
การเตรียมคนคนไทย ๔.๐ เพื่อก้าวสู่โลกที่หนึ่ง เปรียบเสมือนการเตรียมเมล็ดพันธุ์ใหม่ ด้วยการบ่มเพาะคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ในศตวรรษที่ ๒๑ คือคนไทยที่มีปัญญาเฉียบแหลม (Head) มีทักษะที่เห็นผล (Hand) มีสุขภาพแข็งแรง (Health) และมีจิตใจที่งดงาม (Heart)
ซึ่งจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ ดังนี้
๑.๑ ปรับเปลี่ยนจากการเรียนแบบเฉื่อยชา ( Passive Learning ) เป็นการเรียนด้วยความกระตือรือร้น(Active Learning)
๑.๒ ปรับเปลี่ยนจากการเรียนภาคบังคับ (Duty-Driven) เป็นการเรียนที่เกิดจากความอยากรู้ อยากทำ และอยากเป็น (Passion-Driven)
๑.๓ ปรับเปลี่ยนจากการเรียนตามมาตรฐาน (Standardized ) เป็นการเรียนเพื่อตอบโจทย์เฉพาะบุคคล (Personalized)
๑.๔ ปรับเปลี่ยนจากการเรียนในห้องเรียนในโรงเรียน ในระบบ เป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียน นอกห้องเรียน นอกระบบ
๑.๕ ปรับเปลี่ยนจากการเรียนข้อเท็จจริง(Fact-Based ) เป็นการเรียนจากการใช้ความคิด(Idea-Based)
๑.๖ ปรับเปลี่ยนการคิดในกรอบ (In the Box) เป็นการคิดนอกกรอบ (Out of Box)
๑.๗ ปรับเปลี่ยนจากการเรียนแบบถ่ายทอด ( Transmitting ) เป็นการเรียนแบบชี้แนะ (Mentoring)
๑.๘ ปรับเปลี่ยนจากการเน้นผลประโยชน์ร่วม(Common Interest) เป็นการเน้นการสร้างคุณค่าร่วม(Sharing Value)
๑.๙ ปรับเปลี่ยนจากการมุ่งเน้นความคิดสร้างสรรค์ในรายบุคคล (Individual Creating) เป็นการมุ่งเน้นการระดมความคดสร้างสรรค์แบบกลุ่ม (Common Creative)
๑.๑๐ ปรับเปลี่ยนจากการให้รางวัลจากการแข่งขัน (Competing Incentive ) เป็นการให้รางวัลจากการทำงานร่วมกัน (Sharing Incentive)
๑.๑๑.ปรับเปลี่ยนจากการเรียนเน้นทฤษฎี เป็นการเรียนที่เน้นการวิเคราะห์และแก้ปัญหา
๑.๑๒ ปรับเปลี่ยนจากการเรียนแบบฟังบรรยาย เป็นการทำโครงงานและการแก้โจทย์ปัญหาในรูปแบบต่างๆ
๑.๑๓ ปรับเปลี่ยนจากการวัดความสำเร็จจากระบบการนับหน่วยกิต เป็นการวัดผลสำเร็จจากการบรรลุผลสัมฤทธิ์
ทำอย่างนี้ได้ไหม และทำอย่างไร บทบาทนี้เป็นของใคร
เป็นของครู ผู้ปกครอง คณาจารย์ นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือเป็นของทุกคน ?