
เมื่อวันที่ 28 พ.ย. รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เปิดเผยผลการหารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในประเด็นการปรับปรุงระบบการประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ภายหลังจากที่ได้รับฟังความคิดเห็นและเสียงสะท้อนจากข้าราชการครูฯ ทั่วประเทศในระยะ 1 ปีที่ผ่านมา ทั้งในส่วนที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็น รวมถึงข้อเสนอแนะและข้อมูลจากส่วนราชการ โดยสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้เสนอแนวทางการปรับปรุงระบบการประเมินวิทยฐานะฯ ให้พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ และได้ข้อสรุปให้เดินหน้าใช้เกณฑ์ PA โดยให้ดำเนินการปรับปรุงระบบการประเมินฯ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ใน 6 ประเด็น ได้แก่
1. เพิ่มห้องเรียนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สำหรับข้าราชการครูฯ ที่สอนในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เช่น แนะแนว ลูกเสือ เนตรนารี รวมทั้งปรับปรุงภาระงานสอน ในส่วนของชั่วโมงสอน ให้เหมาะสมกับสภาพการปฏิบัติงานจริง
2. เพิ่มทางเลือกในการยื่นคำขอเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ/เชี่ยวชาญ/เชี่ยวชาญพิเศษ สำหรับครูที่มีความถนัดในการสร้างและใช้นวัตกรรม
3. เพิ่มตัวชี้วัดการประเมินด้านผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน
4. เพิ่มช่องทางการแนบหลักฐานการได้รับรางวัลหรือได้รับการรับรองจากองค์กรของรัฐหรือเอกชน เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ โดยเป็นการแนบตามความสมัครใจไม่เป็นเงื่อนไขบังคับ
5. พัฒนาระบบ DPA Version 3 ให้สะดวกต่อผู้ใช้งานมากขึ้น
6. จัดทำ Application สำหรับการติดต่อสื่อสารระหว่างสำนักงาน ก.ค.ศ.กับกรรมการประเมินในระบบ DPA
เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสำคัญเรื่องการประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งการปรับปรุงระบบการประเมินในครั้งนี้ ฝ่ายนโยบายและผู้บริหารระดับสูงทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้หารือร่วมกันแล้ว และให้ความคิดเห็นตรงกันว่าควรเปิดกว้างและเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายในการประเมินให้ข้าราชการครูฯ ได้เลือกประเมินตามความเหมาะสมและความถนัด โดยได้เพิ่มห้องเรียนรวมถึงทางเลือกในการยื่นคำขอเพิ่มขึ้น และใช้ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเข้ามาเป็นตัวชี้วัดเพิ่มเติม เนื่องจากเกณฑ์ PA ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์การเรียนรู้ของเด็กไปพร้อม ๆ กับเทคนิควิธีการจัดการเรียนการสอนของครู ซึ่งตนขอยืนยันและให้ความมั่นใจกับข้าราชการครูฯ ว่า กระทรวงศึกษาธิการเดินหน้าใช้เกณฑ์ PA ในการประเมินวิทยฐานะฯ ต่อไป และขณะนี้สำนักงาน ก.ค.ศ. เร่งดำเนินการปรับปรุงระบบการประเมินฯ และปรับระบบ DPA ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพื่อรองรับการดำเนินการทั้ง 6 ประเด็น ดังกล่าว และจะแจ้งผลการดำเนินการให้ทุกท่านทราบเป็นระยะ ๆ ต่อไป
ที่มา ; เดลินิวส์ 28 พฤศจิกายน 2566
ก.ค.ศ. เดินหน้าปรับเกณฑ์ PA เพิ่มทางเลือกครูประเมินวิทยฐานะตามความถนัด
นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้หารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในประเด็นการปรับปรุงระบบการประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ภายหลังจากที่ได้รับฟังความคิดเห็นและเสียงสะท้อนจากข้าราชการครูฯ ทั่วประเทศในระยะ 1 ปีที่ผ่านมา ทั้งในส่วนที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็น รวมถึงข้อเสนอแนะและข้อมูลจากส่วนราชการ โดยสำนักงานงาน ก.ค.ศ. ได้เสนอแนวทางการปรับปรุงระบบการประเมินวิทยฐานะฯ ให้พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ผู้บริหารระดับสูงของศธ. และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ และได้ข้อสรุปให้เดินหน้าใช้เกณฑ์ หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือเกณฑ์ PA (ว 9/2564) โดยให้ดำเนินการปรับปรุงระบบการประเมินฯ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
