
อาชีพครูคือความฝันของผู้คนมากมาย การสอนหนังสือให้กับนักเรียน คือภาพในอุดมคติของใครหลายๆ คน แต่เมื่อ ‘ครู’ เข้าไปสู่ในระบบการศึกษาที่มระบบราชการครอบอีกขั้น ความฝันเหล่านั้นก็เริ่มกลายเป็นประสบการณ์ที่เลวร้าย
เมื่อเร็วๆ นี้เครือข่าย ครูขอสอน และ Inskru -พื้นที่แบ่งปันไอเดียการสอน ได้เผยแพร่ผลสำรวจความเห็นจากครูไทยกว่า 1,000 คน โดยให้พวกเขาได้ประเมินนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ
สิ่งที่ค้นพบคือ ครูส่วนใหญ่ยกให้ ‘การประเมินวิทยฐานะ’ เป็นนโยบายที่ควรปรับปรุงมากที่สุด ถึงแม้จะเคยปรับเกณฑ์บางอย่างไปแล้ว แต่ผู้บริหารยังคงดูจากเอกสารเป็นหลัก อันดับต่อมาคือ นโยบายที่สั่งสำรวจข้อมูลที่ซ้ำซ้อน และอันดับที่สามคือ การประเมินการประกวด รวมถึงโครงการโรงเรียนต่างๆ ที่มีจำนวนมากมาย ซึ่งครูมองว่าไม่ตอบโจทย์ครูและผู้เรียนอย่างแท้จริง
ผลสำรวจนี้พบ สิ่งที่ครูไทยอยากได้จากกระทรวงศึกษาธิการมากที่สุดคือ
-การลดภาระงานครูที่นอกเหนือการสอนและดูแลช่วยเหลือนักเรียน
-การลดงานเอกสาร การประเมิน การสำรวจที่ซ้ำซ้อน ที่ไม่สะท้อนความจริง มีจำนวนมากเกินความจำเป็น
-การที่รัฐและกระทรวงศึกษาธิการยอมรับฟังความเห็นจริงครู
-ไม่ปล่อยให้โรงเรียนทำให้ครูเผชิญปัญหาต่างๆ โดยลำพัง
-ลดการสั่งการแต่เพิ่มการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจให้กับครูด้วย
ปัญหาเรื่องภาระงานที่มหาศาลเกินจำเป็น คือ สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ครูหมดไฟและอยากลาออก ย้อนกลับไปเมื่อปลายปี 2564 เคยมีแคมเปญ ทำไมครูไทยอยากลาออก ซึ่งสื่อสารถึงปัญหาต่างๆ ที่ครูต้องเผชิญอยู่ทุกวัน
สิ่งที่เกิดขึ้นกับครูในระบบราชการไทยนั้น ไม่ได้มีแต่สอนหนังสือ แต่ต้องจัดการภาระงานอื่นๆ เช่น งานเอกสาร ทำแบบประเมิน เข้าเวร ทำธุรการ จัดกิจกรรม หรือบางทีอาจไม่ได้สอนแค่วิชาเดียวเท่านั้น สารพัดงานที่ไม่ใช่งานสอน จนครูไม่มีเวลาเตรียมและออกแบบการสอนให้เหมาะสมกับนักเรียน
พูดอีกแบบหนึ่งได้ว่า ระบบราชการได้ดึงครูไทยออกมาจากห้องเรียนและนักเรียน
อีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อครูไทยคือระบบที่ผู้บริหารโรงเรียน มักไม่เปิดอิสระให้ครูออกแบบการเรียนการสอนได้ตามที่ต้องการมากนัก รวมถึงการผลักความรับผิดชอบต่างๆ ไปให้กับครูมากเกินไป จนทำให้ครูต้องเสียสละทั้งทรัพยากร เงิน เวลาในการใช้ชีวิตส่วนตัวมาแก้ปัญหาด้วยตัวเองเองเกือบทั้งหมด
“โครงสร้างที่เป็นอยู่แบบนี้ มันทำให้ความคิด ความหวัง หรือจินตนาการของคนเรามันถูกบีบให้เล็กลง เพราะสุดท้ายเราถูกกฎระเบียบบางอย่างมาจำกัด เพราะฉะนั้น ครูที่อยากจะเปลี่ยนแปลง พออยู่ภายใต้บรรยากาศแบบนี้ เขาก็ต้องการแก้ไข แต่ถ้าครูคนนั้นไม่มีคนที่คุยเรื่องนี้กันได้ในโรงเรียน ก็จะยิ่งดิ่งลงไปเลย หรืออาจถูกกลืนกินไป” อรรถพล ประภาสโนบล จากเพจ ‘พลเรียน’ เคยให้สัมภาษณ์กับ The MATTER
ปัญหาภาระงานครูที่มหาศาล ไม่สอดคล้องกับค่าตอบแทน และการเสียสุขภาพจิตให้กับระบบที่คลั่งเอกสาร การประเมินมากเกินไป เรื่องเหล่านี้ไม่ได้ทำร้ายแค่ครู แต่ยังรวมไปถึง คุณภาพของระบบการศึกษา และการศึกษาที่ผู้เรียนควรได้รับในโรงเรียนด้วยเช่นกัน
