
ต้องยอมรับว่าตลอดระยะเวลาดำเนินงานของสำนักงานรับรองมาตรฐานและการประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ “สมศ.” ไม่เพียงคำนึงถึงประเด็นนโยบายการพัฒนาประเทศของรัฐบาลมาโดยตลอด เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะความรู้ตามเป้าประสงค์ของสถานศึกษาตามกรอบของการประกันคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่องในระดับสากล ด้วยการชูทิศทางการประกันคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน โดยการใช้มาตรฐานระบบประกันคุณภาพมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับการดำเนินการในประเทศไทย เพื่อมุ่งเน้นผลลัพธ์และสมรรถนะของผู้เรียนเป็นหลัก
“ขนิษฐา ตั้งวรสิทธิชัย” รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. เปิดเผยในการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ประจำปี 2562 ว่า จากการศึกษาบริบทการประกันคุณภาพของโลกของเครือข่าย INQAAHE ซึ่งเป็นเครือข่ายหน่วยงานประกันคุณภาพนานาชาติที่ทำงานร่วมกับหน่วยงานรับรองมาตรฐานแห่งชาติ และนักวิชาการเพื่อควบคุมคุณภาพการศึกษาในกว่า 140 ประเทศ พบว่าบริบทการประกันคุณภาพของโลกกำหนดทิศทาง มุมมอง และแนวโน้มสำคัญในการผลักดันงานประกันคุณภาพของโลก ประกอบด้วยกัน 8 ด้าน ได้แก่
หนึ่ง การควบคุมคุณภาพภายใต้ความเป็นสากล จากการศึกษาข้ามพรมแดน (cross border education) การเคลื่อนย้ายผู้เรียน (transnational mobility)
สอง การสร้างกรอบคุณวุฒิการศึกษาระดับโลก เพื่อเป็นกลไกการประเมินที่พยายามสร้างความเชื่อมโยงผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้ที่สำเร็จการศึกษากับสมรรถนะในการปฏิบัติงานตามความต้องการของภาคการผลิตและบริการ
สาม การเปลี่ยนแปลงบทบาทของหน่วยงาน QA ให้มีมาตรฐานสากล เนื่องจากในอนาคตอาจจะมีหน่วยงานอื่น ๆ เป็นหน่วยที่ทำหน้าที่รับรองด้านการประกันคุณภาพ ดังนั้น สมศ.จึงจำเป็นที่จะต้องเร่งพัฒนามาตรฐานการประเมินให้เทียบเท่าสากล
สี่ การเปรียบเทียบเชิงผลลัพธ์ ตามมาตรฐานของหน่วยงานประกันคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
ห้า ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานประกันคุณภาพเพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือ และการยอมรับจากหน่วยงานหรือเครือข่ายในระดับสากล
หก การรับรองมาตรฐาน (accreditation) โดยที่ สมศ.จะเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับสถานศึกษาในการเลือกรับการประเมินคุณภาพภายนอก
เจ็ด ระบบการศึกษาทางไกล ซึ่งมีความน่าสนใจและท้าทาย
แปด การประกันคุณภาพภายนอก (EQA) ภายใต้ยุค industrial revolution 4.0 โดยการใช้ระบบสารสนเทศ เพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก หรือที่เรียกว่า AQA มาประยุกต์ใช้ในการประเมินคุณภาพภายนอกแทนรูปแบบกระดาษ
“ขนิษฐา” กล่าวย้ำว่าสำหรับการพัฒนากรอบแนวทางการประเมินคุณภาพภายนอกในรอบถัดไป สมศ.กำหนดแนวทางดำเนินการเพื่อให้สามารถขับเคลื่อนสู่การประกันคุณภาพการศึกษาที่ยั่งยืนในอนาคต โดยใช้มาตรฐานระบบประกันคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับการดำเนินการในประเทศ เช่น พัฒนาระบบการประเมินคุณภาพให้สามารถรองรับ digital transformation เพื่อการรับรอง (accreditation) และการประเมิน(evaluation/assessment) ในลักษณะของการรับประกัน (guarantee) ออกแบบระบบการประเมินให้มีน้ำหนักครอบคลุมเรื่องการจัดการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้น กำหนดความถี่ในการตรวจประเมิน
“ทั้งจะต้องพิจารณาจากระดับคุณภาพของผลการประเมินในแต่ละสถานศึกษา และทำประชาพิจารณ์ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมให้เสนอแนวคิด และการตรวจประเมิน รวมทั้งออกแบบระบบการประเมินที่เชื่อมโยงกับระบบประกันคุณภาพภายในให้สามารถเทียบเคียงกับในระดับนานาชาติ เช่น PISA, TIMSS เพื่อส่งเสริม
