
เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงกรณีสุดช็อกเด็กชายชั้น ป.6 ข่มขืน เด็กหญิง ป.5 ในอาคารเรียน ซ้ำผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ สั่งห้ามเด็กเอาเรื่องนี้ไปบอกกับผู้ปกครอง และบอกไม่ท้องหรอก ขณะที่ชาวบ้านทนไม่ไหว ฮือขับไล่พ้นโรงเรียน ว่า ตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งได้สั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เพชรบูรณ์ เขต 3 ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและที่มาที่ไปของเรื่องที่เกิดขึ้น ในส่วนของความบกพร่องของผู้อำนวยการโรงเรียนนั้น ได้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้ว หากพบว่ามีการปกปิดข้อมูลหรือไม่มีการช่วยเหลือนักเรียนจะต้องถูกดำเนินการสอบสวนทางวินัย ส่วนจะให้ออกจากราชการไว้ก่อนหรือไม่นั้น หากตรวจสอบในเบื้องต้นพบผู้อำนวยการโรงเรียนมีการปกปิดข้อเท็จจริง ก็อาจจะต้องให้ออกจากราชการไว้ก่อน
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของเด็ก ป.6 ที่ไปข่มขืนนักเรียนหญิงชั้น ป.5 นั้น ให้เป็นเรื่องการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ต่อไป สำหรับการเยียวยาด้านร่างกายและจิตใจนักเรียนหญิงชั้น ป.5 ขณะนี้ได้มีนักจิตวิทยาได้เข้าพื้นที่ดูแลระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนแล้ว อย่างไรก็ตามจะเร่งสอบสวนข้อเท็จจริงให้เสร็จภายในวันนี้อย่างแน่นอน
ที่มา ; เดลินิวส์ออนไลน์
ข่าวคล้ายกัน
ใบปลิวว่อน ไล่ ผอ.ร.ร.ดัง แฉป่วย จ้างเลขามานั่งมอง-ส่งคลิปโป๊กรุ๊ปครู-จัดซื้อไม่ผ่านงานพัสดุ
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี ระหว่างเข้าแถวหน้าเสาธงช่วงเช้า ได้มีใบปลิวขับไล่ผู้อำนวยการ ข้อความ “ครูต่างชาติไปไหน ทุจริตเงินค่าเทอมของนักเรียนไปใช้หรือเปล่านะ ? ทำให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไปทำไม อ่ะ? เปลี่ยนสีประจำโรงเรียนแน่ใจแล้วหรือ กฎที่ไม่สมเหตุ สมผลได้เหรอ? และย้ายพุทธสถานเพื่ออะไร ออกไป
ผู้สื่อข่าวสอบถามนักเรียนคนหนึ่งบอกว่า ใบปลิวที่นำมาแจกว่อนในโรงเรียนและติดบริเวณรอบโรงเรียน มีตั้งแต่เช้าสืบเนื่องจากผู้อำนวยการโรงเรียนมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำการขัดต่อกฎหมาย และระเบียบราชการหลายประการ
เช่นสั่งตัดต้นไม้ภายในโรงเรียนเกือบทั้งหมดตามอำเภอใจ ไม่ได้รับการยินยอมจากคณะกรรมการสถานศึกษา และขออนุญาตจากนายอำเภอเดชอุดมก่อน เนื่องจากที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินสาธารณะ
เปลี่ยนสีประจำโรงเรียนตามอำเภอใจ จาก “สีแดงเลือดนก” เป็น “สีแดงสด” กรรมการนักเรียนไม่เอาด้วย ที่ประชุมครูก็ไม่เห็นด้วยจัดทำค่าติดตั้งลำโพงในโดมสูงถึง 90,000 บาท จัดซื้อจัดจ้างโดยไม่ผ่านงานพัสดุ ไม่รวมค่าลำโพงที่ซื้อมาเอง เทปูนหน้าประตูโรงเรียนไม่ผ่านการจัดจ้าง เอาผู้รับเหมามาทำเองขัดต่อระเบียบราชการ
ดองโครงการทุกอย่างที่เสนอไปไม่ยอมลงชื่อ เลือกทำแต่โครงการที่ตัวเองได้เงิน เอาเงินสดของโรงเรียนไปผลาญกินข้าวกลางวัน ครั้งละเป็นหมื่นบาท เตรียมจัดซื้อรถตู้ใหม่โดยเอาเงินสหกรณ์ฯ ล้านกว่าบาท แล้วจะออกในนามการบริจาคซื้อ
