สมาชิกเข้าสู่ระบบ

‘M544_การศึกษา’ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องจัดสรรให้คนทุกช่วงวัยได้รับ

เพื่อเป็นต้นทุนทางปัญญาที่สำคัญในการพัฒนาทักษะ คุณลักษณะ และสมรรถนะในการประกอบสัมมาชีพและการดำรงชีวิต 

แต่ปัจจุบัน ด้วยกระแสการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของโลกศตวรรษที่ 21 การศึกษาขั้นพื้นฐานเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ รัฐในฐานะผู้รับผิดชอบจึงได้มอบภารกิจหลักให้กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เป็นผู้ทำหน้าที่ในการวางกรอบเป้าหมายและทิศทางการจัดการศึกษาของประเทศ  

โดยมุ่งจัดการศึกษาให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและความเสมอภาคในการศึกษาที่มีคุณภาพ พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ พัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะในการทำงานตามความต้องการของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ 

สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลของ นายเศรษฐา ทวีสิน  

ที่จะปฏิรูปการศึกษาและสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งส่งเสริมให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ รวมทั้งเสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียนตามความถนัด เพื่อสร้างอนาคต สร้างรายได้ กระจายอำนาจการศึกษา ให้ผู้เรียนเข้าถึงการเรียนรู้อย่างทั่วถึง มีอุปกรณ์การเรียนที่เหมาะสม และใช้ระบบเทคโนโลยีการศึกษาสมัยใหม่ พร้อมจัดทำหลักสูตรและให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับความรู้ ความสนใจของผู้เรียน เพื่อในอนาคตจะได้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของโลกสมัยใหม่อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรมควบคู่ไปพร้อมกัน 

จัดทำแผนแม่บทการศึกษาให้ทันสมัย สอดรับการเปลี่ยนไปของโลก 

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา หรือ สกศ. นั้นมีหน้าที่จัดทำนโยบายและแผนการศึกษาแห่งชาติ ที่บูรณาการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมกีฬากับการศึกษาทุกระดับ ล่าสุดได้จัดทำ ‘แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๔’ ขึ้น เพื่อใช้เป็นแผนแม่บทสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการศึกษา โดยจะเน้นการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความครอบคลุม อันจะทำให้สามารถขับเคลื่อนแผนไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ดร.อรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) กล่าวว่า สกศ. เป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดทิศทางการศึกษาของประเทศในทุกช่วงชั้น ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา เราเป็นเหมือนเข็มทิศคอยบอกว่าทิศทางการศึกษาของไทยจะเป็นอย่างไร ผ่านข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจ ที่มีตั้งแต่ผู้ทรงคุณวุฒิ อาจารย์มหาวิทยาลัย ที่มาร่วมปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนทิศทางการศึกษาที่ถูกต้อง 

จัดการสอบวัดความสามารถ เปลี่ยนผ่านสู่โลกอนาคต 

นอกจากการเสนอนโยบาย แผน และมาตรฐานของการศึกษาไทยแล้ว สกศ. ยังมองเห็นโอกาสที่จะพัฒนาความคิดและความสามารถเด็กไทย จึงได้จับมือกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD จัดสอบโปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA ถือเป็นการสอบที่มุ่งเน้นประเมินคุณภาพของระบบการศึกษาระดับมัธยมฯ ของประเทศต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนมีศักยภาพหรือความสามารถพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยจะจัดขึ้นทุก 3 ปี เพื่อวัดทักษะความฉลาดรู้ด้านการอ่าน ความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ และความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ 

ซึ่งการประเมิน PISA ในรอบถัดไป จะเกิดขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า ช่วงประมาณเดือนสิงหาคม 2568 โดยจะเน้นการประเมินความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์เป็นหลัก และมีการประเมินเพิ่มเติมด้านการเรียนรู้ในโลกดิจิทัลเพิ่มเข้ามาอีกด้วย 

หากอยากให้การศึกษาประเทศไทยพัฒนาทัดเทียมนานาประเทศในเวทีโลกได้ สำคัญคือต้องมีความเป็นสากล เราต้องคอยมองว่าโลกข้างนอกกำลังสนใจและมุ่งไปทิศทางไหน การศึกษาในแต่ละปีเป็นอย่างไร เพื่อที่ สกศ. จะได้ออกแบบแผนการศึกษาให้สอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบันและโลกอนาคตได้อย่างถูกต้อง และเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนสูงสุด” 

‘3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม’ เสริมเด็กไทยให้แกร่งขึ้น 

