สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M177_สกศ.เร่งผุดแพลตฟอร์มการศึกษาดึงเด็กตกหล่นกลับเข้าเรียน

นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีความเปลี่ยนแปลงในหลายเรื่อง สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.)จึงเร่งจัดทำแผนการศึกษาในด้านต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง โดยพยายามบูรณาการการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรมและการกีฬา เข้าไปอยู่ในการจัดการศึกษาทุกระดับ มีการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและแผนการศึกษาแห่งชาติ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ล่าสุด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ตอบรับและนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือ ภาพรวมอว.มองปัญหาเช่นเดียวกันกับสกศ. และได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นเพื่อขับเคลื่อนงานการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรมและกีฬา ในระดับอุดมศึกษตามแนวทางที่สกศ.วางไว้ 

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า สำหรับแผนที่วางไว้ มองภาพรวมทั้งประเทศ แบ่งการพัฒนาเป็นกลุ่มต่าง ๆ อาทิ กลุ่มปฐมวัย ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ลงมาช่วยขับเคลื่อน ให้เป็นไปตามพ.ร.บ.การพัฒนาปฐมวัยแห่งชาติ พ.ศ.2562 มีการตั้งซูเปอร์บอร์ดตามนโยบายของนายวิษณุ ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)ประกาศนโยบาย ห้ามสอบเข้าประถมศึกษาปีที่ 1 รวมถึงมีการจัดทำหลักสูตรฐานสมรรถนะ ส่งเสริมการเรียนเพื่อการมีงานทำ มีกลุ่มเป้าหมายนักเรียนในระดับประถมและมัธยมกว่า 12.5 ล้านคน ส่วนกลุ่มอาชีวศึกษา พยายามจะเชื่อมโยงกับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ การันตีเงินเดือนเป็นการเรียนเพื่อการมีงานทำ ส่วนอุดมศึกษามีการจัดทำเครดิตแบงก์เชื่อมต่อระหว่างภาคแรงงานกับภาคการศึกษา โดยมีกลุ่มเป้าหมาย เป็นคนวัยทำงานที่ยังไม่จบปริญญาตรี ที่จะเข้าสู่ระบบเครดิตแบงก์ กว่า 26 ล้านคน เป็นการยกระดับฝีมือแรงงาน รวมถึงมีการ ‘อัพสกิล-รีสกิล’ 

นอกจากนี้ยังมีการทำหนังสือไปถึงหน่วยงานต่าง ๆ ให้เตรียมพร้อมรับมือปัญญาประดิษฐ์ หรือAI ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทในการทำงานภาคอุตสาหกรรมแทนกำลังคน กว่า 50% ในปี2025 ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการศธ. ยังเห็นว่า เด็กกว่า 3 แสนคนที่อออกจากระบบการศึกษา ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาครอบครัว ดังนั้นจึงเตรียมยกร่างแพลตฟอร์มการศึกษา ข้ามภูมิภาค หากคนเหล่านี้พร้อมเมื่อไร ก็สามารถเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ทันที โดยให้สามารถเก็บสะสมหน่วยกิตในระบบเครดิตแบงก์ได้ เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสเข้าสู่การศึกษาได้ทุกเวลาที่พร้อม”นายอรรถพล กล่าว 

สรุปสาระสำคัญ

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เร่งจัดทำแผนการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของประเทศ โดยมุ่งบูรณาการการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และการกีฬา ในทุกระดับการศึกษา พร้อมจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและแผนการศึกษาแห่งชาติ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปขับเคลื่อน ล่าสุดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ตอบรับแนวคิดดังกล่าว และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อขับเคลื่อนในระดับอุดมศึกษา 

แผนการพัฒนาการศึกษามองภาพรวมทั้งประเทศ แบ่งตามกลุ่มเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ ปฐมวัย ซึ่งขับเคลื่อนตาม พ.ร.บ.การพัฒนาปฐมวัย พ.ศ.2562 พร้อมตั้งซูเปอร์บอร์ด และยกเลิกการสอบเข้า ป.1 ระดับประถมและมัธยมเน้นหลักสูตรฐานสมรรถนะ และการเรียนเพื่อการมีงานทำ ครอบคลุมนักเรียนกว่า 12.5 ล้านคน อาชีวศึกษามุ่งเชื่อมโยงกรอบคุณวุฒิแห่งชาติและการันตีรายได้ ขณะที่อุดมศึกษาพัฒนา “เครดิตแบงก์” เชื่อมต่อการศึกษาและแรงงาน รองรับคนวัยทำงานกว่า 26 ล้านคน ควบคู่การอัพสกิล–รีสกิล นอกจากนี้ ยังเตรียมรับมือผลกระทบจาก AI ต่อแรงงาน และพัฒนาแพลตฟอร์มการศึกษาเพื่อดึงเด็กหลุดระบบกว่า 3 แสนคนกลับเข้าสู่การศึกษาได้ทุกเวลาที่พร้อม

