
คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เผยผลสำรวจการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว และสิ่งที่เด็กและเยาวชนต้องการจะสื่อสารกับครอบครัวผ่านสื่อสังคมออนไลน์เนื่องในวันเด็ก ปี 2564 นี้ โดยทำการสำรวจจากกลุ่มเด็กและเยาวชน อายุ 11-18 ปี จำนวน 2,972 ตัวอย่างทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ระหว่างวันที่ 21 ธันวาคม 2563 – 5 มกราคม 2564
เด็กไทยวันนี้ยอมรับว่าใช้เวลาอยู่กับตัวเองผ่านสื่อสังคมคมออนไลน์มากกว่าอยู่กับผู้ปกครอง และใช้สื่อสังคมเพื่อการติดต่อสื่อสารเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวันกับผู้ปกครอง
ผลการสำรวจ พบว่า เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 50.0 จะใช้เวลาบนโลกออนไลน์กับตัวเอง รองลงมาร้อยละ 38.3 จะใช้เวลากับเพื่อน และเพียงร้อยละ 11.7 ใช้เวลากับพ่อแม่ หรือสมาชิกในครอบครัว และเมื่อถามถึงจุดประสงค์ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 73.0 ระบุว่า เพื่อเล่าเรื่องราว ความรู้สึก ความคิด ประสบการณ์ของตัวเองผ่านสื่อ รองลงมา ร้อยละ 56.4 ระบุว่า เพื่อติดต่อ พูดคุย หาเพื่อนใหม่ที่รู้จักผ่านโลกออนไลน์ ร้อยละ 54.5 ระบุว่า เพื่อติดต่อ พูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนที่รู้จักในโลกออฟไลน์

ด้านการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในครอบครัว ส่วนใหญ่ ร้อยละ 79.2 ระบุว่า ใช้ติดต่อสื่อสารเรื่องทั่วไป เช่น โทร หรือส่งข้อความหากัน บอกธุระ ให้มารับ-ส่ง รองลงมา ร้อยละ 57.9 ระบุว่า ใช้แสดงความรู้สึก เห็นใจซึ่งกันและกัน เช่น เขียนเม้นท์เวลาคนในครอบครัวโพสต์ และร้อยละ 49.9 ใช้พูดคุย แบ่งปันความสนุกสนาน เช่น แชร์คลิป โพสต์ภาพ ส่งเพลงให้กัน ดูยูทูบด้วยกัน
เนื่องในวันเด็กปี 2564 เด็กๆ ต้องการใช้สื่อสังคมบอกรักและห่วงใย และสัญญาว่าจะเป็นเด็กดี
เมื่อสอบถามถึงสิ่งที่เด็ก ๆ อยากบอกกับผู้ปกครองผ่านสื่อสังคมออนไลน์เนื่องในวันเด็กในปี 2564 พบว่า ร้อยละ 48.46 อยากบอกรักพ่อแม่ หรือคนในครอบครัว ห่วงใย และให้รักษาสุขภาพ ห่างไกลโควิด รองลงมา 20.54 อยากใช้พื้นที่สื่อสังคมแสดงความตั้งใจทำ สัญญากับครอบครัว เช่น ตั้งใจว่าจะเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน ช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ จะเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ หรือไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เป็นต้น ในขณะที่ ร้อยละ 9.16 อยากใช้พื้นที่สื่อสังคมในการระบายความในใจ หรือสิ่งที่คิดว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจพวกเขา หรือสิ่งที่พวกเขาอึดอัดกับผู้ปกครอง และอยากให้ผู้ปกครองเข้าใจตนเองมากขึ้น เช่น อยากให้พ่อแม่ฟังความคิดเห็นของพวกเขาบ้าง หรือปล่อยให้พวกเขาได้ทำในสิ่งที่ต้องการ รวมถึงอยากให้พ่อแม่เข้าใจว่าสื่อสังคมออนไลน์ไม่ได้มีแต่ผลเสียเท่านั้น