เตรียมย้ายพุทธสถานไปอยู่ข้างสนามฟุตบอล ตามอำเภอใจ เงินค่าประมูลสหกรณ์โรงอาหาร ไม่นำเข้าระบบ จ้างเลขาส่วนตัวมานั่งมองทั้งวันในโรงเรียน นักเรียนหมดโอกาสเรียนกับครูต่างชาติ เพราะ ผอ.ไม่ประกาศจ้างผ่านระบบ EGP ส่งแต่สื่อลามกอนาจาร ลงในกลุ่มใหญ่ของครู และผู้บริหารโรงเรียน โดยนักเรียนต้องการให้มีการย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนออกไป หาคนที่มีความรู้ความสามารถมาแทน
มีรายงานแจ้งว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังกล่าว ก่อนหน้านี้มีอาการป่วยเป็นเส้นเลือดในสมองตีบและเป็นโรคซึมเศร้า ส่งผลให้สภาพร่างกาย เมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้แทบจะไม่สามารถไปโรงเรียนได้เพราะเข้ารับการรักษาตัว ปล่อยให้รองผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะครูบริหารจัดการแทน ซึ่งทางโรงเรียน กรรมการสถานศึกษา คณะครู นักเรียนทราบมาโดยตลอดว่า ผอ.ป่วย ไม่สบาย
ล่าสุดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ผอ.อาการดีขึ้น มาโรงเรียนเกือบทุกวันแต่มีอาการแปลกจากเดิมก็คือ พูดมาก พูดเร็ว พูดไม่รู้เรื่อง สั่งงานไปเรื่อยๆเป็นอาการของคนป่วย บางครั้งเกิดอาการเครียดก็จะชักเกร็งขึ้นมาทันที ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมา นักเรียน กรรมการสถานศึกษาให้โอกาส แต่เนื่องจากโรงเรียนไม่มีการพัฒนาเท่าที่ควร จึงมีปัญหาดังกล่าว ซึ่ง ผอ.โรงเรียนจะเกษียณในปี 2566
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปยัง นายไตรรัตน์ โคสะสุ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29 เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงแต่ยังไม่สามารถติดต่อได้
ข่าวเกี่ยวกัน
‘ตรีนุช’ จี้ สพฐ.ตรวจสอบ ป.6 ข่มขืน ป.5 ย้ำ ‘ผอ.ร.ร.’ ต้องดูแลเด็ก
กรณีเด็กชายชั้น ป.6 อายุ 12 ปี ล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิง ป.5 อายุ 11 ขวบ ในอาคารเรียน ซ้ำผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ สั่งห้ามเด็กเอาเรื่องนี้ไปบอกกับผู้ปกครอง และบอกไม่ท้อง ล่าสุดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เพชรบูรณ์ เขต 3 ได้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ศธ.ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยที่ผ่านมาได้ตั้งคณะทำงานดูแลเรื่องสภาพจิตใจของนักเรียน ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่ามีความไม่ปลอดภัยมาจากหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นสื่อ หรือความเครียดต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งส่วนตัวได้เน้นย้ำให้โรงเรียนให้ความสำคัญ ดูแลนักเรียนในเรื่องความปลอดภัย ไม่ให้เกิดความรุนแรง
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่เกิดขึ้น ถือว่าผู้อำนวยการโรงเรียนมีความผิดหรือไม่ น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า เข้าใจว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้อยู่แล้ว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 28 มิถุนายน 2565