ข้อสอบ

ข้อ 1

แนวคิดหลักของแผนการศึกษาที่ สกศ. ขับเคลื่อน สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างด้านใดมากที่สุด
ก. การรวมศูนย์อำนาจการจัดการศึกษา
ข. การเพิ่มงบประมาณด้านการศึกษาเป็นหลัก
ค. การบูรณาการมิติสังคม วัฒนธรรม และแรงงานเข้ากับการศึกษา
ง. การลดบทบาทสถานศึกษาในระบบการศึกษา

 

ข้อ 2

มาตรการ “ไม่สอบเข้า ป.1” และการพัฒนาปฐมวัยตาม พ.ร.บ.2562 สะท้อนหลักการใดของการจัดการศึกษา
ก. การแข่งขันทางวิชาการ
ข. ความเสมอภาคและการพัฒนาเด็กอย่างเหมาะสมตามวัย
ค. การกระจายอำนาจสู่สถานศึกษา
ง. การลดภาระครูผู้สอน

 

ข้อ 3

หากผู้บริหารสถานศึกษาต้องการสอดคล้องนโยบาย “เรียนเพื่อการมีงานทำ” มากที่สุด ควรดำเนินการใด
ก. เพิ่มชั่วโมงเรียนทฤษฎี
ข. เชื่อมหลักสูตรกับสมรรถนะอาชีพและตลาดแรงงาน
ค. เน้นการสอบปลายภาคเป็นหลัก
ง. ลดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

 

ข้อ 4

ระบบเครดิตแบงก์ในระดับอุดมศึกษา มีเป้าหมายสำคัญใดเป็นหลัก
ก. ลดระยะเวลาการศึกษา
ข. เพิ่มจำนวนผู้เรียนในมหาวิทยาลัย
ค. เปิดโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิตและยกระดับแรงงาน
ง. ควบคุมมาตรฐานการศึกษาให้เป็นหนึ่งเดียว

 

ข้อ 5

การพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อรองรับเด็กหลุดระบบการศึกษาสะท้อนแนวคิดใดมากที่สุด
ก. การศึกษาเฉพาะกลุ่ม
ข. การศึกษาตลอดชีวิตและการเข้าถึงอย่างยืดหยุ่น
ค. การเรียนรู้แบบแข่งขัน
ง. การจัดการศึกษาภาคบังคับ
 

 

กรณีศึกษา (Case) ที่ 1 : โรงเรียนขยายโอกาสกับเด็กหลุดระบบ

โรงเรียนขยายโอกาสแห่งหนึ่งในพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบท มีนักเรียนหลุดจากระบบการศึกษาทุกปี ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาครอบครัวและเศรษฐกิจ ผู้อำนวยการโรงเรียนต้องวางแผนเชิงรุกให้สอดคล้องกับนโยบายการจัดทำแพลตฟอร์มการศึกษาและระบบเครดิตแบงก์ของรัฐ

ข้อ 6

แนวทางใดเหมาะสมที่สุดในบทบาท ผอ. เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายระดับชาติและแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
ก. เร่งรัดติดตามนักเรียนให้กลับมาเรียนในรูปแบบเดิมเท่านั้น
ข. จัดการเรียนรู้แบบยืดหยุ่น ควบคู่การสะสมหน่วยกิตและความร่วมมือภาคี
ค. ลดเกณฑ์การประเมินผลเพื่อดึงนักเรียนกลับระบบ
ง. โอนนักเรียนหลุดระบบไปสังกัดหน่วยงานอื่น

 

กรณีศึกษา (Case) ที่ 2 : หลักสูตรฐานสมรรถนะกับแรงกดดันผู้ปกครอง

โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งเริ่มใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ แต่ผู้ปกครองยังคาดหวังผลสอบเชิงวิชาการแบบเดิม ทำให้เกิดความขัดแย้งด้านความเข้าใจ

