึง จำเป็น ต้อง มี ทักษะ ดิจิทัล การ ออกแบบ การ เรียน รู้ และ การ ใช้ เทคโนโลยี เพื่อ ยกระดับ คุณภาพ การ ศึกษา ใน ยุค หลัง โควิด อย่าง ยั่งยืน

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

แนวโน้มสำคัญที่สุดของระบบการศึกษาหลังโควิดคือข้อใด
ก. ลดการใช้เทคโนโลยีในห้องเรียน
ข. ยกเลิกการเรียนออนไลน์ทั้งหมด
ค. การผสานเทคโนโลยีและการเรียนรู้เฉพาะบุคคล
ง. กลับไปใช้การสอนแบบบรรยายเหมือนเดิม

เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นการใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ และการเรียนรู้เฉพาะบุคคลเป็นแกนหลัก

 

ข้อ 2

ปัญหาสำคัญของการเรียนออนไลน์ในประเทศกำลังพัฒนาคือข้อใด
ก. ครูไม่มีความรู้ด้านเนื้อหา
ข. ความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์
ค. นักเรียนไม่สนใจเรียน
ง. ไม่มีหลักสูตรกลาง

เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลและการเข้าถึงเทคโนโลยี

 

ข้อ 3

เหตุใด “โรงเรียน” จึงไม่สามารถถูกแทนที่ด้วยการเรียนออนไลน์ได้ทั้งหมด
ก. เพราะค่าใช้จ่ายสูง
ข. เพราะครูไม่พร้อมสอนออนไลน์
ค. เพราะโรงเรียนมีบทบาทด้านสังคม อาหาร และการดูแลเด็ก
ง. เพราะอินเทอร์เน็ตช้า

เฉลย: ค
เหตุผล: โรงเรียนมีบทบาทมากกว่าวิชาการ เช่น อาหารและการดูแล

 

ข้อ 4

ข้อใดสะท้อนความหมายของ “การศึกษาดิจิทัลที่แท้จริง”
ก. การสอนผ่าน Zoom เท่านั้น
ข. การแปลงหนังสือเป็น PDF
ค. การใช้เทคโนโลยีเป็นระบบนิเวศการเรียนรู้แบบยืดหยุ่น
ง. การใช้คอมพิวเตอร์ในห้องเรียน

เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นระบบนิเวศการเรียนรู้ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนรูปแบบห้องเรียน

 

ข้อ 5

บทบาทของครูในยุคหลังโควิดควรเน้นด้านใดมากที่สุด
ก. การจดบันทึกเนื้อหา
ข. การควบคุมชั้นเรียนอย่างเข้มงวด
ค. การออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้และใช้เทคโนโลยี
ง. การลดการใช้สื่อดิจิทัล

เฉลย: ค
เหตุผล: ครูต้องเป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้และใช้เทคโนโลยี

 

ข้อ 6

ข้อใดเป็นข้อจำกัดของการเรียนออนไลน์ในภาวะฉุกเฉิน
ก. ไม่มีการประเมินผล
ข. เป็นการแทนที่ห้องเรียนแบบสมบูรณ์
ค. เป็นเพียงการย้ายห้องเรียนไปออนไลน์ ไม่ใช่การพัฒนาเชิงดิจิทัลจริง
ง. ไม่มีการใช้เทคโนโลยี

เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นการ “ย้ายรูปแบบ” ไม่ใช่การปฏิรูปการศึกษาเชิงลึก

 

ข้อ 7

แนวคิดสำคัญของสถาบันการศึกษาในอนาคตคือข้อใด
ก. ลดจำนวนครู
ข. เพิ่มการสอบแบบปรนัย
ค. ใช้ข้อมูลและ AI เพื่อพัฒนาการเรียนรู้
ง. ลดการใช้เทคโนโลยี

เฉลย: ค
เหตุผล: ใช้ข้อมูลและ AI เป็นแกนพัฒนาระบบการเรียน

 

ข้อ 8

เหตุใดนักเรียนบางกลุ่มจึงไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้เต็มประสิทธิภาพ
ก. ไม่มีความตั้งใจ
ข. ไม่มีครูสอน
ค. ขาดอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์
ง. ไม่มีหนังสือเรียน

เฉลย: ค
เหตุผล: ปัญหาหลักคือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

 

ข้อ 9

การเปลี่ยนแปลงของมหาวิทยาลัยหลังโควิดคือข้อใด
ก. ลดการใช้เทคโนโลยี
ข. เน้นการสอบแบบเขียนเท่านั้น
ค. เพิ่มการเรียนและสอบออนไลน์ รวมถึง open book
ง. ยกเลิกการสอบทั้งหมด

เฉลย: ค
เหตุผล: มีการปรับรูปแบบการสอบและการเรียนเป็นออนไลน์และ open book

 

ข้อ 10

เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาในอนาคตคือข้อใด
ก. ลดจำนวนบุคลากร
ข. เน้นการสอนแบบเดิม
ค. เพิ่มทักษะดิจิทัลและการออกแบบการเรียนรู้
ง. ลดการใช้เทคโนโลยีในโรงเรียน

เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นทักษะดิจิทัล การออกแบบการเรียนรู้ และเทคโนโลยี

ความเห็นของผู้ชม