ไม่ใช่แต่เศรษฐกิจเท่านั้นที่ถูกแช่แข็ง แต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังส่งผลให้เด็กไทยเกิดวิกฤตด้านการศึกษา มีปัญหาเรื่องภาวะการเรียนรู้ถดถอยไปถึง 2 ปี (Learning Loss)  

ดร.อรรถพล เล่าว่า เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในสภาวะวิกฤตในประเด็นต่างๆ จึงได้มีการเสนอนโยบาย ‘3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม’ คือ เร่งความเข้าใจแก่ผู้ปกครอง ครู ผู้ดูแลเด็ก ชุมชน และสังคม เร่งสวัสดิการการเลี้ยงดูเด็กเล็กถ้วนหน้า และเร่งเสริมศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน และกลไกระดับพื้นที่ใกล้ตัวเด็ก ต่อด้วยลดการใช้สื่อหน้าจอในเด็กปฐมวัยก่อนวัย 2 ขวบ ลดความเครียด คืนความสุขแก่เด็กปฐมวัย และลดการใช้ความรุนแรงต่อเด็กปฐมวัยทั้งทางร่างกายและจิตใจ  

ที่สำคัญต้องเพิ่มกิจกรรม ส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ผ่านการเล่นหลากหลาย อาทิ ดนตรี กีฬา การออกกำลังกาย เพิ่มการเล่าและอ่านนิทานสม่ำเสมอ และเพิ่มความรัก ความใส่ใจและส่งเสริมเวลาคุณภาพของครอบครัว เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในสภาวะวิกฤตต่างๆ เพื่อให้เด็กทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และเติบโตขึ้นเป็นอนาคตของชาติต่อไป 

ธนาคารหน่วยกิต สร้างโอกาสทางการศึกษา 

ที่ผ่านมาภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมสนับสนุนโอกาสทางการศึกษามากมาย เพื่อให้ประชากรมีโอกาสได้รับการศึกษาสูงขึ้น หนึ่งในนั้นคือ ‘ธนาคารหน่วยกิต’ 

ธนาคารหน่วยกิตเริ่มต้นครั้งแรกเมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว แต่ในปีนี้ สกศ. จะเดินหน้าดำเนินงานธนาคารหน่วยกิต ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและการอาชีวศึกษา ส่งเสริมทุกคนให้ได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ทุกคนสามารถสะสมหน่วยกิตในธนาคารหน่วยกิตสถานศึกษาที่ขึ้นทะเบียนมากกว่าหนึ่งแห่งได้ และนำผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจากการฝึกปฏิบัติหรือการเรียนรู้จริงจากที่ทำงานระหว่างการศึกษา มาเทียบโอนหน่วยกิตและสะสมในธนาคารหน่วยกิตได้ตลอดชีวิต” ดร.อรรถพล ปิดท้าย 

การที่ทุกคนเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม ไม่เพียงเป็นใบเบิกทางในการสร้างงาน สร้างอาชีพ และการยกระดับชีวิตของตัวเราเองเท่านั้น แต่การศึกษายังเป็นเครื่องมือในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณค่า มีความสามารถในการพัฒนาประเทศต่อไป 

ที่มา ; ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 23 พฤษภาคม 2567

เกี่ยวข้องกัน

ก.ศึกษาเผย เด็กออกกลางคันกว่า 2 หมื่นราย พิษเศรษฐกิจ-ปัญหาส่วนตัว  

วันที่ 23 พฤษภาคม 2567 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม
ประสานภารกิจกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 19/2567 โดยมี ผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ.เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ และออนไลน์ผ่านระบบ Zoom meeting  ว่า ที่ประชุมรายงานความคืบหน้าการยกระดับโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ PISA ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ซึ่งได้ดำเนินการพัฒนาหลักสูตร สื่อ ต้นแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้และเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่สอดคล้องและเหมาะสมกับนักเรียนในแต่ละช่วงวัย เน้นการวิเคราะห์ การแก้ปัญหา สามารถนำไปใช้ได้จริง การวิจัย วัดผลและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีระดับประเทศและระดับนานาชาติ การขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ การจัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะ เช่น สะเต็มศึกษา อบรมครูโค้ดดิ้ง พัฒนาผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ ครูวิทยากรแกนนำ และครูเครือข่าย ตลอดจนส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษ เช่น ทุนสนับสนุนการศึกษา โอลิมปิกวิชาการ การผลิตครู เป็นต้น โดย  สสวท. ได้จัดหลักสูตรอบรมการใช้ระบบออนไลน์ข้อสอบ PISA ในสถานศึกษา รุ่นที่ มีเป้าหมาย 21,985 คน ในสังกัด สพฐ. สช. สอศ. กทม. อว. สถ. (กรมส่งเสริมการปกตครองท้องถิ่น) และอื่น ๆ ส่วนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เตรียมขยายแกนนำ ที่เป็นครู ศึกษานิเทศก์ พี่เลี้ยง และแกนนำ ระดับเขตพื้นที่ 1,400 คน ที่ผ่านหลักสูตร การอบรมการใช้ระบบออนไลน์ข้อสอบ PISA ในสถานศึกษา รุ่นที่ 1 (21 เม.ย. - 4 พ.ค. 67) สู่โรงเรีนนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทั่วประเทศ 9,214 แห่ง ครู 3 โดเมน 27,397 ราย ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567-กันยายน 2568