ข้อ 7

บทบาทของรอง ผอ. ฝ่ายวิชาการ ควรดำเนินการใดเป็นลำดับแรก
ก. กลับไปใช้หลักสูตรเนื้อหาเต็มรูปแบบ
ข. ชะลอการใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ
ค. สื่อสารเชิงนโยบาย พร้อมปรับการวัดผลให้เห็นผลลัพธ์เชิงอาชีพ
ง. เพิ่มชั่วโมงติวสอบกลาง

 

กรณีศึกษา (Case) ที่ 3 : การเตรียมโรงเรียนรับผลกระทบ AI

จากข้อมูลเชิงนโยบาย AI จะเข้ามาแทนแรงงานกว่า 50% โรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ต้องปรับแผนพัฒนาผู้เรียน

ข้อ 8

ข้อใดสะท้อนวิสัยทัศน์เชิงผู้นำสถานศึกษามากที่สุด
ก. เพิ่มวิชาคอมพิวเตอร์เชิงทฤษฎี
ข. ลดการเรียนสายสามัญ เพิ่มสายอาชีพทั้งหมด
ค. พัฒนาทักษะคิดวิเคราะห์ ดิจิทัล และการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ง. มุ่งเน้นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นหลัก

 

กรณีศึกษา (Case) ที่ 4 : ความเชื่อมโยงอาชีวะ–อุดมศึกษา

โรงเรียนอาชีวศึกษาในสังกัดเดียวกันกับโรงเรียนมัธยม ต้องการยกระดับผู้เรียนให้มีงานทำจริงหลังจบการศึกษา

ข้อ 9

ผอ. ควรเลือกยุทธศาสตร์ใดให้สอดคล้องกับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ
ก. เพิ่มการสอบมาตรฐานปลายภาค
ข. เชื่อมหลักสูตรกับสถานประกอบการและรับรองสมรรถนะ
ค. เน้นการแข่งขันทักษะวิชาการ
ง. เพิ่มจำนวนชั่วโมงเรียนในห้องเรียน

 

กรณีศึกษา (Case) ที่ 5 : การขับเคลื่อนเชิงบูรณาการระดับพื้นที่

สถานศึกษาหนึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นต้นแบบการบูรณาการ การศึกษา–ศาสนา–วัฒนธรรม–กีฬา

ข้อ 10

การดำเนินการใดสะท้อนความเข้าใจนโยบาย สกศ. อย่างแท้จริง
ก. จัดกิจกรรมเฉพาะวันสำคัญ
ข. แยกกิจกรรมออกจากหลักสูตร
ค. บูรณาการในหลักสูตร กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และวิถีโรงเรียน
ง. มอบหมายให้ครูบางกลุ่มรับผิดชอบ

 

Case  : เด็กหลุดระบบกับแพลตฟอร์มการศึกษา 

โรงเรียนมัธยมขยายโอกาสในเขตเศรษฐกิจเปราะบาง มีนักเรียนหลุดจากระบบต่อเนื่อง ผู้บริหารต้องขับเคลื่อนนโยบายแพลตฟอร์มการศึกษาและเครดิตแบงก์

ข้อ 11

บทบาทใดสะท้อนภาวะผู้นำเชิงนโยบายของ ผอ. มากที่สุด
ก. สั่งการให้ครูติดตามนักเรียนเป็นรายบุคคล
ข. ประสานภาคีพื้นที่และออกแบบเส้นทางการเรียนรู้เฉพาะบุคคล
ค. เพิ่มกฎระเบียบการมาเรียน
ง. ขอเขตพื้นที่เพิ่มอัตราครู

 

ข้อ 12

การใช้เครดิตแบงก์ในโรงเรียน ควรเริ่มจากสิ่งใดก่อน
ก. สะสมหน่วยกิตจากการเรียนในห้องเรียน
ข. เทียบโอนผลการเรียนเดิมทั้งหมด
ค. กำหนดสมรรถนะและหลักฐานการเรียนรู้ที่ตรวจสอบได้
ง. เปิดรับนักเรียนทุกช่วงอายุ

 

ข้อ 13

ความเสี่ยงเชิงนโยบายที่ ผอ. ต้องระวังมากที่สุดคือข้อใด
ก. ครูทำงานเพิ่ม
ข. ผู้ปกครองไม่เข้าใจระบบใหม่
ค. การสะสมหน่วยกิตขาดมาตรฐาน
ง. นักเรียนเข้า–ออกระบบบ่อย

 

