สมาชิกเข้าสู่ระบบ

วิธีการเรียนการสอนแบบใดที่ซื้อใจนักเรียน

 หน้าที่หลักสำคัญของการเป็นครูผู้สอนคือการจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนทุกคนได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในการจัดการเรียนการสอนนั้นครูควรเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของตนเองเพื่อให้นักเรียนเกิดการสร้างความคิดรวบยอดจนนำไปสู่เป้าหมายที่สำคัญในการเรียนคือการนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้กับชีวิตประจำวัน 

 

ครูพูด ครูทำ ครูสอน          

แม้ว่าจะมีการสนับสนุนให้คุณครูออกแบบการเรียนการสอนให้มีความหลากหลาย แต่ก็คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าวิธีการสอนที่ได้รับความนิยมของครูส่วนใหญ่ มักจะไม่เน้นกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติเพื่อค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง แต่เป็นการสอนที่เน้นให้นักเรียนจดตามสิ่งที่ครูเป็นผู้ถ่ายทอดให้ เพราะช่วยให้ประหยัดเวลาสำหรับเตรียมสื่อการสอนของครูและสามารถสอนเนื้อหาได้ทีละมาก ๆ รวมทั้งยังสามารถส่งต่อความรู้หรือเนื้อหาที่มีความเป็นนามธรรมสูงหรือซับซ้อนให้ง่ายมากขึ้นด้วยการอธิบายให้นักเรียนฟัง ซึ่งวิธีการสอนในลักษณะดังกล่าวเรียกว่า การสอนแบบครูเป็นศูนย์กลาง (Teacher-centered method)          

ด้วยการที่ครูเป็นผู้จัดและดำเนินการเรียนการสอนเป็นส่วนใหญ่ เช่น เป็นผู้วางแผน ดำเนินการ และปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตัวของครูเอง จึงเป็นการสื่อสารทางเดียวที่นักเรียนมีหน้าที่เป็นเพียงผู้ฟังเท่านั้น แต่ไม่มีส่วนร่วมในกิจกรรมนั้นด้วย ตัวอย่างวิธีการสอน เช่น การบรรยาย การอธิบาย การสาธิต ฯลฯ ทำให้ไม่สามารถเร้าความสนใจนักเรียนได้เท่าที่ควรและนักเรียนอาจเกิดความเบื่อหน่ายในการเรียนเป็นสาเหตุให้การจัดการเรียนการสอนไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ แล้ววิธีการสอนแบบใดที่จะทำให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยตนเอง 

การส่งไม้ต่อให้นักเรียนได้ลงมือเรียนรู้ด้วยตนเอง          

วิธีการสอนในอีกรูปแบบหนึ่งที่เป็นการจัดการเรียนรู้ด้วยการให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม กำหนดแนวคิด วางแผน ดำเนินการศึกษา ประเมินผล และค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง โดยครูมีบทบาทเป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวก ให้ข้อเสนอแนะ กำลังใจหรือช่วยเหลือเมื่อนักเรียนเกิดปัญหา ส่งผลให้นักเรียนเกิดประสบการณ์ตรงจากการแก้ปัญหาตามสภาพจริงจนนำไปสู่ทัศนคติที่ดีต่อการเรียน มีความตื่นตัวที่จะเรียนรู้ (Active) เกิดความสนุกสนาน และสามารถพัฒนาทักษะการคิดชั้นสูง คือ การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินผล ส่งเสริมให้เกิดทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต วิธีการสอนในลักษณะดังกล่าวเรียกว่า การสอนแบบนักเรียนเป็นศูนย์กลาง (Student-centered method)          

ตัวอย่างวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบนักเรียนเป็นศูนย์กลางที่ได้รับความนิยม คือ การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือรวมพลัง (Collaborative learning) บทบาทสมมติ (Role play) การทดลอง (Experimental method) การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based Learning) เป็นต้น โดยการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีดังกล่าวยังเป็นการพัฒนาทักษะกระบวนการกลุ่มจากการทำงานเป็นทีมร่วมกับนักเรียนคนอื่น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 อีกด้วย         

