
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลได้เร่งให้สถาบันอุดมศึกษาทั่วโลกต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วนต่อเทคโนโลยีที่เกิดใหม่อยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ซึ่งกำลังมีบทบาทที่สำคัญในการพลิกโฉมการจัดการเรียนรู้ (learning transformation) อย่างมีนัยสำคัญ เพราะ AI ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการศึกษา แต่ AI ยังเปิดโอกาสให้เกิดรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ที่เน้นการมีส่วนร่วม การทำงานร่วมกัน (collaborative learning) และการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล ซึ่งมีการบูรณาการนำ AI มาใช้ในระดับอุดมศึกษาในการช่วยสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่นและตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะการใช้ระบบอัจฉริยะในการวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียน (learning analytics) เพื่อออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสมรายบุคคล
ขณะเดียวกัน AI ยังส่งเสริมการเรียนรู้แบบร่วมมือ (collaborative learning) ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น การใช้ระบบแนะนำ (recommendation systems) การจับคู่กลุ่มเรียน (group formation) และการสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้เรียน ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 เช่น การคิดเชิงวิพากษ์ การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ AI ยังมีบทบาทในการสนับสนุนผู้สอน โดยช่วยลดภาระงานด้านการประเมินผล การให้ข้อเสนอแนะ และการบริหารจัดการชั้นเรียน ทำให้ผู้สอนสามารถมุ่งเน้นไปที่การออกแบบการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์และการพัฒนาทักษะขั้นสูงของผู้เรียนมากขึ้น การเปลี่ยนบทบาทของผู้สอนจาก “ผู้ถ่ายทอดความรู้” สู่ “ผู้ออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้” (learning designer) ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในยุค AI
อย่างไรก็ตามในการบูรณาการโดยการนำเอา AI ในใช้ในระดับอุดมศึกษายังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ
· ประการแรกคือ ประเด็นด้านจริยธรรมและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (data privacy) เนื่องจากการใช้ AI จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจำนวนมาก ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
· ประการที่สองคือความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (digital divide) ที่อาจทำให้ผู้เรียนบางกลุ่มไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างเท่าเทียมกัน
· ประการที่สามคือ ความพร้อมของบุคลากรทางการศึกษา ที่ยังขาดทักษะด้าน AI และการออกแบบการเรียนรู้ในบริบทดิจิทัล
ในการบูรณาการจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่มีการนำเอา AI มาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน จึงจำเป็นต้องมี
· แนวทางเชิงนโยบายที่ชัดเจนและเป็นระบบ ภาครัฐและสถาบันการศึกษาควรส่งเสริมการพัฒนาสมรรถนะด้าน AI (AI literacy) สำหรับทั้งผู้สอนและผู้เรียนสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีจริยธรรม
· ควรพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้แบบร่วมมือ (collaborative platforms) และการเรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong learning)
· ควรมีการกำหนดกรอบจริยธรรมและกฎหมายในการใช้ AI เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและสร้างความเชื่อมั่นในระบบการศึกษา
การใช้ AI ในระบบอุดมศึกษาเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายที่ต้องได้รับการจัดการอย่างรอบด้าน การนำ AI มาใช้ร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือจะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาและพัฒนาทักษะแห่งอนาคตของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากมีการออกแบบนโยบายและการดำเนินงานที่มีความเหมาะสม รอบคอบ และสอดคล้องกับบริบททางสังคมอย่างแท้จริง ย่อมจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการบูรณาการเทคโนโลยีให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดและนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว
