สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M434_สพฐ. สร้างครูผู้นำเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย 29,605 โรงเรียน

เมื่อวันที่ 19 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนได้เยี่ยมให้กำลังใจศึกษานิเทศก์ซึ่งทำหน้าที่ผู้นำเครือข่ายท้องถิ่น (Local Network: LN) และครูที่ทำหน้าที่วิทยากรท้องถิ่น (Local Trainer : LT) โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ระดับปฐมวัย ที่เข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการกิจกรรมสร้างความตระหนักและความรู้ ทักษะเชื่อมโยงกับสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวทางการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ESD : Education for Sustainable Development) ระดับปฐมวัย ภาคกลาง ณ โรงแรมบางกอกพาเลซ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักบริหารงานความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ศึกษา (สบว.) สพฐ. ได้จัดการอบรมดังกล่าวขึ้น เพื่อพัฒนา LN และ LT ทั่วประเทศจำนวน 550 คน โดยแบ่งการอบรมตามภูมิภาคต่างๆ จำนวน 4 ภูมิภาค เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และ LN/LT ทั้งหมดจะนำความรู้จากการอบรมครั้งนี้ไปต่อยอดขยายผลให้กับครูผู้สอนระดับปฐมวัยในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่รับผิดชอบ ซึ่งมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการจำนวน 29,605 โรงเรียน มีนักเรียนระดับปฐมวัยเข้าร่วมกว่า 871,500 คน ทั่วประเทศ 

สำหรับการอบรมเชิงปฏิบัติการกิจกรรมสร้างความตระหนักและความรู้ ทักษะเชื่อมโยงกับสังคม สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวทางการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Education for Sustainable Development : ESD) เพื่อตอบสนองแนวทาง 17 ข้อของ UN Sustainable Development Goals (SDGs) เป็นการเชื่อมโยงและประยุกต์มิติการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ มาปรับให้เหมาะสมกับเด็กปฐมวัยซึ่งดัดแปลงเป็นสามเหลี่ยมของการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Triangle) ประกอบด้วยสามด้าน แต่ละด้านมีความสัมพันธ์ต้องรักษาสมดุลกัน ได้แก่ ด้านสังคม (Society) ด้านเศรษฐกิจ (Economy) และด้านสิ่งแวดล้อมหรือระบบนิเวศ (Environment/Ecology) จึงมีการบริหารจัดการและกำหนดกระบวนการ แนวคิดให้สอดคล้องกับเป้าหมายและสิ่งที่สำคัญคือ การพัฒนาคุณสมบัติครูผู้สอนที่สะท้อนออกมาเป็นค่านิยมที่แสดงออกในภาคปฏิบัติ (Practiced values) ดังนั้น ครูจะทำหน้าที่ทั้งเป็นผู้เอื้ออำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ของเด็ก (Facilitators) และเป็นต้นแบบ (Role models) ผ่านหัวข้อการอบรม จำนวน 4 หัวข้อ ได้แก่ 1. ค้นพบความหลากหลายของพืช 2. น้ำล้างสิ่งสกปรก 3. การสำรวจวัสดุ และ 4. ความร้อนเป็นพลังงานรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นการสร้างความตระหนักในการใช้อย่างคุ้มค่า นำกลับมาใช้ใหม่ ดูแลและอนุรักษ์ เพื่อความยั่งยืนผ่านกิจกรรมการเรียนรู้

รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า การปลูกฝังนักเรียนระดับปฐมวัยมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ การแสวงหาความสนใจและเป็นช่วงวัยแห่งการสร้างทักษะกระบวนการต่างๆ อย่างดียิ่ง ดังนั้น เด็กๆที่ได้รับการฝึกให้มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ รู้จักการตั้งคำถาม การสังเกตุ การรวบรวมข้อมูลและการสำรวจตรวจสอบอย่างเป็นระบบเพื่อหาคำตอบด้วยตัวเองจะนำไปสู่โครงงานที่มีคุณภาพในระดับสูงต่อไป 

การบ่มเพาะผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย และที่สำคัญการอบรมครั้งนี้ได้เริ่มปลูกฝังและบ่มเพาะ รวมทั้งให้เด็กๆ ได้ตระหนักถึงการใช้ความรู้และทักษะเพื่อเชื่อมโยงกับสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามแนวทางการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ ESD เป็นการสร้างเยาวชนไทยที่พร้อมกับโลกอนาคต สามารถดำรงอยู่ในสังคมและเป็นพลเมืองโลกอย่างผาสุกได้อย่างแน่นอน.

