สมาชิกเข้าสู่ระบบ

9 คุณลักษณ์ “Soft Power”สะท้อนความเป็นไทย

 เช้านี้ (23 มิย.) ผมได้รับเกียรติจากทางสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ไปพูดเรื่อง Soft Power: The Game Changer in the Post COVID-19 World” โดยได้กล่าวถึงศักยภาพและโอกาสในการสร้างและใช้ประโยชน์ Soft Power ของประเทศไทย

Thailand’s Soft Power มีฐานรากมาจาก DNA ของความเป็นไทย (Thainess) ใน 5 มิติ คือ Fun, Favouring, Flexible, Friendly, และ Fulfilling (จากผลการสำรวจผู้บริหารทั่วโลกจำนวนกว่า 500 ท่าน โดย Kellogg School of Management เมื่อประมาณปี 2550)

Thainess DNA ดังกล่าวถูกเสริมด้วย National Endowment 2 ชุด คือ ความหลากหลายเชิงชีวภาพ และความหลากหลายเชิงวัฒนธรรม

ทั้ง DNA ของความเป็นไทย และ National Endownment จาก 2 ความหลากหลายดังกล่าว ได้ก่อเกิด “คุณลักษณ์ความเป็นไทย” ที่นำมาสู่การรังสรรค์ในบริบทต่าง ๆ ประกอบไปด้วยk

1) “ความละเอียดพิถีพิถัน” รังสรรค์ผ่านงานจิตรกรรม ประติมากรรม ประณีตศิลป์และสถาปัตยกรรม

2) “ทักษะฝีมือเชิงช่าง” รังสรรค์ผ่านเครื่องเงินเครื่องทอง เครื่องไม้ เครื่องจักสาน

3) “เปิดรับและประยุกต์” รังสรรค์ผ่านอาหาร วรรณกรรม ดนตรี และการแสดง

4) “ความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม” รังสรรค์ผ่านอาหาร เครื่องแต่งกาย และสมุนไพร

5) “วิถีชีวิตเกษตร ใกล้ชิดธรรมชาติ” รังสรรค์ผ่านอาหาร เครื่องแต่งกาย และเครื่องใช้

6) “ความเชื่อและศาสนา” รังสรรค์ผ่านประติมากรรม วรรณกรรม และพิธีกรรม

7) “ความสนุกสนาน มีชีวิตชีวา” รังสรรค์ผ่านเทศกาล ประเพณี การละเล่น การแสดง และดนตรี

ความเป็นกันเอง มีน้ำใจ เคารพผู้ใหญ่” รังสรรค์ผ่านงานบริการ การดูแลสุขภาพ สปา โรงแรม

9) “มองโลกในแง่บวก และสร้างสรรค์” รังสรรค์ผ่านงานโฆษณา ภาพยนตร์ แอนิเมชั่น และงานออกแบบ (เอกวิทย์ ณ ถลาง)

ทั้ง 9 คุณลักษณ์สะท้อน “ความเป็นไทย” ที่โดดเด่น เป็น “Soft Power” ที่สามารถสร้าง “คุณค่า” และ “มูลค่า” ในตัวมันเอง จึงเป็นขุมทรัพย์สำคัญในการสร้างความมั่งคั่ง ผ่านแพลทฟอร์มของ Place x People x Product

การผสมผสาน Place, People และ Product อย่างลงตัว จึงทำให้ประเทศไทยติดอันดับโลกของ Place to Live, Place to Invest, Place to Work, Place to Visit, Place to Shop อาทิ

- ประเทศไทยติดอันดับ 6 ของประเทศที่มีระบบสุขภาพดีที่สุดในโลก

- ประเทศไทยขึ้นอันดับ 1 ของอาเซียน อันดับ 2 ของเอเชีย และอันดับ 7 ของโลกในการจัดอันดับ “ประเทศที่ร่ำรวยมรดกทางวัฒนธรรมมากที่สุดในโลก” ประจำปี 2021 (U.S. News & World Report)

- ประเทศไทยติดอันดับ 2 รองจากประเทศโครเอเชียในการเป็นประเทศที่เหมาะกับการลงทุนในปี 2020 (US News & World Report)