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนไม่ได้ต้องการบอกว่า วิธีการสอนแบบครูเป็นศูนย์กลางจะให้ผลลัพธ์ที่เป็นลบเสมอไป ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้บอกว่าวิธีการสอนแบบนักเรียนเป็นศูนย์กลางจะให้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอไป เนื่องจากวิธีการสอนทั้งสองรูปแบบล้วนสามารถทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่นักเรียนได้ หากคุณครูพิจารณาเลือกใช้วิธีการสอนให้สอดคล้องและเหมาะสมกับเนื้อหาสาระวิชา รวมทั้งคำนึงถึงพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนในแต่ละระดับชั้นและห้องเรียน หรือธรรมชาติในการเรียนรู้ของนักเรียนในแต่ละช่วงวัย และความแตกต่างระหว่างบุคคลของนักเรียนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด 

อ้างอิง
Aremu, A., & Salami, I. A. (2013). Preparation of primary teachers in pupil-centered activity-based mathematics instructions and its model. In Proceeding of 1st Annual International Interdisciplinary Conference (pp. 356-371). European Scientific Institute Publishing.

ภาริมา วินิธาสถิตกุล และชนินันท์ แย้มขวัญยืน. (2565). การเรียนรู้เชิงรุก: แนวทางการเรียนการสอนที่เป็นเลิศ ในศตวรรษที่ 21. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, 6(3), 921-933. 
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jeir/article/view/262165 

บทความโดย วัลลภาภรณ์ พานทอง 

ที่มา ; educathai

สรุปสาระสำคัญ 

หน้าที่หลักสำคัญของการเป็นครูคือการจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมเพื่อสร้างความคิดรวบยอดและนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน แนวการสอนที่พบทั่วไปคือการสอนแบบครูเป็นศูนย์กลาง ซึ่งครูเป็นผู้บรรยาย อธิบาย สาธิต และควบคุมกิจกรรม นักเรียนเป็นผู้รับฟังเป็นหลัก แม้จะช่วยประหยัดเวลาและถ่ายทอดเนื้อหาซับซ้อนได้ แต่ข้อจำกัดคือผู้เรียนขาดการมีส่วนร่วม ความสนใจลดลง และอาจไม่บรรลุวัตถุประสงค์การเรียนรู้ อีกแนวทางคือการสอนแบบนักเรียนเป็นศูนย์กลางที่เน้นให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ วางแผน ค้นคว้า แก้ปัญหา และประเมินผลด้วยตนเอง โดยครูทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก ส่งเสริมการเรียนรู้ ทำให้นักเรียนเกิดประสบการณ์ตรง มีทักษะคิดขั้นสูง ได้แก่ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมิน รวมทั้งพัฒนาทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตและทักษะศตวรรษที่ 21 เช่น การทำงานเป็นทีม วิธีที่ใช้ได้แก่ การเรียนรู้ร่วมมือ การแสดงบทบาทสมมติ การทดลอง และการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน อย่างไรก็ตาม ไม่มีวิธีใดดีที่สุดเสมอไป การเลือกใช้ต้องเหมาะสมกับเนื้อหา ผู้เรียน และบริบทความแตกต่างระหว่างบุคคล เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการเรียนรู้

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

ลักษณะสำคัญของการสอนแบบครูเป็นศูนย์กลาง (Teacher-centered) คือข้อใด
ก. ผู้เรียนลงมือค้นคว้าและสรุปองค์ความรู้เอง
ข. ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการออกแบบการเรียนรู้
ค. ครูเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้
ง. ครูเป็นผู้บรรยายและนักเรียนเป็นผู้รับฟัง

เฉลย: ง
เหตุผล: การสอนแบบครูเป็นศูนย์กลางเน้นครูเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้เป็นหลัก ผู้เรียนมีบทบาทรับฟัง

 

ข้อ 2

บทบาทของครูในการจัดการเรียนรู้แบบนักเรียนเป็นศูนย์กลางคือข้อใด
ก. ผู้บรรยายเนื้อหาอย่างต่อเนื่อง
ข. ผู้ควบคุมกิจกรรมทั้งหมด
ค. ผู้อำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำ
ง. ผู้กำหนดคำตอบที่ถูกต้องเพียงอย่างเดียว

เฉลย: ค
เหตุผล: ครูทำหน้าที่สนับสนุนและอำนวยความสะดวก ไม่ใช่ผู้ควบคุมหรือบรรยายหลัก

 