ผลการอบรมฯ ยังไม่เป็นไปตามที่ผมคาดหวังเท่าไหร่ จึงได้เร่งรัดให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเน้นย้ำการจัดอบรมฯ PISA ให้ครบตามเป้าหมายภายในเดือนพฤษภาคมนี้ พร้อมจัดทำลิ้งข้อมูล ให้แต่ละหน่วยงานสามารถติดตามการดำเนินงานของสถานศึกษาในสังกัดได้ ในส่วนของ สพฐ.ให้ไปดูความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในแต่ละจุด เพื่อแก้ไขป้องกันและดำเนินการให้ครอบคลุมนักเรียนทุกกลุ่ม  ตามเป้าหมายที่วางไว้ ภายในเดือนมีนาคม 2568” พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว  พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุม ยังรายงานการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET  ซึ่งยังคงให้เป็นไปตามความสมัครใจ แต่ให้นำผลการทดสอบ บันทึกไว้ในใบระเบียนแสดงผลการเรียน(ปพ.1) เพื่อประโยชน์ในการศึกษาของเด็ก และการพิจารณารับเด็กเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เด็กคนไหนไม่สนใจสมัครสอบ ก็จะได้ระบุไว้ในใบ ปพ.1 หรือสมัครแล้วไม่ไปสมัครสอบก็จะต้องระบุไว้ในใบ ปพ.1 เช่นกัน เพื่อเป็นเกณฑ์ในเรื่องความรับผิดชอบ เป็นข้อมูลให้สถานศึกษาต่าง ๆ ใช้พิจารณาดูแลเด็กต่อไป ส่วนแนวทางการดำเนินการ มอบหมายให้สพฐ.เป็นเจ้าภาพในการไปวิเคราะห์และพิจารณาทางวิชาการร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ ว่าจะเป็นต้องบังคับสอบ O-NETหรือไม่บังคับสแบ ก่อนเสนอให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)พิจารณาดำเนินการต่อไป 

ผมได้เน้นย้ำทุกหน่วยงานดำเนินโครงการสุขาดี มีความสุข ของโรงเรียนในแต่ละสังกัด ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยฝากให้ครูมาใช้ร่วมกับนักเรียน เพื่อป้องกันหรือระงับเหตุต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น การทะเลาะวิวาท ยาเสพติด พร้อมสรุปผลการดำเนินงานของสถานศึกษาทุกสังกัดของ ศธ. เพื่อหาแนวทางแก้ไขปรับปรุงห้องสุขา บนพื้นฐานของความประหยัด เรียบง่าย แต่ถูกสุขลักษณะตามแนวทางของโครงการทั้ง 5  ในส่วนของงบประมาณ ได้มอบนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานประชุมติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณ 2567 ศธ. เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าต่อที่ประชุมประสานภารกิจทุกสัปดาห์” รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าว 

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้รายงานตัวเลขนักเรียนออกกลางคัน ซึ่งพบว่ามีกว่า 20,000 ราย จากหลายสาเหตุทั้ง เรื่องสภาพเศรษฐกิจและปัญหาส่วนตัว ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง สพฐ.และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)ที่ต้องประสานการทำงาน ซึ่งคิดว่า ภายในวันที่ 10 มิถุนายน นี้ สถานศึกษาจะต้องรายงานข้อมูลนักเรียนทั้งระบบ ตัวเลขเด็กออกกลางคันจะค่อย ๆลดลง เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามช่วยแก้ปัญหาดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาให้ได้มากที่สุด 

ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) ได้รายงาน กรณี ศาล มีคำตัดสินกรณีผู้บริหาร สกสค.ทุจริต นำเงินกว่า 2,500 ล้านบาท ไปซื้อ “ตั๋วสัญญา” กับ บริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด เพื่อนำไปลงทุนในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี อย่างไม่โปร่งใส โดยให้ บริษัท บิลเลี่ยนฯนำเงินมาวางภายใน 30 วัน ซึ่งผมก็ได้สั่งการให้ สกสค.ไปยื่นบังคับคดีต่อศาล  ตามขั้นตอนแล้ว” รมว.ศธ. กล่าว