บทความโดย ดร.วาสนา จักร์แก้ว อาจารย์ประจำคณะวิทยาการจัดการ ศูนย์การศึกษาลำปาง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ที่มา ; สยามรัฐออนไลน์ 24 เมษายน 2569
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลทำให้สถาบันอุดมศึกษาต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ ซึ่งช่วยยกระดับทั้งประสิทธิภาพและรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ เช่น การเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคลและแบบร่วมมือผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียน (learning analytics) และระบบอัจฉริยะต่าง ๆ ส่งผลให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ การคิดเชิงวิพากษ์ การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม ขณะเดียวกัน AI ยังช่วยลดภาระงานของผู้สอน ทำให้บทบาทเปลี่ยนจากผู้ถ่ายทอดความรู้เป็นผู้ออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้
อย่างไรก็ตาม การใช้ AI ยังเผชิญความท้าทาย เช่น ความเสี่ยงด้านจริยธรรมและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี และข้อจำกัดด้านทักษะของบุคลากรทางการศึกษา ดังนั้น การขับเคลื่อนอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องมีนโยบายที่ชัดเจน การพัฒนาทักษะ AI การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการกำหนดกรอบกฎหมายและจริยธรรมที่เหมาะสม หากดำเนินการอย่างรอบด้าน AI จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและพัฒนาผู้เรียนให้พร้อมต่ออนาคต
ข้อ 1 บทบาทสำคัญของ AI ต่อการจัดการเรียนรู้คือข้อใด
ก. ลดจำนวนครู
ข. เพิ่มประสิทธิภาพและสร้างรูปแบบการเรียนรู้ใหม่
ค. แทนที่ผู้เรียน
ง. จำกัดการเรียนรู้เฉพาะในห้องเรียน
ตอบ: ข
เหตุผล: AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเปิดรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ เช่น personalized learning
ข้อ 2 learning analytics มีบทบาทหลักอย่างไร
ก. จัดตารางเรียน
ข. วิเคราะห์ผู้สอน
ค. วิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนเพื่อออกแบบการเรียนรู้
ง. ควบคุมพฤติกรรมผู้เรียน
ตอบ: ค
เหตุผล: ใช้ข้อมูลเพื่อออกแบบการเรียนรู้เฉพาะบุคคล
ข้อ 3 การเรียนรู้แบบ collaborative learning ส่งเสริมทักษะใดมากที่สุด
ก. การจำ
ข. การคิดเชิงวิพากษ์และการทำงานเป็นทีม
ค. การสอบ
ง. การแข่งขัน
ตอบ: ข
เหตุผล: เน้นการมีส่วนร่วมและการทำงานร่วมกัน
ข้อ 4 บทบาทใหม่ของผู้สอนในยุค AI คือข้อใด
ก. ผู้ควบคุม
ข. ผู้ตรวจข้อสอบ
ค. ผู้ออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้
ง. ผู้บรรยายอย่างเดียว
ตอบ: ค
เหตุผล: เปลี่ยนจากถ่ายทอดความรู้เป็น learning designer
ข้อ 5 ความเสี่ยงสำคัญของ AI คือข้อใด
ก. ขาดเนื้อหา
ข. ข้อมูลรั่วไหลและละเมิดความเป็นส่วนตัว
ค. ขาดผู้เรียน
ง. ระบบล้าสมัย
ตอบ: ข
เหตุผล: AI ใช้ข้อมูลจำนวนมาก เสี่ยงด้าน privacy
ข้อ 6 digital divide หมายถึงอะไร
ก. ความต่างด้านหลักสูตร
ข. ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี
ค. ความต่างด้านอายุ
ง. ความต่างด้านภาษา
ตอบ: ข
เหตุผล: ผู้เรียนบางกลุ่มเข้าไม่ถึงเทคโนโลยี
ข้อ 7 แนวทางสำคัญเพื่อใช้ AI อย่างยั่งยืนคือข้อใด
ก. ลดการใช้เทคโนโลยี
ข. มีนโยบายและพัฒนา AI literacy
ค. เพิ่มการสอบ
ง. ใช้เฉพาะในมหาวิทยาลัย
ตอบ: ข
เหตุผล: ต้องมีนโยบายและพัฒนาทักษะ AI
ข้อ 8 การใช้ AI ช่วยลดภาระงานผู้สอนด้านใดมากที่สุด
ก. การสอน
ข. การวิจัย
ค. การประเมินและให้ feedback
ง. การประชุม
ตอบ: ค
เหตุผล: AI ช่วยตรวจและให้ข้อเสนอแนะอัตโนมัติ
ข้อ 9 หากสถานศึกษาขาดโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล จะเกิดผลใด
ก. ผู้เรียนเก่งขึ้น
ข. ใช้ AI ได้เต็มประสิทธิภาพ
ค. การใช้ AI ไม่มีประสิทธิผล
ง. ลดภาระครู
ตอบ: ค
เหตุผล: โครงสร้างพื้นฐานเป็นปัจจัยสำคัญ
ข้อ 10 ข้อใดเป็นแนวทางเชิงนโยบายที่เหมาะสมที่สุด
ก. ใช้ AI โดยไม่มีข้อกำหนด
ข. จำกัดการใช้ AI
ค. กำหนดกรอบจริยธรรมและกฎหมาย
ง. ใช้เฉพาะผู้สอน
ตอบ: ค
เหตุผล: ต้องมีกรอบคุ้มครองข้อมูลและสร้างความเชื่อมั่น