ข้อ 3

ข้อใดเป็นประโยชน์สำคัญของการเรียนรู้แบบนักเรียนเป็นศูนย์กลาง
ก. ประหยัดเวลาในการสอนเนื้อหาจำนวนมาก
ข. ส่งเสริมทักษะการคิดขั้นสูงและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ค. ลดภาระการเตรียมสื่อของครู
ง. ทำให้นักเรียนจดจำเนื้อหาได้เร็วขึ้นเท่านั้น

เฉลย: ข
เหตุผล: จุดเด่นคือการพัฒนาทักษะคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต

 

ข้อ 4

ข้อใดเป็นข้อจำกัดของการสอนแบบครูเป็นศูนย์กลาง
ก. นักเรียนเกิดทักษะการทำงานเป็นทีมสูง
ข. นักเรียนสามารถแก้ปัญหาจริงได้ดี
ค. นักเรียนมีส่วนร่วมสูงในกิจกรรม
ง. นักเรียนขาดการมีส่วนร่วมและอาจเบื่อหน่าย

เฉลย: ง
เหตุผล: นักเรียนเป็นผู้รับฟังเป็นหลัก ทำให้ขาดการมีส่วนร่วมและความสนใจลดลง

 

ข้อ 5

ทักษะที่สำคัญในศตวรรษที่ 21 ที่สอดคล้องกับบทความคือข้อใด
ก. การทำงานเป็นทีม
ข. การท่องจำเนื้อหา
ค. การคัดลอกคำบรรยาย
ง. การสอบแบบปรนัยเท่านั้น

เฉลย: ก
เหตุผล: การเรียนรู้แบบนักเรียนเป็นศูนย์กลางเน้น teamwork และ collaboration

 

ข้อ 6

ข้อใดเป็นตัวอย่างของการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Collaborative learning)
ก. การฟังบรรยายจากครู
ข. การทำแบบฝึกหัดคนเดียว
ค. การทำงานกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ง. การสอบปลายภาค

เฉลย: ค
เหตุผล: การเรียนรู้ร่วมมือเน้นการทำงานเป็นทีมและแลกเปลี่ยนความรู้

 

ข้อ 7

หลักการสำคัญในการเลือกใช้วิธีสอนที่เหมาะสมที่สุดคือข้อใด
ก. ใช้วิธีการสอนแบบเดียวตลอด
ข. พิจารณาเนื้อหา ผู้เรียน และบริบท
ค. ใช้วิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับครู
ง. ใช้วิธีที่ประหยัดเวลามากที่สุด

เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของเนื้อหา ผู้เรียน และความแตกต่างระหว่างบุคคล

 

ข้อ 8

การเรียนรู้แบบ Problem-based Learning เน้นลักษณะใด
ก. การท่องจำคำตอบที่ถูกต้อง
ข. การฟังคำอธิบายจากครู
ค. การเรียนรู้ผ่านสื่อวิดีโอเท่านั้น
ง. การแก้ปัญหาจากสถานการณ์จริง

เฉลย: ง
เหตุผล: PBL เน้นการแก้ปัญหาจริงและการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน

 

ข้อ 9

เหตุใดการสอนแบบครูเป็นศูนย์กลางจึงอาจทำให้ผู้เรียนเบื่อหน่าย
ก. เพราะนักเรียนมีอิสระมากเกินไป
ข. เพราะใช้กิจกรรมหลากหลายเกินไป
ค. เพราะนักเรียนไม่มีส่วนร่วมในการเรียนรู้
ง. เพราะใช้เทคโนโลยีมากเกินไป

เฉลย: ค
เหตุผล: ผู้เรียนเป็นผู้รับฟังเพียงอย่างเดียว จึงขาดความมีส่วนร่วม

 

ข้อ 10

ข้อใดสะท้อนแนวคิดที่ถูกต้องที่สุดตามบทความ
ก. ไม่มีวิธีสอนใดดีที่สุด ต้องเลือกให้เหมาะสม
ข. วิธีนักเรียนเป็นศูนย์กลางดีที่สุดเสมอ
ค. วิธีครูเป็นศูนย์กลางไม่ควรใช้เลย
ง. การสอนที่ดีต้องเน้นการบรรยายเท่านั้น

เฉลย: ก
เหตุผล: ทั้งสองวิธีมีข้อดี-ข้อจำกัด ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับบริบทผู้เรียนและเนื้อหา

 
 

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น