สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M587_ร่างกฎกระทรวงความประพฤตินักเรียนป้องกันสิ่งอบายมุข

มื่อวันที่ 7 มกราคม พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติ ของนักเรียนและนักศึกษาฉบับที่พ.ศ…ใหม่ เนื่องจาก กฎกระทรวงฉบับเดิมเมื่อปี 2548 ครอบคลุมเรื่องการซื้อ จำหน่าย แลกเปลี่ยน เสพสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สิ่งมึนเมา บุหรี่ หรือยาเสพติดเท่านั้น ซึ่งการปรับร่างกฎกระทรวงใหม่ได้ปรับปรุงถ้อยคำให้ครอบคลุมลักษณะการกระทำให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากซื้อจำหน่ายแลกเปลี่ยนและเสพ และให้เพิ่มสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพื่อให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับ สภาพการณ์ปัจจุบัน คือ การซื้อ จำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยนให้ ส่งมอบ มีไว้เพื่อขาย เสพ บริโภค สูบครอบครอง หรือกระทำการอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ซึ่งสุรา เครื่องดื่ม ที่มีแอลกอฮอล์ สิ่งมึนเมา บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ ตัวยาบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้า ยาเสพติดหรือวัตถุออกฤทธิ์อื่นใดตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เพื่อป้องกันไม่ให้นักเรียนนักศึกษาเข้าไปข้องเกี่ยวกับสิ่งอบายมุข 

อย่างไรก็ตามหลังจากครม.เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติ ของนักเรียนและนักศึกษาฉบับที่พ.ศ…มาแล้ว ผมจะลงนามประกาศกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว เพื่อให้มีผลบังคับใช้ดำเนินการกับเด็กนักเรียนที่นำสิ่งผิดกฎหมายมาโรงเรียน ทั้งนี้การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทําความผิดยังคงมี4 สถานเช่นเดิม ดังนี้ 1. ว่ากล่าวตักเตือน 2.ทําทัณฑ์บน 3.ตัดคะแนนความประพฤติ และ4. ทํากิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือตามพฤติการณ์ความร้ายแรง”พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว 

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวต่อว่า นอกจากการจัดทำร่างกฎกระทรวงฉบับดังกล่าวแล้วยังได้มีการพูดคุยกับกระทรวงพานิชย์ (พณ.) ในการแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องในโรงเรียนเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สามารถมีอำนาจตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าหรือสิ่งผิดกฎหมายจากต่างประเทศได้ ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในการพิจารณาของพณ. ขณะเดียวกันยังได้มอบหมายฝ่ายกฎหมายของศธ. ร่างกฎหมายของกระทรวงขึ้นมาเอง ในการดูแลและมีอำนาจตรวจยึดและทำลายสิ่งของประเภทดังกล่าวได้มากขึ้น 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 7 มกราคม 2568

เกี่ยวข้องกัน

สุรศักดิ์ ย้ำ กฎกท.กำหนดความประพฤติฯ แค่ตีกรอบให้ครอบคลุม ให้อำนาจครูลงทัณฑ์บนหากพบทำผิด 

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 มกราคม ที่ทำให้รัฐบาล นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ให้ความเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา ว่า สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงดังกล่าว ไม่ใช่การเพิ่มโทษ แค่กำหนดให้ครอบคลุม สิ่งที่เป็นอันตรายแก่เด็กและเยาวชนในยุคใหม่ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ไฟฟ้า หรือยาเสพติดชนิดใหม่ โดยกฎกระทรวงฉบับนี้ ไม่ได้ให้อำนาจครูในการยึดบุหรี่ไฟฟ้า เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ ครูทำได้เพียงนำบุหรี่ไฟฟ้าส่งมอบให้กับตำรวจ แต่ให้อำนาจครูทำทัณฑ์บนนักเรียน หรือ ให้ทำกิจกรรมจิตอาสา เพราะถือว่ามีความผิดตามกฎกระทรวง 

เป้าหมายสำคัญไม่ใช่การลงโทษเด็ก แต่ต้องแก้ที่ต้นตอ โดยจะประสานกับกระทรวงพาณิชย์ และ ตำรวจ เพื่อจัดการกับบุหรี่ไฟฟ้าที่นำเข้ามาจำหน่าย ถือเป็นภัยกับเด็กและเยาวชน” นายสุรศักดิ์กล่าว 