เพิ่มพูน” เผย พบเด็กออกกลางคันกว่า หมื่นราย เหตุจากพิษเศรษฐกิจ-ปัญหาส่วนตัว เตรียมประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องดึงเด็กกลับสู่ระบบการศึกษา 

ที่มา ; แนวหน้า วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 

เกี่ยวข้องกัน

‘บิ๊กอุ้ม’ เร่งดึงเด็กเข้าระบบการศึกษา ตั้งเป้าดร็อปเอาท์เป็นศูนย์ สั่งสกร. เติมเต็มความรู้ปชช. 

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมประสานภารกิจผู้บริหารศธ. ว่า ที่ประชุมรายงานการขับเคลื่อนการยกระดับการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติหรือ PISA โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รายงานการนํานักเรียนเข้าสู่ระบบการทดสอบ COMPUTER BASED TEST เพื่อนําผลสู่การพัฒนา และเติมเต็มนักเรียน (Pre-test) ตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม 2567 กว่า 104,578 ราย 

พร้อม ๆ กับการขยายแกนนำ ที่เป็นครู ศึกษานิเทศก์ พี่เลี้ยง และแกนนำ ระดับเขตพื้นที่ 1,400 คน ที่ผ่านหลักสูตร การอบรมการใช้ระบบออนไลน์ข้อสอบ PISA ในสถานศึกษา สู่โรงเรีนนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทั่วประเทศ 9,214 แห่ง ครู 3 โดเมน 27,397 ราย จนถึงเดือนกันยายน 2568 

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำการจัดอบรมฯ PISA ให้ สสวท. ติดตามและรายงานความก้าวหน้า พร้อมมีแผนระยะยาว การจัดทำข้อสอบเพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ตั้งแต่เด็ก ๆ ระดับประถมศึกษา เริ่มจากการอ่าน คิดวิเคราะห์ ส่วนวิธีการทดสอบหรือการออกข้อสอบ ให้เข้ากับเจนเนอเรชันของเด็กในยุค 4.0 และมีความทันสมัย ทั้งในเรื่องของภาษา การเลือกใช้คำที่เข้ากับวัยของเด็ก” 

รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีการติดตามการดำเนินการงบประมาณ โดยได้ติดตามเรื่องเงินอุดหนุน อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจนถึงช่วงเดือนมิถุนายน 2567 และคาดว่าจะเบิกจ่ายได้ตามแผนที่วางไว้ ส่วนงบลงทุน กำลังเร่งทำแอปพลิเคชันโดยมี สพฐ. เป็นเจ้าภาพ เพื่อติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเรียลไทม์ ในส่วนของงบประมาณ ขอให้วิเคราะห์ปัญหา ความเสี่ยง และหาบุคลากรแต่ละพื้นที่ที่มีความชำนาญ ในแต่ละเรื่อง เพื่อช่วยเป็นพี่เลี้ยงในการบริหารจัดการงบประมาณ 

ส่วนกรณีที่ ศธ. มีหนังสือยกเว้น หรือผ่อนผันการแต่เครื่องแบบนักเรียนนั้น ขอเน้นย้ำ โดยเฉพาะในสภาวะที่เศรษฐกิจที่เงินเฟ้อ ผู้ที่ขัดสนอาจไม่สามารถจัดหาเครื่องแบบนักเรียนได้ จึงออกหนังสือดังกล่าว เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้บริหารสถานศึกษาพิจารณา ช่วยเหลือนักเรียนสามารถมาโรงเรียนได้โดยไม่กดดัน โดยขอให้มีการสำรวจข้อมูล เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอต่อความต้องการ 

โดยอาจต้องประสาน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) และภาคเอกชน ในการเข้ามาช่วยเหลือ รวมถึงให้มีการจัดทำระบบคลังข้อมูลเพื่อการบริหารการศึกษา (Data Warehouse) มอบหมายให้ สำนักงานปลัดศธ.พัฒนาพัฒนาระบบรายงานผลการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เรียนดี มีความสุข แบบเรียลไทม์ ทั้งในเรื่องของสุขาดี มีความสุข และการยกเว้นหรือผ่อนผันการแต่งกายของนักเรียนในสถานศึกษา 

สำหรับสำรวจเป็นข้อมูลเพื่อปรับปรุงการดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายลดภาระครู นักเรียน และผู้ปกครอง เป็นหลัก ขณะเดียวกันยังเน้นย้ำเรื่อง การขับเคลื่อนการป้องกันบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน พร้อมจัดกิจกรรมวันงดสูบบุหรี่โลก และขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้พิจารณาแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ให้เป็นเจ้าพนักงานดูแลเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา เพื่อให้มีอำนาจในการตรวจยึด และขยายผลในการแก้ปัญหาต่อไป 