สำหรับประเด็นที่จะปรับปรุง ดังนี้
“ศธ.ได้ให้ความสำคัญเรื่องการประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งการปรับปรุงระบบการประเมินในครั้งนี้ ฝ่ายนโยบายและผู้บริหารระดับสูงทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้หารือร่วมกันแล้ว และให้ความคิดเห็นตรงกันว่าควรเปิดกว้างและเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายในการประเมินให้ข้าราชการครูฯ ได้เลือกประเมินตามความเหมาะสมและความถนัดโดยได้เพิ่มห้องเรียนรวมถึงทางเลือกในการยื่นคำขอเพิ่มขึ้น และใช้ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเข้ามาเป็นตัวชี้วัดเพิ่มเติม เนื่องจากเกณฑ์ PA ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์การเรียนรู้ของเด็กไปพร้อม ๆ กับเทคนิควิธีการจัดการเรียนการสอนของครู ซึ่งผมขอยืนยันและให้ความมั่นใจกับข้าราชการครูฯ ว่าศธ.เดินหน้าใช้เกณฑ์ PA ในการประเมินวิทยฐานะฯ ต่อไป และขณะนี้สำนักงาน ก.ค.ศ. เร่งดำเนินการปรับปรุงระบบการประเมินฯ และปรับระบบ DPA ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพื่อรองรับการดำเนินการทั้ง 6 ประเด็น ดังกล่าว และจะแจ้งผลการดำเนินการให้ทุกท่านทราบเป็นระยะ ๆ ต่อไป ”นายประวิต กล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2566
สรุปสาระสำคัญ
รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เปิดเผยผลการหารือร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับปรุงระบบประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หลังรับฟังเสียงสะท้อนจากครูทั่วประเทศตลอด 1 ปีที่ผ่านมา โดยที่ประชุมเห็นพ้องให้เดินหน้าใช้เกณฑ์ PA ต่อไป และกำหนดแนวทางปรับปรุงในปีงบประมาณ 2567 รวม 6 ประเด็น ได้แก่ เพิ่มห้องเรียนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ปรับภาระงานชั่วโมงสอน เพิ่มทางเลือกยื่นขอเลื่อนวิทยฐานะสำหรับครูที่เชี่ยวชาญนวัตกรรม เพิ่มตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ผู้เรียน เปิดช่องทางแนบหลักฐานรางวัลอย่างสมัครใจ พัฒนาระบบ DPA Version 3 และสร้าง Application สำหรับการสื่อสารระหว่างสำนักงาน ก.ค.ศ. กับคณะกรรมการประเมิน ทั้งหมดนี้เพื่อให้ระบบประเมินมีความยืดหยุ่น โปร่งใส และตอบสนองความถนัดของครูมากขึ้น พร้อมมุ่งเน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นหลัก กระทรวงศึกษาธิการยืนยันเดินหน้าเกณฑ์ PA และเร่งปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพต่อไป
ข้อสอบ
ก. ความเสมอภาคในการประเมิน
ข. การจัดสรรภาระงานตามความสามารถจริง
ค. การประเมินเชิงสมรรถนะขั้นสูง
ง. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ขององค์กร
2. การเปิดทางให้แนบหลักฐานรางวัลแบบสมัครใจส่งผลต่อระบบประเมินในมิติใดสูงที่สุด?
ก. ลดภาระเอกสารและเสริมความสมัครใจ
ข. เพิ่มความเข้มงวดของหลักฐาน
ค. เพิ่มมาตรฐานเดียวกันทุกโรงเรียน
ง. ทำให้การประเมินสามารถเปรียบเทียบข้ามเขตได้ดีขึ้น
3. การเพิ่มตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนในเกณฑ์ PA สอดคล้องกับแนวคิดใดมากที่สุด?
ก. Input-based evaluation
ข. Process-based evaluation
ค. Outcome-based education
ง. Standard-based management
4. DPA Version 3 และ Application สำหรับกรรมการประเมินช่วยเสริมประสิทธิภาพการบริหารใดที่สุด?
ก. การกระจายอำนาจด้านวิชาการ
ข. การบริหารข้อมูลสารสนเทศ (ICT Management)
ค. การบริหารความเสี่ยง
ง. การบริหารงบประมาณแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์
5. เหตุผลสำคัญที่กระทรวงศึกษาธิการยังเดินหน้าใช้เกณฑ์ PA คือข้อใด?
ก. เป็นเกณฑ์ที่ลดขั้นตอนเอกสารมากที่สุด
ข. เน้นผลลัพธ์ผู้เรียนควบคู่กระบวนการสอนของครู
ค. ใช้ได้เฉพาะวิชาหลักและกิจกรรมเสริม
ง. เป็นเกณฑ์ที่ทุกประเทศในอาเซียนยอมรับ
คลิกเฉลย >>>