 ที่มา มติชนออนไลน์ วันที่ 7 มกราคม 2568

เกี่ยวข้องกัน

ประกาศเพิ่ม ‘บุหรี่ไฟฟ้า-บารากู่ไฟฟ้า’ ในกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติน.ร 

เมื่อวันที่ 4 เมษายน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ กฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 ลงนามโดย พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ไว้ ณ วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568 ความว่า 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 วรรคหนึ่ง และมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้ 

ให้ยกเลิกความใน (4) ของข้อ 1 แห่งกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน 

“(4) ผลิต ซื้อ ขาย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ให้ ส่งมอบ ให้บริการ เสพ บริโภค สูบ ครอบครอง หรือกระทำการอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ซึ่งสุรา เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สิ่งมึนเมา บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ ตัวยาบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้า หรือยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด”

พร้อมทั้งระบุ เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ ว่า โดยที่ในปัจจุบันปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ บารากู่ไฟฟ้า และยาเสพติดอื่นในสถานศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการด้านสติปัญญาและอารมณ์ของเด็กและเยาวชน สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 โดยเพิ่มมาตรการควบคุมความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษาในเรื่องดังกล่าว เพื่อส่งเสริมความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษาให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น และมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยของนักเรียนและนักศึกษา จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

ประกาศเพิ่ม “บุหรี่ไฟฟ้า-บารากู่ไฟฟ้า” ในกฎกระทรวงกำหนดความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา แก้ปัญหาการแพร่ระบาดในสถานศึกษา ปกป้องเด็กและเยาวชน 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ 

สรุปสาระสำคัญ 

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ร่างกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 ซึ่ง ปรับปรุงจากฉบับปี 2548 ให้ครอบคลุมพฤติกรรมและสิ่งของที่เป็นภัยยุคใหม่ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ บารากู่ไฟฟ้า และยาเสพติดรูปแบบใหม่ โดยห้ามนักเรียนและนักศึกษาผลิต ซื้อ ขาย แจก แลกเปลี่ยน เสพ หรือครอบครองสิ่งเหล่านี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับอบายมุขที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ กฎกระทรวงฉบับใหม่นี้ยังคงมาตรการลงโทษ 4 ระดับ ได้แก่ ว่ากล่าวตักเตือน, ทำทัณฑ์บน, ตัดคะแนนความประพฤติ, และทำกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยเน้นให้ครูมีบทบาทในการอบรมสั่งสอนมากกว่าการลงโทษ นอกจากนี้ ศธ. อยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงพาณิชย์ให้ โรงเรียนมีอำนาจตรวจยึดสิ่งผิดกฎหมายได้ และจัดทำกฎหมายรองรับเพิ่มเติม ทั้งนี้ รมว.ศธ. และ รมช.ศธ. ย้ำว่าเป้าหมายสำคัญคือ การปกป้องเด็กและเยาวชนจากภัยยุคใหม่ และสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม โดยคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยของนักเรียนเป็นหลัก 

ข้อสอบ 

1.สาระสำคัญของกฎกระทรวงฉบับใหม่ พ.ศ. 2568 คือข้อใด
ก. เพิ่มโทษนักเรียนที่ทำผิดให้รุนแรงขึ้น
ข. เน้นให้ครูมีอำนาจตัดสินโทษได้เอง
ค. ขยายขอบเขตความผิดให้ครอบคลุมสิ่งอบายมุขยุคใหม่ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า
ง. ให้นักเรียนรายงานเพื่อนที่กระทำผิด

2.กฎกระทรวงฉบับใหม่นี้ออกมาแทนกฎฉบับเดิมปีใด
ก. 2545
ข. 2548
ค. 2550
ง. 2553

3.การลงโทษนักเรียนตามกฎกระทรวงฉบับใหม่นี้มีทั้งหมดกี่ระดับ
ก. 3 ระดับ
ข. 4 ระดับ
ค. 5 ระดับ
ง. 6 ระดับ

4.เป้าหมายสำคัญของการปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติฯ คือข้อใด
ก. เพื่อเพิ่มรายได้ให้สถานศึกษา
ข. เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนจากสิ่งเสพติดและอบายมุขยุคใหม่
ค. เพื่อให้โรงเรียนมีอำนาจจับกุมแทนตำรวจ
ง. เพื่อปรับหลักสูตรสุขศึกษาใหม่

คลิกเฉลย >>>