สมาชิกเข้าสู่ระบบ

การเผชิญความท้าทายและแนวทางการทำงานใหม่อย่างไร

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดอบรมโครงการจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาฐานข้อมูล ThaiEdResearch เรื่อง “จะเตรียมพัฒนาการเผชิญความท้าทายและแนวทางการทำงานใหม่อย่างไร” โดย ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา (ดร.รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์) กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย ข้าราชการและบุคลาการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เข้าร่วมการอบรม ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร ชั้น ๓ อาคาร ๕๖ ปี สกศ. 

ที่ประชุมรับฟังเสวนาวิชาการ เรื่อง “จะเตรียมพัฒนาการเผชิญความท้าทายและแนวทางการทำงานใหม่อย่างไร” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ชลิตา ศรีนวล อาจารย์คณะบริหารธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง และ ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึงโลกในปัจจุบันที่เปลี่ยนไปอย่างมาก เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตมนุษย์ส่งผลให้มีอาชีพที่หายไปและอาชีพที่เกิดขึ้นใหม่ ข้อมูลจากประเทศสหรัฐอเมริกา แรงงานมีความเสี่ยงสูงต่อการถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ ประเทศในทวีปยุโรปก็ประสบปัญหาประชากรวัยทำงานลดลงและขาดทักษะพื้นฐานด้านดิจิทัล เช่นเดียวกับแรงงานวัยหนุ่มสาวประเทศในทวีปเอเชียที่มีความรู้ด้านดิจิทัลอยู่ในระดับปานกลาง และองค์กรในประเทศไทยเองส่วนมากต้องการแรงงานที่มีทักษะและความสามารถในด้านดิจิทัลไว้ในระยะยาว ทักษะด้านดิจิทัลจึงนับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากในโลกอนาคต การวางแนวทางและนโยบายด้านการศึกษาจึงต้องมุ่งพัฒนาทักษะที่เป็นที่ต้องการสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน 

การก้าวผ่านความท้าทายของการทำงานในอนาคตได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายด้านร่วมกัน ในด้านของคนทำงาน ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลเป็นคุณสมบัติที่เป็นที่ต้องการอย่างมาก แรงงานในปัจจุบันควรมีการ Up-Skill หรือ Re-Skill เพื่อให้ตอบโจทย์ตำแหน่งงานมากขึ้น ด้านขององค์กรควรสร้างความมั่นใจให้กับแรงงานให้สามารถพัฒนาทักษะและเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องในขณะที่ทำงาน รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมการทำงานที่รายล้อมไปด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี อีกทั้งด้านของภาครัฐต้องเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงระหว่างแรงงานและองค์กร ให้แรงงานทุกคนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติมได้อย่างเต็มที่ จัดอบรมทางด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ๆ แก่แรงงานเดิมที่อยู่ในระบบและแรงงานที่กำลังจะเข้าสู่ระบบให้มีความสามารถที่ตอบโจทย์แก่ตลาดแรงงาน 

สกศ. ส่งเสริมให้บุคลากรมีความรู้ที่ก้าวทันโลก ผ่านกระบวนการ Knowledge Management ประยุกต์ใช้ความรู้ ตลอดจนพัฒนาฐานความรู้ขององค์กรสู่การพัฒนาฐานข้อมูลThaiEdResearch ซึ่งจะมีกิจกรรมการบรรยายพิเศษ การเสวนาวิชาการ และการอบรมเชิงปฏิบัติอัปเดตความรู้ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ รวมทั้งสิ้น ๖ ครั้ง ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ และสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ต่อไป 

 

ที่มา ; สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

 

สรุปสาระสำคัญ 

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา จัดอบรมโครงการจัดการความรู้ เพื่อพัฒนาฐานข้อมูล ThaiEdResearch เรื่องการเตรียมรับมือความท้าทายและแนวทางการทำงานใหม่ มีการเสวนาวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ อธิบายการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัลที่ส่งผลต่อการทำงานอย่างรวดเร็ว ทำให้บางอาชีพลดลงและเกิดอาชีพใหม่ แรงงานทั่วโลกเผชิญความเสี่ยงจากระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ หลายประเทศขาดทักษะดิจิทัลพื้นฐาน องค์กรไทยต้องการแรงงานทักษะดิจิทัลสูงเพื่อรองรับอนาคต จึงต้องปรับนโยบายการศึกษาให้สอดคล้องตลาดแรงงาน แนวทางสำคัญคือพัฒนา Up skill และ Re skill รวมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ในองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ภาครัฐเชื่อมโยงแรงงานและองค์กร ส่งเสริมการเข้าถึงการอบรมดิจิทัลทั้งในและนอกระบบ สกศ. ใช้กระบวนการจัดการความรู้พัฒนาฐานข้อมูลและองค์ความรู้ ThaiEdResearch ผ่านกิจกรรมอบรมและเสวนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับบุคลากรให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการคิดวิเคราะห์ การพัฒนาทักษะเชิงนวัตกรรม การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อการตัดสินใจ องค์กรควรสร้างแรงจูงใจและระบบพัฒนาคนอย่างต่อเนื่อง ภาครัฐ เอกชน และการศึกษาต้องร่วมมือกันพัฒนากำลังคนสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

