



เมื่อวันที่ 4 ก.ย.2567 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมฯ แต่งตั้ง คณะรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร 1 เป็นทางการ
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 16 สิงหาคม พุทธศักราช 2567 แล้ว นั้น
บัดนี้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไปแล้ว
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 3 กันยายน พุทธศักราช 2567 เป็นปีที่ 9 ในรัชกาลปัจจุบัน
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
แพทองธาร ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
ที่มา ; ราชกิจจานุเบกษา
ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ซึ่งได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีก่อนหน้า และได้ดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 158
ประกาศดังกล่าวมีการแต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสำคัญหลายกระทรวง เช่น กระทรวงกลาโหม คมนาคม มหาดไทย พลังงาน การคลัง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการในหลายกระทรวง
นอกจากนี้ยังมีการแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ การท่องเที่ยวและกีฬา พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เกษตรและสหกรณ์ พาณิชย์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยุติธรรม แรงงาน วัฒนธรรม ศึกษาธิการ สาธารณสุข และอุตสาหกรรม รวมถึงรัฐมนตรีช่วยในหลายกระทรวง
การประกาศมีผลตั้งแต่วันที่ประกาศ และเป็นการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการเพื่อบริหารประเทศตามพระราชอำนาจและรัฐธรรมนูญ แสดงถึงการจัดโครงสร้างคณะผู้บริหารประเทศเพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในทุกมิติทั้งเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง
การประกาศแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีครั้งนี้มีฐานอำนาจตามข้อใด
ก. พระราชกำหนดฉุกเฉิน
ข. มาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญ
ค. มติคณะรัฐมนตรี
ง. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
เฉลย: ข
เหตุผล: การแต่งตั้งรัฐมนตรีต้องอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 โดยตรง
บทบาทสำคัญที่สุดของประกาศราชกิจจานุเบกษาฉบับนี้คือข้อใด
ก. ประกาศนโยบายรัฐบาล
ข. รับรองความชอบด้วยกฎหมายของคณะรัฐมนตรี
ค. กำหนดงบประมาณแผ่นดิน
ง. ยุบสภาผู้แทนราษฎร
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นการรับรองทางกฎหมายให้คณะรัฐมนตรีมีอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน
ข้อใดสะท้อน “หลักการบริหารราชการแผ่นดินแบบบูรณาการ” มากที่สุด
ก. มีรัฐมนตรีหลายกระทรวง
ข. มีรองนายกรัฐมนตรีหลายคน
ค. ครอบคลุมทุกมิติของนโยบายรัฐ
ง. มีรัฐมนตรีช่วยจำนวนมาก
เฉลย: ค
เหตุผล: การครอบคลุมหลายด้านสะท้อนการบูรณาการนโยบายรัฐ
หากกระทรวงคมนาคมมีปัญหาการขนส่งล่าช้า หน่วยงานใดเกี่ยวข้องโดยตรง
ก. กระทรวงพาณิชย์
ข. กระทรวงคมนาคม
ค. กระทรวงมหาดไทย
ง. สำนักนายกรัฐมนตรี
เฉลย: ข
เหตุผล: กระทรวงคมนาคมรับผิดชอบระบบขนส่งโดยตรง
การมีรองนายกรัฐมนตรีหลายคนสะท้อนแนวคิดใด
ก. รวมศูนย์อำนาจ
ข. กระจายภารกิจบริหาร
ค. ลดบทบาทรัฐมนตรี
ง. เพิ่มงบประมาณ
เฉลย: ข
เหตุผล: รองนายกช่วยแบ่งงานบริหารให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ
ข้อใดเป็น “ผลลัพธ์เชิงระบบ” ของการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี
ก. การเลือกตั้งใหม่
ข. การเริ่มบริหารราชการแผ่นดิน
ค. การแก้รัฐธรรมนูญ
ง. การยุบกระทรวง
เฉลย: ข
เหตุผล: เมื่อแต่งตั้งแล้ว ครม. สามารถเริ่มบริหารประเทศได้ทันที
หากต้องการพัฒนาดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม ควรเกี่ยวข้องกับกระทรวงใด
ก. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ข. กระทรวงการคลัง
ค. กระทรวงแรงงาน
ง. กระทรวงอุตสาหกรรม
เฉลย: ก
เหตุผล: เป็นหน่วยงานหลักด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ
ข้อใดเป็นความท้าทายสำคัญของคณะรัฐมนตรีชุดใหญ่
ก. การขาดบุคลากร
ข. การประสานงานระหว่างกระทรวง
ค. การไม่มีนโยบาย
ง. การไม่มีงบประมาณ
เฉลย: ข
เหตุผล: ครม. หลายกระทรวงต้องประสานงานซับซ้อน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีบทบาทเกี่ยวข้องกับข้อใดมากที่สุด
ก. การศึกษา
ข. กระบวนการยุติธรรม
ค. การท่องเที่ยว
ง. การเกษตร
เฉลย: ข
เหตุผล: ดูแลระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
การประกาศในราชกิจจานุเบกษามีความสำคัญต่อระบบราชการอย่างไร
ก. ใช้เพื่อประชาสัมพันธ์
ข. เป็นหลักฐานทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ
ค. ใช้สำหรับสื่อสารภายใน
ง. ใช้เฉพาะฝ่ายการเมือง
เฉลย: ข
เหตุผล: ราชกิจจานุเบกษาเป็นแหล่งประกาศกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