ข้อ 14

หากเขตพื้นที่ตั้งคำถามว่า “ทำแล้วคุ้มค่าหรือไม่” ผอ. ควรใช้ตัวชี้วัดใดตอบ
ก. จำนวนกิจกรรม
ข. คะแนนสอบ O-NET
ค. อัตราการกลับเข้าสู่ระบบและคงอยู่ในการศึกษา
ง. งบประมาณที่ใช้

 

ข้อ 15

การตัดสินใจใดสะท้อนธรรมาภิบาลสูงสุด
ก. ให้รอง ผอ. ดูแลเพียงฝ่ายเดียว
ข. ทดลองเฉพาะกลุ่มเล็กโดยไม่ประกาศ
ค. เปิดข้อมูล กระบวนการ และผลลัพธ์ต่อสาธารณะ
ง. รอคำสั่งจากส่วนกลาง

 

Case  : หลักสูตรฐานสมรรถนะ vs ความคาดหวังสังคม 

ข้อ 16

สิ่งใด “ไม่ใช่” แก่นของหลักสูตรฐานสมรรถนะ
ก. ผลลัพธ์การเรียนรู้
ข. การประยุกต์ใช้
ค. เนื้อหาวิชาลึกเท่ากันทุกคน
ง. ความสามารถในการทำงานจริง

 

ข้อ 17

รอง ผอ. ฝ่ายวิชาการควรเริ่มจากอะไร
ก. ปรับตารางสอน
ข. สร้างความเข้าใจร่วมกับครูและผู้ปกครอง
ค. เปลี่ยนหนังสือเรียน
ง. เพิ่มชั่วโมงเรียน

 

ข้อ 18

ความผิดพลาดเชิงกลยุทธ์ที่พบบ่อยคือ
ก. ขาดงบประมาณ
ข. ประเมินสมรรถนะด้วยข้อสอบเดิม
ค. ครูไม่ถนัดเทคโนโลยี
ง. นักเรียนต่อต้าน

 

ข้อ 19

ตัวชี้วัดความสำเร็จที่เหมาะสมที่สุดคือ
ก. คะแนนเฉลี่ยรายวิชา
ข. ความสามารถของผู้เรียนในการแก้ปัญหาจริง
ค. จำนวนชั่วโมงเรียน
ง. ความพึงพอใจครู

 

ข้อ 20

หากผู้ปกครองร้องเรียน ผอ. ควรตอบอย่างไร

ก. อ้างนโยบายกระทรวง
ข. ชี้แจงด้วยข้อมูลผลลัพธ์ผู้เรียน
ค. ขอเวลาชะลอการใช้
ง. โยนให้ครูประจำชั้น

 

Case  : AI กับอนาคตผู้เรียน 

ข้อ 21

ทักษะใด “ทดแทนยากที่สุด” ในยุค AI
ก. ความจำ
ข. การคิดเชิงจริยธรรม
ค. การทำงานซ้ำ
ง. การคำนวณ

 

ข้อ 22

การเตรียมผู้เรียนที่สอดคล้องนโยบายมากที่สุด
ก. เพิ่มวิชา AI
ข. ลดครู เพิ่มเทคโนโลยี
ค. บูรณาการทักษะมนุษย์กับดิจิทัล
ง. เน้นสอบแข่งขัน

 

ข้อ 23

ผอ. ควรระวังผลกระทบใด
ก. งบประมาณไม่พอ
ข. ช่องว่างทางดิจิทัล
ค. ครูเกษียณ
ง. ตารางเรียนแน่น

 

ข้อ 24

การพัฒนาครูที่เหมาะสมที่สุด
ก. อบรมเครื่องมือ
ข. อบรมเชิงเทคนิคอย่างเดียว
ค. PLC เชิงนวัตกรรมการเรียนรู้
ง. ดูงานต่างประเทศ

 

ข้อ 25

บทบาทผู้นำเชิงอนาคตคือ
ก. ควบคุมความเปลี่ยนแปลง
ข. ปรับตัวตามนโยบาย
ค. สร้างระบบพร้อมเปลี่ยน
ง. รอความชัดเจน

 

Case : การบูรณาการ ศาสนา–วัฒนธรรม–กีฬา 

ข้อ 26

ข้อใดสะท้อน “บูรณาการแท้จริง”
ก. จัดวันสำคัญ
ข. เพิ่มกิจกรรมเสริม
ค. แทรกในหลักสูตรและวิถีโรงเรียน
ง. ตั้งคณะกรรมการ