สิ่งที่เด็กอยากได้จากผู้ปกครองเนื่องในวันเด็กปี 2564 คือ อยากให้ผู้ปกครองพาไปเที่ยว และของขวัญที่อยากได้ คือ มือถือ ค่าขนมเพิ่ม และ คอมพิวเตอร์
สำหรับสิ่งที่เด็กอยากได้จากผู้ปกครองเนื่องในวันเด็กปี 2564 พบว่า เด็กร้อยละ 72.52 อยากให้ผู้ปกครองพาไปเที่ยว ในขณะที่ ร้อยละ 27.48 อยากได้ของสำหรับตัวเอง เช่น ของขวัญวันเด็ก รวมถึงอยากเจอพ่อแม่ อยากกลับไปอยู่กับครอบครัว เป็นต้น โดยสิ่งของที่เด็กอยากได้มากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ (ร้อยละ 31.54) ค่าขนมเพิ่ม (ร้อยละ 14.31) และ คอมพิวเตอร์ (ร้อยละ 8.3)
ศาสตราจารย์ ดร.ยุบล เบ็ญจรงคกิจ คณบดี คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวว่า สื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ไลน์ ไอจี และแอปที่ออกมาใหม่ๆ อีกมากมาย เป็นสื่อที่ได้รับความนิยมอย่างสูง และคงเป็นไปไม่ได้ที่จะห้ามไม่ให้เด็กหรือเยาวชนใช้ ดังนั้น สิ่งที่สำคัญ คือ เราต้องส่งเสริมการใช้สื่อสังคมอย่างรู้เท่าทันในเด็ก และเปิดโอกาสให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ร่วมกันระหว่างเด็ก เยาวชน และครอบครัว
การสำรวจของคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ร่วมกับ สสส. ในเด็กและเยาวชนไทยอายุ 11–18 ปี จำนวน 2,972 คน พบว่า เด็กใช้เวลาบนสื่อสังคมออนไลน์กับตนเองมากที่สุด (ร้อยละ 50.0) รองลงมาคือเพื่อน (ร้อยละ 38.3) และใช้กับครอบครัวเพียงร้อยละ 11.7 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสื่อสารเรื่องราว ความรู้สึก และประสบการณ์ของตนเอง รวมถึงการพูดคุยกับเพื่อนทั้งในและนอกโลกออนไลน์
แม้เวลาใช้กับครอบครัวจะน้อย แต่สื่อสังคมยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ เช่น การติดต่อสื่อสารทั่วไป (ร้อยละ 79.2) การแสดงความรู้สึก (ร้อยละ 57.9) และการแบ่งปันความบันเทิง (ร้อยละ 49.9) เด็กจำนวนมากต้องการใช้สื่อเพื่อบอกรัก แสดงความห่วงใย และสัญญาว่าจะเป็นเด็กดี ขณะเดียวกันบางส่วนต้องการระบายความอึดอัดและให้ผู้ปกครองเข้าใจตนมากขึ้น
เด็กส่วนใหญ่ต้องการให้ผู้ปกครองพาไปเที่ยวมากกว่าสิ่งของ แต่ของที่อยากได้สูงสุดคือโทรศัพท์มือถือ สะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีในชีวิต ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญเสนอว่าไม่ควรห้ามใช้สื่อสังคม แต่ควรส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อ และใช้เป็นพื้นที่สร้างความสัมพันธ์เชิงบวกในครอบครัว