- ประเทศไทยติดอันดับ 1 ประเทศที่เหมาะในการเริ่มต้นธุรกิจมากที่สุดในปี 2020 (US News & World Report)

- จากการจัดอันดับอาหารอร่อยของโลก รวม 50 อันดับ ปรากฏว่าอาหารไทยติดอันดับถึง 3 เมนูด้วยกัน และยังได้ครองแชมป์อาหารที่อร่อยที่สุดในโลก ด้วยเมนูแกงมัสมั่น (อันดับที่ 1) ต้มยำกุ้ง (อันดับที่ และส้มตำ (อันดับที่ 46) (CNN)

- ประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ของเอเชียและอันดับที่ 11 ของโลกในกลุ่มประเทศที่น่าใช้ชีวิตหลังเกษียณ (International Living)

- ประเทศไทยเป็นประเทศที่นักเรียนสนใจไปเรียนต่อมากที่สุดอันดับ 3 ของโลก รองจากนิวซีแลนด์และสเปน (Educations.com, 2019)

- ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับ 1 ในอาเซียน อันดับ 3 ของเอเชีย และอันดับ 43 ของโลกในฐานะประเทศที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDSN, 2021)

นอกเหนือจาก Soft Power ที่เกิดจากการผสมผสาน Place, People และ Product อย่างลงตัวแล้ว ประเทศไทยยังสามารถสร้าง Soft Power เชิงนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นการผลักดัน Sufficiency Economy Philosophy for Sustainable Development Goals (SEP for SDGs) ในเวทีสหประชาชาติ และการนำเสนอ BCG Economy Model เพื่อตอบโจทย์ Balance, Inclusive และ Sustainable Growth ในเวที APEC 2022 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เป็นต้น 

ศักยภาพมีอยู่แล้ว เหลือแต่การมีนโยบายและยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน เอาจริงเอาจังอย่างต่อเนื่อง การผนึกกำลังกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนอย่างแนบแน่น การลงทุนและการสร้างงานขนานใหญ่ เฉกเช่นเดียวกับเกาหลีที่ทำสำเร็จมาแล้ว หากดำเนินการตามนี้ไม่เกิน 5-10 ปี จะเห็นการพลิกโฉมอย่างมีนัย ที่เกิดจาก Soft Power อย่างแน่นอนครับ 

ที่มา ; FB ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ Dr. Suvit Maesincee

สรุปสาระสำคัญ

บทความกล่าวถึง “Soft Power ของประเทศไทย” ในบริบทโลกหลังโควิด-19 โดยชี้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการใช้ Soft Power เป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ประเทศ โดยมีรากฐานจาก “DNA ความเป็นไทย (Thainess)” 5 มิติ ได้แก่ ความสนุกสนาน ความชื่นชอบ ความยืดหยุ่น ความเป็นมิตร และความเติมเต็มชีวิต ซึ่งได้รับการเสริมด้วยทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมที่หลากหลาย

จากพื้นฐานดังกล่าวก่อให้เกิดคุณลักษณ์ความเป็นไทย 9 ด้าน เช่น ความละเอียดพิถีพิถัน งานช่างฝีมือ การเปิดรับวัฒนธรรม ความหลากหลายชีวภาพ วิถีเกษตร ความเชื่อศาสนา ความสนุกสนาน ความเป็นกันเอง และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งถูกสะท้อนผ่านอาหาร ศิลปะ การท่องเที่ยว การบริการ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

Soft Power เหล่านี้สามารถต่อยอดผ่านแนวคิด Place x People x Product ทำให้ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับสูงในหลายด้าน เช่น แหล่งท่องเที่ยว อาหาร การลงทุน สุขภาพ และการใช้ชีวิต นอกจากนี้ยังมี Soft Power เชิงนโยบาย เช่น SEP for SDGs และ BCG Economy Model

บทสรุปชี้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพพร้อมแล้ว เหลือเพียงการกำหนดนโยบายที่ชัดเจน การบูรณาการรัฐ-เอกชน และการลงทุนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง หากดำเนินการได้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างภายใน 5–10 ปี