 

ข้อ 27

ความเสี่ยงด้านการบริหารคือ
ก. ครูไม่เข้าใจบทบาท
ข. นักเรียนเบื่อ
ค. กิจกรรมซ้ำซ้อน
ง. งบประมาณลด

 

ข้อ 28

ตัวชี้วัดระดับ ผอ. ควรเป็น
ก. จำนวนกิจกรรม
ข. ความต่อเนื่องเชิงระบบ
ค. รายงานโครงการ
ง. ความพึงพอใจชุมชน

 

ข้อ 29

การตัดสินใจใดสะท้อนผู้นำเชิงคุณค่า
ก. เน้นภาพลักษณ์
ข. เน้นรางวัล
ค. เน้นการปลูกฝังระยะยาว
ง. เน้นการแข่งขัน

 

ข้อ 30

ภาพรวมของบทความสะท้อนบทบาท ผอ./รอง ผอ. ในข้อใด
ก. ผู้ปฏิบัติตามคำสั่ง
ข. ผู้จัดการงานประจำ
ค. ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ
ง. ผู้ควบคุมคุณภาพ

 

Case : “การบริหารสถานศึกษาในยุคการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง”

โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในเขตเมืองกึ่งชนบท มีนักเรียนกว่า 2,800 คน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นถึงตอนปลาย โรงเรียนประสบปัญหาเชิงโครงสร้างหลายด้านพร้อมกัน ได้แก่

  1. นักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มฐานะยากจนและครอบครัวเปราะบาง

  2. ความเหลื่อมล้ำทางโอกาสและทักษะ โดยผู้เรียนจำนวนมากขาดสมรรถนะที่จำเป็นต่อการมีงานทำ

  3. ความกังวลของครูและผู้ปกครองต่อการเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ

  4. แรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่อาจทดแทนแรงงานมนุษย์

  5. นโยบายระดับชาติที่มุ่งบูรณาการการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และกีฬา รวมถึงการใช้ระบบเครดิตแบงก์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามอบหมายให้ ผู้อำนวยการสถานศึกษาและรองผู้อำนวยการ เป็นแกนนำขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณ กำลังครู และความคาดหวังของชุมชน พร้อมทั้งต้องรักษาหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความเสมอภาคทางการศึกษา 

ข้อ 31
บทบาทใดสะท้อนภาวะผู้นำของ ผอ. ที่สอดคล้องกับบริบทใน Case มากที่สุด
ก. ผู้ควบคุมการปฏิบัติงานตามระเบียบ
ข. ผู้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ค. ผู้ออกแบบระบบการเรียนรู้และโอกาสทางการศึกษา
ง. ผู้ติดตามนโยบายส่วนกลางอย่างเคร่งครัด

 

ข้อ 32
การตัดสินใจใดถือเป็น “จุดตั้งต้นเชิงกลยุทธ์” ของการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ
ก. จัดอบรมครูทันที
ข. วิเคราะห์ปัญหาเชิงโครงสร้างของผู้เรียน
ค. ขอเพิ่มงบประมาณ
ง. ปรับตารางเรียนใหม่

 

ข้อ 33
หากต้องจัดลำดับความสำคัญของปัญหา ผอ. ควรให้ความสำคัญกับสิ่งใดก่อน
ก. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ข. ความพร้อมของครู
ค. การคงอยู่ของผู้เรียนในระบบ
ง. ภาพลักษณ์โรงเรียน

 

ข้อ 34
การดำเนินงานใดสะท้อนการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลมากที่สุด
ก. ตัดสินใจรวดเร็วโดยผู้บริหาร
ข. เปิดโอกาสให้ภาคีมีส่วนร่วมและตรวจสอบได้
ค. มอบหมายงานให้รอง ผอ. ดูแล
ง. ดำเนินการตามคู่มืออย่างเดียว

 

ข้อ 35
ตัวชี้วัดระดับผู้บริหารที่เหมาะสมที่สุดใน Case นี้คือ
ก. จำนวนโครงการ
ข. คะแนนสอบมาตรฐาน
ค. อัตราการกลับเข้าสู่ระบบและพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน
ง. ความพึงพอใจของครู

 

ข้อ 36
ความเสี่ยงเชิงนโยบายที่สำคัญที่สุดคือ
ก. งบประมาณไม่เพียงพอ
ข. ครูต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
ค. การดำเนินนโยบายแบบแยกส่วน
ง. นักเรียนไม่เข้าใจระบบใหม่

