
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภา เมื่อเร็วๆ นี้ หารือกรณีการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ตามมาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งยังมีข้อขัดแย้งกรณีคณะกรรมการคุรุสภา มีมติยกจัดสอบวิชาเอก เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งที่ผ่านมาได้มอบหมายให้นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ.หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อสรุปเรื่องดังกล่าว และได้มีข้อเสนอว่า การจัดสอบวิชาเอก เพื่อใช้ในการขอรับใบอนุญาตฯ มีความจำเป็น แต่ยังไม่ควรมีการทดสอบความรู้วิชาเอกจนกว่าจะมีการดำเนินการพัฒนาการดำเนินงาน 2 เรื่อง คือ
1.ระบบการออกใบอนุญาตฯ ให้มีการแยกตามวิชาเอก หรือแยกระดับการศึกษา และเชื่อมโยงเงื่อนไขและข้อจำกัดในการประกอบวิชาชีพครูตามประเภทใบอนุญาตกับหน่วยงานผู้ใช้ครูทุกสังกัด
2.การรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษาให้มีการระบุวิชาเอกว่ามีวิชาเอกใดบ้างที่จะรับรอง และต้องมีความรู้เรื่องอะไรบ้าง กรณีประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครูและปริญญาโท ปริญญาเอกทางการศึกษา ที่ไม่ได้ระบุวิชาเอก ให้มีการระบุรายละเอียดพื้นความรู้ในวิชาเอก ว่าจะต้องสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชาอะไรบ้าง
จึงจะมีสิทธิ์เข้าศึกษาตามหลักสูตรดังกล่าว เพื่อให้การทดสอบความรู้วิชาเอก ไม่เป็นการดำเนินงานที่ใช้งบประมาณโดยเปล่าประโยชน์และไม่ทำให้มีคุณภาพจริง รวมทั้งเกิดความเป็นธรรม กับสถาบันอุดมศึกษาและนิสิตนักศึกษาที่เป็นผู้เข้ารับการทดสอบ
“ที่ประชุมยืนยันมติเดิม คือจะยังไม่มีการจัดสอบวิชาเอกในช่วงนี้ มอบหมายให้คุรุสภาพัฒนาระบบการออกใบอนุญาตฯ และการรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษาให้แล้วเสร็จ ก่อนที่จะมีการทดสอบความรู้วิชาเอก นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเลื่อนการจัดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯซึ่งเดิมกำหนดจัดสอบในเดือนตุลาคม 2564เป็นจัดสอบในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2565 เพื่อให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ได้เตรียมพร้อมและมีการบบริหารจัดการการสอบอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป โดยจะประกาศกำหนดการสอบให้ทราบภายในเดือนธันวาคม 2564” น.ส.ตรีนุชกล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 18 ตุลาคม 2564
ข่าวเกี่ยวกัน
จี้คุรุสภาฯกำหนดเวลา หลังมติยันยกเลิกสอบวิชาเอก ขอตั๋วครู
“คุรุสภาต้องมีการกำหนดระยะเวลาที่จะจัดสอบวิชาเอกสำหรับผู้ที่เข้าศึกษาให้แน่นอนว่าจะต้องสอบวิชาเอกในปีไหน จะได้ไม่สร้างความสับสนให้กับผู้เรียนหลักสูตรครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ เพราะหากปล่อยให้เกิดช่องว่าง ไม่มีการกำหนดเวลาที่ชัดเจน และไปกำหนดว่าต้องทดสอบวิชาเอกภายหลัง ก็อาจจะมีผู้เรียนตั้งคำถามขึ้นมาอีกว่าทำไมต้องเริ่มสอบวิชาเอกเรื่องความเป็นธรรม หรือแม้การทดสอบที่ผ่านมาเมื่อต้นปี 2564 ตามประกาศของคุรุสภาว่าจะต้องสอบเพื่อขอรับใบประกอบวิชาชีพสำหรับผู้ที่เข้าศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 แต่เมื่อผู้เรียนหลักสูตรประกาศนีบัตรบัณฑิต หรือป.บัณฑิต เป็นรุ่นแรกที่ต้องทดสอบ ซึ่งถ้าเห็นว่าข้อสอบวิชาเอกมีปัญหายังประกาศให้จัดสอบทำไม เมื่อมีการฟ้องร้องก็มายกเลิก ทำให้เกิดปัญหาตามมาหลายประเด็น เช่น ผู้สอบที่สอบผ่าน 4 วิชา แต่สอบตกวิชาเอก ก็มีสิทธิ์ได้ใบประกอบวิชาชีพครูใช่หรือไม่ ส่วนผู้ที่สอบตกวิชาครูแต่สอบผ่านวิชาเอก ไม่มีสิทธิ์ได้ใบประกอบวิชาชีพครูใช่หรือไม่ ตรงนี้อาจจะมีปัญหาเรื่องความเป็นธรรม “นายเอกชัยกล่าว
นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ส่วนตัวเห็นว่ามติใดๆที่ออกมาต้องคำนึงถึงผลกระทบดังกล่าวด้วยว่าจะสร้างปัญหาความไม่เท่าเทียมในสิทธิที่จะได้ใบประกอบวิชาชีพให้เกิดขึ้น หรือหากจะเยียวยาให้ผู้เข้าสอบทุกคนมีสิทธิ์ได้ใบประกอบวิชาชีพก็ยิ่งเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของวิชาชีพครู ที่ว่าเป็นวิชาชีพชั้นสูงต้องมีความรู้ความสามารถในศาสตร์การสอน ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นครู และเนื้อหาวิชาเอกที่จะต้องไปทำหน้าที่สอน
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 19 ตุลาคม 2564