อ้างอิงจาก
ที่มา ; TheMATTER
บทความสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบการศึกษาไทยที่ทำให้ “อาชีพครู” ซึ่งเคยเป็นความฝัน กลายเป็นภาระหนักในระบบราชการ ผลสำรวจจากครูกว่า 1,000 คนพบว่า นโยบายที่ควรปรับปรุงมากที่สุดคือการประเมินวิทยฐานะที่เน้นเอกสารมากกว่าผลลัพธ์การสอน รองลงมาคืองานสำรวจข้อมูลซ้ำซ้อน และโครงการ/การประกวดที่ไม่ตอบโจทย์ผู้เรียนจริง
ครูต้องเผชิญภาระงานนอกเหนือการสอนจำนวนมาก เช่น งานเอกสาร ธุรการ และกิจกรรมต่าง ๆ จนไม่มีเวลาเตรียมการสอน ส่งผลให้คุณภาพการเรียนรู้ลดลง อีกทั้งระบบบริหารยังจำกัดอิสระครูในการออกแบบการสอน และผลักภาระความรับผิดชอบให้ครูแบกรับเอง
สิ่งที่ครูต้องการคือ การลดภาระงานที่ไม่จำเป็น ลดงานเอกสารซ้ำซ้อน เปิดรับฟังความคิดเห็นครู และเพิ่มการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ปัญหาเหล่านี้นำไปสู่ภาวะหมดไฟและความต้องการลาออกของครู
ท้ายที่สุด ปัญหาดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะครู แต่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาโดยรวม ทำให้ผู้เรียนไม่ได้รับการเรียนรู้ที่เหมาะสม สะท้อนว่าการปฏิรูประบบต้องเน้นลดภาระที่ไม่เกี่ยวกับการสอน และสร้างระบบสนับสนุนครูอย่างแท้จริง
ข้อใดเป็นปัญหาหลักที่ครูต้องการให้ปรับปรุงมากที่สุด
ก. เงินเดือนต่ำ
ข. การประเมินวิทยฐานะ
ค. จำนวนชั่วโมงสอน
ง. การขาดแคลนสื่อ
ภาระงานลักษณะใดส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพการสอน
ก. งานสอนเพิ่ม
ข. งานเอกสารจำนวนมาก
ค. การอบรมครู
ง. การวิจัยในชั้นเรียน
แนวทางใดสอดคล้องกับความต้องการของครูมากที่สุด
ก. เพิ่มการประเมิน
ข. ลดบทบาทผู้บริหาร
ค. ลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการสอน
ง. เพิ่มการแข่งขันระหว่างโรงเรียน
สาเหตุสำคัญของภาวะ “ครูหมดไฟ” คือข้อใด
ก. นักเรียนไม่ตั้งใจเรียน
ข. หลักสูตรยากเกินไป
ค. ภาระงานเกินจำเป็น
ง. ขาดเทคโนโลยี
ระบบบริหารโรงเรียนมีปัญหาในด้านใด
ก. ขาดงบประมาณ
ข. จำกัดอิสระครู
ค. ขาดบุคลากร
ง. ขาดหลักสูตร
ข้อใดสะท้อนผลกระทบต่อผู้เรียนมากที่สุด
ก. ครูเงินเดือนต่ำ
ข. ครูต้องทำงานธุรการ
ค. ครูสอนหลายวิชา
ง. คุณภาพการเรียนรู้ลดลง
การแก้ปัญหาเชิงระบบควรเน้นข้อใด
ก. เพิ่มกฎระเบียบ
ข. ลดการมีส่วนร่วม
ค. เพิ่มการสั่งการ
ง. เปิดโอกาสให้ครูมีส่วนร่วม
ข้อใดเป็นลักษณะของนโยบายที่ไม่มีประสิทธิภาพ
ก. ยึดผลลัพธ์ผู้เรียน
ข. ใช้ข้อมูลจริง
ค. มีการประเมินซ้ำซ้อน
ง. ส่งเสริมการเรียนรู้
หากผู้บริหารต้องการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ควรทำสิ่งใดก่อน
ก. เพิ่มงานกิจกรรม
ข. ลดงานเอกสารครู
ค. เพิ่มการสอบ
ง. เพิ่มงบประมาณกีฬา
ข้อใดเป็นผลกระทบเชิงระบบของปัญหาครู
ก. ครูมีรายได้เพิ่ม
ข. โรงเรียนมีชื่อเสียง
ค. ระบบการศึกษาดีขึ้น
ง. คุณภาพการศึกษาลดลง
คลิกเฉลย >>>