เด็กปฐมวัยจะเกิดทักษะ การคิดเป็นระบบ คิดวิเคราะห์ คิดเชื่อมโยง รวมทั้งมีเหตุมีผล ซึ่งจะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีต่อไปนั้น ต้องเริ่มจากการได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีความหมาย คุณค่า ที่โรงเรียนซึ่งต้องอาศัยศึกษานิเทศก์ซึ่งทำหน้าที่ผู้นำเครือข่ายท้องถิ่น (Local Network: LN) และครูที่ทำหน้าที่วิทยากรท้องถิ่น (Local Trainer : LT) โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ระดับปฐมวัย ที่ผ่านการอบรมครั้งนี้ทุกคน ได้ร่วมกันขยายผลความรู้ไปสู่ครูผู้สอนปฐมวัยทุกคน เพื่อให้สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Active Learning ทั้ง 4 หัวข้อให้กับนักเรียนปฐมวัยทุกคน อย่างจริงจังและเกิดผลสำเร็จ ทั้งหัวข้อค้นพบความหลากหลายของพืช น้ำล้างสิ่งสกปรก การสำรวจวัสดุ และความร้อนเป็นพลังงานรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้นักเรียนเข้าใจธรรมชาติรอบตัว เห็นคุณค่าและร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมรอบตัวนักเรียน ส่งผลให้สังคมน่าอยู่เต็มไปด้วยธรรมชาติ ทั้งนี้ สพฐ. ต้องขอขอบคุณทีมวิทยากรหลักโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กลุ่มบริษัท บี.กริม ที่ให้การสนับสนุนและร่วมเป็นวิทยากรในครั้งนี้ด้วย” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว 

สพฐ.สร้างผู้นำเครือข่ายและวิทยากรท้องถิ่นพัฒนาเด็กปฐมวัย 29,605 โรงเรียน ผ่านโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยอย่างยั่งยืน  

ที่มา ; เดลินิวส์ 20 พฤษภาคม 2566

สาระสำคัญ 

โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย
- เป้าหมายกลุ่มนักเรียนระดับปฐมวัย และนักเรียนระดับประถมศึกษา โรงเรียนสังกัด สพฐ.
- เป้าหมายเชิงคุณภาพที่เกิดกับผู้เรียน ให้มีทักษะการคิด ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น รู้จักการตั้งคำถาม การสังเกตุ การรวบรวมข้อมูลและการสำรวจตรวจสอบ

ศัพท์สำคัญ
1. กลุ่มขับเคลื่อน สพฐ.เพื่อสู่เป้าหมาย ได้แก่

     1) ศึกษานิเทศก์ซึ่งทำหน้าที่ผู้นำเครือข่ายท้องถิ่น (Local Network: LN) และ

     2) ครูที่ทำหน้าที่วิทยากรท้องถิ่น (Local Trainer : LT)
2. แนวทางและเป้าหมายระดับสากล

    -เป้าหมายการพัฒนาที่ยังยืน UN Sustainable Development Goals (SDGs)

    -แนวทางการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ESD : Education for Sustainable Development)

    -สามเหลี่ยมของการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Triangle) อันประกอบด้วยสามด้าน แต่ละด้านมีความสัมพันธ์ต้องรักษาสมดุลกัน ได้แก่

     1) ด้านสังคม (Society)

     2) ด้านเศรษฐกิจ (Economy) และ

     3) ด้านสิ่งแวดล้อมหรือระบบนิเวศ (Environment/Ecology)

 