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

DNA ของความเป็นไทย (Thainess) ตามบทความ เน้นมิติใดมากที่สุด
ก. อำนาจทางการเมือง
ข. Fun, Friendly, Flexible
ค. เทคโนโลยีและนวัตกรรม
ง. ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความระบุ 5F (Fun, Favouring, Flexible, Friendly, Fulfilling) เป็นฐาน Soft Power ไทย

 

ข้อ 2

ข้อใดเป็น “National Endowment” ที่เสริม Soft Power ไทย
ก. ความมั่นคงทางทหาร
ข. การศึกษาเชิงแข่งขัน
ค. ความหลากหลายชีวภาพและวัฒนธรรม
ง. ระบบภาษี
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความระบุชัดว่ามี 2 ความหลากหลายคือชีวภาพและวัฒนธรรม

 

ข้อ 3

“ความละเอียดพิถีพิถัน” ใน Soft Power ไทยสะท้อนผ่านด้านใดมากที่สุด
ก. การเกษตร
ข. งานจิตรกรรมและสถาปัตยกรรม
ค. การเมืองท้องถิ่น
ง. การค้าระหว่างประเทศ
เฉลย: ข
เหตุผล: เชื่อมโยงกับศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมโดยตรง

 

ข้อ 4

แนวคิด Place x People x Product มีเป้าหมายหลักคืออะไร
ก. เพิ่มงบประมาณรัฐ
ข. สร้างอำนาจทางทหาร
ค. สร้างมูลค่าและความมั่งคั่งจาก Soft Power
ง. ลดการนำเข้า
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นการผสมผสานเพื่อสร้างคุณค่าเชิงเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ประเทศ

 

ข้อ 5

เหตุใดประเทศไทยจึงถูกจัดอันดับสูงด้านการท่องเที่ยวและการลงทุน
ก. ค่าแรงต่ำที่สุดในโลก
ข. Soft Power จากวัฒนธรรมและระบบบริการ
ค. มีทรัพยากรน้ำมันมาก
ง. ภาษีต่ำที่สุด
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเน้น Soft Power ด้านอาหาร วัฒนธรรม และบริการ

 

ข้อ 6

ข้อใดเป็น Soft Power เชิงนโยบายของไทย
ก. การสร้างรถไฟความเร็วสูง
ข. SEP for SDGs และ BCG Model
ค. การเพิ่มงบกลาโหม
ง. การก่อสร้างเขื่อน
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นนโยบายที่นำเสนอในเวทีโลก

 

ข้อ 7

“ความสนุกสนาน มีชีวิตชีวา” สะท้อนผ่านสิ่งใด
ก. การธนาคาร
ข. เทศกาลและการแสดง
ค. การผลิตอุตสาหกรรม
ง. การคมนาคม
เฉลย: ข
เหตุผล: เชื่อมกับเทศกาล ประเพณี และศิลปะการแสดง

 

ข้อ 8

แนวคิดสำคัญที่สุดของบทความคือข้อใด
ก. ไทยควรเน้นอุตสาหกรรมหนัก
ข. Soft Power ไทยมีศักยภาพสูงแต่ต้องมีนโยบายชัดเจน
ค. ไทยควรลดวัฒนธรรมดั้งเดิม
ง. เศรษฐกิจไทยพึ่งต่างประเทศทั้งหมด
เฉลย: ข
เหตุผล: สรุปว่ามีศักยภาพแล้วแต่ต้องบริหารจัดการ

 

ข้อ 9

การบูรณาการรัฐและเอกชนในบทความหมายถึงอะไร
ก. แยกหน้าที่กันทำงาน
ข. แข่งขันกันเอง
ค. ทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อน Soft Power
ง. ให้เอกชนรับผิดชอบทั้งหมด
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นเงื่อนไขสำคัญของการพัฒนา Soft Power

 

ข้อ 10

ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหากดำเนินนโยบายสำเร็จคืออะไร
ก. ลดการท่องเที่ยว
ข. เปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างใน 5–10 ปี
ค. ยกเลิกวัฒนธรรมท้องถิ่น
ง. ลดการส่งออกทั้งหมด
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความระบุว่าจะเกิด “การพลิกโฉมอย่างมีนัย” ภายใน 5–10 ปี

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น