และสนับสนุนให้เกิดการดำเนินงานด้านประกันคุณภาพตามกรอบมาตรฐานของอาเซียน โดยมุ่งการประเมิน และรับรองในระดับหลักสูตร (program level) พัฒนากระบวนการเตรียมข้อมูล และหลักฐาน เพื่อการวางแผนก่อนการตรวจประเมิน และวิเคราะห์ในเรื่องต่าง ๆ”
โดยมุ่งเน้นผลลัพธ์ของผู้เรียน ที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงคุณวุฒิการศึกษา มาตรฐานอาชีพ และสมรรถนะได้อย่างแท้จริง
ที่มา ; ประชาชาติธุรกิจ
บทความกล่าวถึงทิศทางการพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษาของ “สมศ.” ที่มุ่งสอดคล้องกับนโยบายประเทศและมาตรฐานสากล โดยเน้น “ผลลัพธ์และสมรรถนะของผู้เรียน” เป็นสำคัญ อิงแนวโน้มจากเครือข่าย INQAAHE ซึ่งชี้ให้เห็น 8 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การควบคุมคุณภาพในบริบทสากล การพัฒนากรอบคุณวุฒิระดับโลก การปรับบทบาทหน่วยงาน QA การประเมินเชิงผลลัพธ์ ความร่วมมือระหว่างประเทศ การรับรองมาตรฐานเป็นทางเลือก ระบบการศึกษาทางไกล และการใช้เทคโนโลยี (AQA) ในยุคดิจิทัล
สมศ.จึงวางแนวทางพัฒนาการประเมินภายนอกให้รองรับ digital transformation โดยปรับใช้มาตรฐานสากลให้เหมาะกับบริบทไทย เน้นการประเมินที่ครอบคลุมการจัดการเรียนรู้ กำหนดความถี่ตามคุณภาพสถานศึกษา เปิดให้มีส่วนร่วมผ่านออนไลน์ และเชื่อมโยงกับระบบประกันคุณภาพภายใน รวมถึงเทียบเคียงกับการประเมินระดับนานาชาติ เช่น PISA และ TIMSS ตลอดจนส่งเสริมมาตรฐานอาเซียน
เป้าหมายสำคัญคือการประกันคุณภาพอย่างยั่งยืน โดยมุ่งให้ผลลัพธ์ผู้เรียนสะท้อนคุณวุฒิ มาตรฐานวิชาชีพ และสมรรถนะที่แท้จริง พร้อมพัฒนากระบวนการข้อมูลและหลักฐานเพื่อการประเมินอย่างมีประสิทธิภาพ
แนวคิดหลักของการประกันคุณภาพการศึกษาตามบทความคือข้อใด
ก. เน้นเอกสารและกระบวนการ
ข. เน้นผลลัพธ์และสมรรถนะผู้เรียน
ค. เน้นการบริหารงบประมาณ
ง. เน้นการตรวจสอบภายใน
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความย้ำชัดว่ามุ่ง “ผลลัพธ์และสมรรถนะของผู้เรียน” เป็นแกนหลัก
ข้อใดสะท้อนแนวโน้ม “สากล” มากที่สุด
ก. การจัดซื้อครุภัณฑ์
ข. การเรียนในห้องเรียน
ค. การเคลื่อนย้ายผู้เรียนข้ามประเทศ
ง. การสอบปลายภาค
เฉลย: ค
เหตุผล: cross-border education และ transnational mobility เป็นบริบทสากล
การใช้ AQA มีวัตถุประสงค์หลักคืออะไร
ก. ลดจำนวนครู
ข. เพิ่มการสอบ
ค. ใช้เทคโนโลยีแทนเอกสาร
ง. ลดงบประมาณ
เฉลย: ค
เหตุผล: AQA คือการใช้ระบบสารสนเทศแทนรูปแบบกระดาษ
หากสถานศึกษาต้องการพัฒนาคุณภาพตามแนวทางใหม่ ควรเน้นอะไร
ก. สร้างอาคารใหม่
ข. พัฒนาผลลัพธ์ผู้เรียน
ค. เพิ่มชั่วโมงเรียน
ง. ลดกิจกรรม
เฉลย: ข
เหตุผล: การประเมินมุ่งที่ผลลัพธ์และสมรรถนะผู้เรียน
ข้อใดเป็นบทบาทใหม่ของหน่วยงาน QA
ก. ตรวจสอบบัญชี
ข. จัดการเรียนการสอน
ค. พัฒนามาตรฐานเทียบสากล
ง. ควบคุมครู
เฉลย: ค
เหตุผล: QA ต้องพัฒนาให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล
การเทียบเคียงกับ PISA/TIMSS มีประโยชน์อย่างไร
ก. เพิ่มรายได้
ข. เปรียบเทียบผลลัพธ์ระดับนานาชาติ
ค. ลดภาระงาน
ง. เพิ่มนักเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้เปรียบเทียบคุณภาพผู้เรียนในระดับสากล
การกำหนดความถี่การประเมินควรขึ้นกับอะไร
ก. จำนวนครู
ข. งบประมาณ
ค. ระดับคุณภาพสถานศึกษา
ง. ขนาดโรงเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความระบุให้พิจารณาจากผลการประเมิน
ข้อใดสะท้อน “การมีส่วนร่วม” ได้ดีที่สุด
ก. ประเมินโดยผู้บริหาร
ข. ใช้แบบสอบถามภายใน
ค. ประชาพิจารณ์ออนไลน์
ง. รายงานผลลับ
เฉลย: ค
เหตุผล: เปิดโอกาสทุกภาคส่วนเสนอความคิดเห็น
หากผู้บริหารต้องตัดสินใจพัฒนาระบบ QA ควรเลือกแนวทางใด
ก. ยึดรูปแบบเดิม
ข. ใช้มาตรฐานสากลปรับใช้
ค. ลดการประเมิน
ง. เน้นเอกสาร
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องปรับมาตรฐานสากลให้เหมาะกับบริบทไทย
เป้าหมายสูงสุดของการประกันคุณภาพคืออะไร
ก. ได้รับรางวัล
ข. มีเอกสารครบ
ค. ความยั่งยืนทางการศึกษา
ง. ลดภาระครู
เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งสู่ “การประกันคุณภาพอย่างยั่งยืน” และผลลัพธ์ผู้เรียนจริง