สรุปสาระสำคัญ 

ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่ให้กำลังใจศึกษานิเทศก์ (LN) และครูวิทยากรท้องถิ่น (LT) ในโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยระดับปฐมวัย ซึ่งเข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้และทักษะเชื่อมโยงสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ตามแนวทางการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ESD) สอดคล้องกับเป้าหมาย SDGs ของสหประชาชาติ โดย สพฐ.จัดอบรม LN/LT จำนวน 550 คน แบ่ง 4 ภูมิภาค เพื่อนำความรู้ไปขยายผลสู่ครูปฐมวัยในโรงเรียน 29,605 แห่ง ครอบคลุมนักเรียนกว่า 871,500 คน 

การอบรมเน้นกระบวนการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม 4 เรื่อง ได้แก่ ความหลากหลายของพืช น้ำล้างสิ่งสกปรก การสำรวจวัสดุ และความร้อน ซึ่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น การสังเกต ตั้งคำถาม และตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นระบบ การลงทุนในปฐมวัยช่วยพัฒนาการคิดวิเคราะห์และคิดเชื่อมโยงของเด็กอย่างยั่งยืน ก่อให้เกิดพลเมืองที่ตระหนักต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันครูต้องทำหน้าที่ทั้ง “ผู้อำนวยความสะดวก” และ “ต้นแบบ” เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีความหมายและต่อยอดเป็นโครงงานคุณภาพในอนาคต

ข้อสอบ 

1. การจัดอบรม LN/LT ในโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยสะท้อนบทบาทของ สพฐ. ด้านใดมากที่สุด? 

ก. การส่งเสริมการใช้สื่อเทคโนโลยีทันสมัยในห้องเรียน
ข. การสร้างระบบพี่เลี้ยงและเครือข่ายพัฒนาครูในพื้นที่
ค. การกระจายงบประมาณให้สถานศึกษาตามบริบท
ง. การพัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาปฐมวัย
   

2. เหตุผลสำคัญที่ต้องออกแบบกิจกรรมให้เชื่อมโยงสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจคืออะไร?

ก. เพื่อสอดคล้องกับความต้องการของผู้ปกครอง
ข. เพื่อให้เด็กปฐมวัยเรียนรู้ตามหลักสมรรถนะฐาน
ค. เพื่อให้เกิดความสมดุลตามแนวคิด Sustainable Development Triangle
ง. เพื่อเตรียมเด็กสู่การสอบระดับชาติในอนาคต
 

3. จากข้อมูลในบทความ บทบาทของครูที่สอดคล้องที่สุดกับ ESD คือข้อใด?

ก. ถ่ายทอดเนื้อหาให้ครบถ้วนตามโครงสร้างหลักสูตร
ข. สาธิตวิธีการและกำกับให้เด็กทำตามอย่างถูกต้อง
ค. เป็นผู้อำนวยความสะดวกและเป็นแบบอย่างพฤติกรรมที่ยั่งยืน
ง. มุ่งประเมินผลและเก็บคะแนนเพื่อติดตามพัฒนาการเด็ก
 

4. เหตุใดการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในระดับปฐมวัยจึงมีผลต่อคุณภาพโครงงานในระยะยาว?

ก. เพราะทำให้เด็กจดจำข้อมูลได้แม่นยำขึ้น
ข. เพราะทักษะดังกล่าวเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้เชิงสืบเสาะและการคิดเป็นระบบ
ค. เพราะช่วยให้เด็กสามารถใช้อุปกรณ์อย่างปลอดภัย
ง. เพราะโรงเรียนมีทรัพยากรสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์อย่างเพียงพอ
 

5. หากโรงเรียนต้องการประยุกต์ผลจากการอบรมให้เกิดความยั่งยืนที่สุด ควรดำเนินการอะไรเป็นอันดับแรก?

ก. จัดซื้อสื่อวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมเพื่อสร้างความน่าสนใจ
ข. เชิญวิทยากรภายนอกมาอบรมซ้ำให้ครูทุกภาคเรียน
ค. สร้างระบบนิเทศภายในเพื่อสนับสนุน LN/LT ในการขยายผล
ง. จัดกิจกรรมแข่งขันวิทยาศาสตร์ให้เด็กทุกเดือน

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น