ข้อ 1 ข้อใดสะท้อนพฤติกรรมการใช้สื่อของเด็กไทยได้ถูกต้องที่สุด
ก. ใช้เวลากับครอบครัวมากที่สุด
ข. ใช้เวลากับเพื่อนมากที่สุด
ค. ใช้เวลากับตนเองบนสื่อออนไลน์มากที่สุด
ง. ใช้สื่อเพื่อการศึกษาเป็นหลัก
เฉลย: ค
เหตุผล: ข้อมูลระบุว่าเด็กใช้เวลาออนไลน์กับตนเองสูงสุด (50%)
ข้อ 2 วัตถุประสงค์หลักของการใช้สื่อสังคมของเด็กคือข้อใด
ก. ทำการบ้าน
ข. สื่อสารความคิดและประสบการณ์
ค. เล่นเกม
ง. หารายได้
เฉลย: ข
เหตุผล: ร้อยละ 73 ใช้เพื่อเล่าเรื่องราวและความรู้สึก
ข้อ 3 ข้อใดเป็นการใช้สื่อเพื่อสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวมากที่สุด
ก. เล่นเกมร่วมกัน
ข. ติดต่อสื่อสารเรื่องทั่วไป
ค. ดูข่าว
ง. เรียนออนไลน์
เฉลย: ข
เหตุผล: มีสัดส่วนสูงสุด (79.2%)
ข้อ 4 หากครูต้องออกแบบกิจกรรมเสริมสร้างครอบครัว ควรเน้นข้อใด
ก. ห้ามใช้สื่อสังคม
ข. ใช้สื่อสื่อสารเชิงบวกในครอบครัว
ค. ให้เด็กอยู่คนเดียว
ง. เพิ่มการบ้าน
เฉลย: ข
เหตุผล: แนวคิดหลักคือใช้สื่อเป็นเครื่องมือสร้างสัมพันธ์
ข้อ 5 ความต้องการสำคัญของเด็กต่อผู้ปกครองคือข้อใด
ก. ซื้อของราคาแพง
ข. พาไปเที่ยว
ค. ให้เล่นเกม
ง. ให้ดูทีวี
เฉลย: ข
เหตุผล: ร้อยละ 72.52 ต้องการให้พาไปเที่ยว
ข้อ 6 ข้อใดสะท้อนปัญหาที่อาจเกิดในครอบครัว
ก. เด็กไม่ใช้สื่อเลย
ข. เด็กใช้เวลากับครอบครัวมาก
ค. เด็กรู้สึกพ่อแม่ไม่เข้าใจ
ง. เด็กไม่อยากเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: เด็กบางส่วนต้องการระบายและให้ผู้ปกครองเข้าใจ
ข้อ 7 แนวทางที่เหมาะสมตามผู้เชี่ยวชาญคือข้อใด
ก. จำกัดการใช้สื่อโดยเด็ดขาด
ข. ส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อ
ค. ปล่อยตามใจ
ง. ลงโทษเมื่อใช้สื่อ
เฉลย: ข
เหตุผล: ควรพัฒนา “การรู้เท่าทันสื่อ”
ข้อ 8 หากผู้บริหารสถานศึกษาจะกำหนดนโยบาย ควรเน้นข้อใด
ก. เพิ่มเวลาเรียน
ข. ส่งเสริมทักษะดิจิทัลและครอบครัว
ค. ลดกิจกรรม
ง. งดใช้อินเทอร์เน็ต
เฉลย: ข
เหตุผล: สอดคล้องกับการใช้สื่อเชิงสร้างสรรค์
ข้อ 9 สิ่งที่เด็กอยากสื่อสารผ่านสื่อมากที่สุดคือข้อใด
ก. การเรียน
ข. ความรักและความห่วงใย
ค. การเมือง
ง. กีฬา
เฉลย: ข
เหตุผล: ร้อยละ 48.46 ต้องการบอกรักและห่วงใย
ข้อ 10 จากข้อมูล ข้อใดเป็นการตัดสินใจเชิงนโยบายที่เหมาะสมที่สุด
ก. ห้ามใช้มือถือในทุกกรณี
ข. สนับสนุนการใช้สื่อร่วมกันในครอบครัว
ค. ลดบทบาทผู้ปกครอง
ง. เพิ่มการสอบ
เฉลย: ข
เหตุผล: ช่วยสร้างความสัมพันธ์และใช้สื่ออย่างเหมาะสม