เป้าหมายสำคัญของโครงการ KM ของ สกศ. คือข้อใด
ก. เพิ่มงบประมาณการศึกษา
ข. พัฒนาฐานข้อมูลและองค์ความรู้ ThaiEdResearch
ค. ลดจำนวนแรงงานในองค์กร
ง. เพิ่มจำนวนครูในระบบ

เฉลย: ข
เหตุผล: โครงการมุ่งพัฒนาฐานข้อมูลและองค์ความรู้เพื่อการศึกษาและนโยบาย

 

ข้อ 2

ปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนแปลงโลกการทำงานตามบทความคืออะไร
ก. การเมืองระหว่างประเทศ
ข. ภาวะเศรษฐกิจถดถอย
ค. เทคโนโลยีดิจิทัล
ง. การเพิ่มประชากร

เฉลย: ค
เหตุผล: เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอาชีพและแรงงาน

 

ข้อ 3

แนวทางสำคัญของแรงงานเพื่อรับมืออนาคตคือข้อใด
ก. ลดชั่วโมงการทำงาน
ข. Up skill และ Re skill
ค. เปลี่ยนงานทุกปี
ง. หลีกเลี่ยงเทคโนโลยี

เฉลย: ข
เหตุผล: การพัฒนาทักษะเดิมและเรียนรู้ทักษะใหม่เป็นหัวใจสำคัญ

 

ข้อ 4

บทบาทภาครัฐตามบทความคือข้อใด
ก. ควบคุมการจ้างงานทั้งหมด
ข. เชื่อมโยงแรงงานกับองค์กรและการอบรม
ค. ลดการใช้เทคโนโลยี
ง. แทนที่แรงงานด้วยระบบอัตโนมัติ

เฉลย: ข
เหตุผล: ภาครัฐทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการพัฒนาทักษะและเชื่อมระบบแรงงาน

 

ข้อ 5

เหตุใดทักษะดิจิทัลจึงสำคัญ
ก. ทำให้ทำงานช้าลง
ข. ลดการแข่งขัน
ค. เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน
ง. ลดความรู้ของแรงงาน

เฉลย: ค
เหตุผล: ตลาดแรงงานต้องการแรงงานที่มีทักษะดิจิทัลสูง

 

ข้อ 6

องค์กรควรทำอย่างไรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง
ก. ลดการใช้เทคโนโลยี
ข. หยุดการพัฒนาบุคลากร
ค. สร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ต่อเนื่อง
ง. ลดจำนวนพนักงาน

เฉลย: ค
เหตุผล: การเรียนรู้ต่อเนื่องช่วยให้แรงงานปรับตัวได้

 

ข้อ 7

การจัดการความรู้ (KM) มีเป้าหมายเพื่ออะไร
ก. เพิ่มจำนวนเอกสาร
ข. ลดงานวิจัย
ค. พัฒนาและใช้ความรู้อย่างเป็นระบบ
ง. ยกเลิกการอบรม

เฉลย: ค
เหตุผล: KM คือการสร้าง ใช้ และพัฒนาความรู้อย่างมีระบบ

 

ข้อ 8

ผลกระทบสำคัญของระบบอัตโนมัติคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนงานเดิม
ข. ลดความต้องการเทคโนโลยี
ค. แทนที่แรงงานบางส่วน
ง. ทำให้การศึกษาไม่จำเป็น

เฉลย: ค
เหตุผล: หุ่นยนต์และอัตโนมัติแทนแรงงานในบางอาชีพ

 

ข้อ 9

แนวคิดการพัฒนาบุคลากรที่เหมาะสมที่สุดคือข้อใด
ก. การเรียนรู้ตลอดชีวิต
ข. การเรียนครั้งเดียวจบ
ค. การหยุดพัฒนาตนเอง
ง. การลดการอบรม

เฉลย: ก
เหตุผล: โลกเปลี่ยนเร็วต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต

 

ข้อ 10

ความร่วมมือสำคัญต่อการพัฒนากำลังคนคือใคร
ก. เฉพาะภาครัฐ
ข. เฉพาะเอกชน
ค. เฉพาะสถานศึกษา
ง. ภาครัฐ เอกชน และการศึกษา

เฉลย: ง
เหตุผล: ต้องบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนากำลังคนอย่างยั่งยืน

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น