ส่วนกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) รับทราบมาตรการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ หรือ Thailand Zero Dropout นั้น ในส่วนของศธ. ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยในเชิงรุกได้มอบหมายให้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) สำรวจตัวเลขเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา และพยายามนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือเข้าเรียนในระบบการศึกษาตามอัธยาศัย โดยมีเป้าหมายให้เด็กดร็อปเอาท์เป็นศูนย์ และไม่ใช่แค่เด็กในวัยเรียนเท่านั้น ยังรวมถึงประชาชนทั่วไป ที่ยังได้รับการศึกษาไม่ถึงภาคบังคับ ก็ขอให้สกร. เข้าไปช่วยเติมเต็ม ให้ความรู้ เพื่อให้ทรัพยากรของประเทศไทยมีความรู้ไม่น้อยกว่าการศึกษาภาคบังคับ” พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์  

สรุปสาระสำคัญ 

รัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน กำหนดนโยบายปฏิรูปการศึกษา เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) วางกรอบทิศทางและจัดทำ “แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2574” เป็นเข็มทิศนำทางพัฒนาคุณภาพคนไทยทุกช่วงวัย เน้นความเสมอภาค การเข้าถึง การเรียนรู้ที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคมยุคใหม่ พร้อมเชื่อมโยงศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม กีฬา และเทคโนโลยีเข้ากับการศึกษา สกศ.ร่วมกับ OECD จัดสอบ PISA เพื่อพัฒนาทักษะคิดวิเคราะห์ของนักเรียนไทยในระดับสากล และใช้ข้อมูลเพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ ขณะเดียวกันจัดทำนโยบาย “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม” แก้ปัญหา Learning Loss เด็กปฐมวัย และส่งเสริมพัฒนาการผ่านการเล่น การอ่าน และความสัมพันธ์ในครอบครัว รวมถึงขับเคลื่อน “ธนาคารหน่วยกิต” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสะสมผลการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง นำไปเทียบโอนหน่วยกิตได้ตลอดชีวิต เพื่อให้คนไทยทุกคนเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลาอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน 

ข้อสอบ 

1. จุดมุ่งหมายหลักของ “แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2574” คือข้อใด
ก. เน้นพัฒนาหลักสูตรตามแนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ข. เป็นกรอบแม่บทบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับคุณภาพคนไทย
ค. มุ่งส่งเสริมเฉพาะการเรียนรู้ในระดับอุดมศึกษา
ง. สร้างระบบการศึกษาที่มุ่งเน้นการวัดผลมากกว่ากระบวนการเรียนรู้

2. การจัดสอบ PISA มีเป้าหมายสำคัญที่สุดในบริบทการศึกษาไทยคืออะไร

ก. วัดผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัดหลักสูตร
ข. ประเมินสมรรถนะผู้เรียนตามมาตรฐานสากลเพื่อพัฒนาระบบการศึกษา
ค. สร้างแรงจูงใจในการแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ง. ใช้เป็นเกณฑ์ในการเลื่อนวิทยฐานะครู

 3. นโยบาย “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม” สะท้อนแนวคิดใดของการบริหารการศึกษา

ก. การบริหารแบบรวมศูนย์อำนาจ
ข. การพัฒนาเชิงระบบโดยใช้ฐานข้อมูล
ค. การบริหารเชิงพื้นที่และเน้นปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน
ง. การควบคุมและวัดผลตามมาตรฐานสากล

4. “ธนาคารหน่วยกิต” สอดคล้องกับแนวคิดการศึกษารูปแบบใดมากที่สุด

ก. การศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
ข. การศึกษาฐานสมรรถนะ (Competency-based Education)
ค. การศึกษาระบบปิด (Closed System)
ง. การศึกษาฐานปัญหา (Problem-based Learning)

 5. จากบทบาทของ สกศ. ที่ร่วมกับ OECD ในการจัดสอบ PISA และผลักดันแผนแม่บทการศึกษา แสดงให้เห็นสมรรถนะสำคัญของผู้บริหารการศึกษาข้อใด

ก. สมรรถนะการสื่อสารและประชาสัมพันธ์
ข. สมรรถนะการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและขับเคลื่อนเชิงนโยบาย
ค. สมรรถนะการวิเคราะห์ข้อมูลภายในโรงเรียน
ง. สมรรถนะการประเมินและนิเทศภายใน
 
 

คลิกเฉลย >>>