 

ข้อ 37
การสื่อสารเชิงกลยุทธ์ที่เหมาะสมคือ
ก. สื่อสารคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร
ข. สื่อสารเฉพาะครู
ค. สื่อสารหลายช่องทางและสร้างความเข้าใจร่วม
ง. สื่อสารเมื่อมีปัญหา

 

ข้อ 38
ภาวะผู้นำแบบใดเหมาะสมที่สุด
ก. ผู้นำเชิงอำนาจ
ข. ผู้นำเชิงธุรการ
ค. ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership)
ง. ผู้นำแบบตามสถานการณ์เท่านั้น

 

ข้อ 39
สาระสำคัญของหลักสูตรฐานสมรรถนะคือ
ก. การเพิ่มเนื้อหา
ข. การวัดผลด้วยข้อสอบ
ค. การนำความรู้ไปใช้จริง
ง. การเรียนตามตาราง

 

ข้อ 40
สิ่งใด “ไม่ควรทำ” ในการขับเคลื่อนหลักสูตรฐานสมรรถนะ
ก. สร้างความเข้าใจครู
ข. ใช้การประเมินแบบเดิมทั้งหมด
ค. เชื่อมโยงการเรียนกับชีวิตจริง
ง. ปรับบทบาทครู

 

ข้อ 41
ระบบเครดิตแบงก์มีบทบาทสำคัญต่อกลุ่มใดมากที่สุด
ก. นักเรียนเรียนดี
ข. นักเรียนแข่งขันสอบ
ค. ผู้หลุดออกจากระบบและวัยทำงาน
ง. นักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก

 

ข้อ 42
สิ่งใดเป็นหัวใจของการใช้เครดิตแบงก์
ก. จำนวนหน่วยกิต
ข. มาตรฐานการเทียบโอนที่ตรวจสอบได้
ค. ระบบไอที
ง. ระยะเวลาเรียน

 

ข้อ 43
บทบาทของรอง ผอ. ฝ่ายวิชาการควรเน้น
ก. ตรวจแผนการสอน
ข. ควบคุมการสอบ
ค. สนับสนุนครูออกแบบการเรียนรู้
ง. จัดทำเอกสารรายงาน

 

ข้อ 44
ตัวชี้วัดความสำเร็จของหลักสูตรฐานสมรรถนะคือ
ก. ผลสอบปลายภาค
ข. ความสามารถของผู้เรียนในการแก้ปัญหา
ค. จำนวนชั่วโมงเรียน
ง. ความครบถ้วนของหลักสูตร

 

ข้อ 45
การตัดสินใจใดสะท้อนการบริหารเชิงคุณภาพ
ก. เร่งดำเนินการให้เสร็จ
ข. ทดลองในวงเล็กและขยายผล
ค. บังคับใช้ทั้งโรงเรียน
ง. รอคำสั่งเพิ่มเติม

 

ข้อ 46
ข้อใดสะท้อนการบูรณาการนโยบายระดับชาติสู่สถานศึกษา
ก. ทำตามหนังสือสั่งการ
ข. จัดกิจกรรมเฉพาะกิจ
ค. เชื่อมโยงนโยบายกับบริบทผู้เรียน
ง. รายงานผลให้ครบ

 

ข้อ 47
ทักษะใดที่ AI ทดแทนได้ยากที่สุด
ก. ความจำ
ข. การคิดเชิงจริยธรรม
ค. การคำนวณ
ง. การทำงานซ้ำ

 

ข้อ 48
การเตรียมผู้เรียนให้พร้อมต่อ AI ควรเน้น
ก. เพิ่มวิชาเทคโนโลยี
ข. ลดบทบาทครู
ค. บูรณาการทักษะมนุษย์และดิจิทัล
ง. สอบแข่งขันมากขึ้น

 

ข้อ 49
ความเสี่ยงสำคัญที่สุดจาก AI ในโรงเรียนคือ
ก. งบประมาณ
ข. ช่องว่างทางดิจิทัล
ค. ตารางเรียน
ง. ครูเกษียณ

 

ข้อ 50
การพัฒนาครูที่เหมาะสมที่สุดคือ
ก. อบรมเครื่องมือ
ข. อบรมออนไลน์
ค. PLC เชิงนวัตกรรม
ง. ดูงานต่างประเทศ

 

คลิกเฉลย >>>

 

ความเห็นของผู้ชม