สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M183_ครูไทยอยากได้จากกระทรวงศึกษาธิการมากที่สุด

อาชีพครูคือความฝันของผู้คนมากมาย การสอนหนังสือให้กับนักเรียน คือภาพในอุดมคติของใครหลายๆ คน แต่เมื่อ ‘ครู’ เข้าไปสู่ในระบบการศึกษาที่มระบบราชการครอบอีกขั้น ความฝันเหล่านั้นก็เริ่มกลายเป็นประสบการณ์ที่เลวร้าย

เมื่อเร็วๆ นี้เครือข่าย ครูขอสอน และ Inskru -พื้นที่แบ่งปันไอเดียการสอน ได้เผยแพร่ผลสำรวจความเห็นจากครูไทยกว่า 1,000 คน โดยให้พวกเขาได้ประเมินนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ

สิ่งที่ค้นพบคือ ครูส่วนใหญ่ยกให้ ‘การประเมินวิทยฐานะ’ เป็นนโยบายที่ควรปรับปรุงมากที่สุด ถึงแม้จะเคยปรับเกณฑ์บางอย่างไปแล้ว แต่ผู้บริหารยังคงดูจากเอกสารเป็นหลัก อันดับต่อมาคือ นโยบายที่สั่งสำรวจข้อมูลที่ซ้ำซ้อน และอันดับที่สามคือ การประเมินการประกวด รวมถึงโครงการโรงเรียนต่างๆ ที่มีจำนวนมากมาย ซึ่งครูมองว่าไม่ตอบโจทย์ครูและผู้เรียนอย่างแท้จริง

ผลสำรวจนี้พบ สิ่งที่ครูไทยอยากได้จากกระทรวงศึกษาธิการมากที่สุดคือ

-การลดภาระงานครูที่นอกเหนือการสอนและดูแลช่วยเหลือนักเรียน

-การลดงานเอกสาร การประเมิน การสำรวจที่ซ้ำซ้อน ที่ไม่สะท้อนความจริง มีจำนวนมากเกินความจำเป็น

-การที่รัฐและกระทรวงศึกษาธิการยอมรับฟังความเห็นจริงครู

-ไม่ปล่อยให้โรงเรียนทำให้ครูเผชิญปัญหาต่างๆ โดยลำพัง

-ลดการสั่งการแต่เพิ่มการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจให้กับครูด้วย 

ปัญหาเรื่องภาระงานที่มหาศาลเกินจำเป็น คือ สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ครูหมดไฟและอยากลาออก ย้อนกลับไปเมื่อปลายปี 2564 เคยมีแคมเปญ ทำไมครูไทยอยากลาออก ซึ่งสื่อสารถึงปัญหาต่างๆ ที่ครูต้องเผชิญอยู่ทุกวัน

สิ่งที่เกิดขึ้นกับครูในระบบราชการไทยนั้น ไม่ได้มีแต่สอนหนังสือ แต่ต้องจัดการภาระงานอื่นๆ เช่น งานเอกสาร ทำแบบประเมิน เข้าเวร ทำธุรการ จัดกิจกรรม หรือบางทีอาจไม่ได้สอนแค่วิชาเดียวเท่านั้น สารพัดงานที่ไม่ใช่งานสอน จนครูไม่มีเวลาเตรียมและออกแบบการสอนให้เหมาะสมกับนักเรียน

พูดอีกแบบหนึ่งได้ว่า ระบบราชการได้ดึงครูไทยออกมาจากห้องเรียนและนักเรียน

อีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อครูไทยคือระบบที่ผู้บริหารโรงเรียน มักไม่เปิดอิสระให้ครูออกแบบการเรียนการสอนได้ตามที่ต้องการมากนัก รวมถึงการผลักความรับผิดชอบต่างๆ ไปให้กับครูมากเกินไป จนทำให้ครูต้องเสียสละทั้งทรัพยากร เงิน เวลาในการใช้ชีวิตส่วนตัวมาแก้ปัญหาด้วยตัวเองเองเกือบทั้งหมด

โครงสร้างที่เป็นอยู่แบบนี้ มันทำให้ความคิด ความหวัง หรือจินตนาการของคนเรามันถูกบีบให้เล็กลง เพราะสุดท้ายเราถูกกฎระเบียบบางอย่างมาจำกัด เพราะฉะนั้น ครูที่อยากจะเปลี่ยนแปลง พออยู่ภายใต้บรรยากาศแบบนี้ เขาก็ต้องการแก้ไข แต่ถ้าครูคนนั้นไม่มีคนที่คุยเรื่องนี้กันได้ในโรงเรียน ก็จะยิ่งดิ่งลงไปเลย หรืออาจถูกกลืนกินไป” อรรถพล ประภาสโนบล จากเพจพลเรียน’ เคยให้สัมภาษณ์กับ The MATTER

ปัญหาภาระงานครูที่มหาศาล ไม่สอดคล้องกับค่าตอบแทน และการเสียสุขภาพจิตให้กับระบบที่คลั่งเอกสาร การประเมินมากเกินไป เรื่องเหล่านี้ไม่ได้ทำร้ายแค่ครู แต่ยังรวมไปถึง คุณภาพของระบบการศึกษา และการศึกษาที่ผู้เรียนควรได้รับในโรงเรียนด้วยเช่นกัน 

อ้างอิงจาก

ที่มา ; TheMATTER

สรุปสาระสำคัญ

บทความสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบการศึกษาไทยที่ทำให้ “อาชีพครู” ซึ่งเคยเป็นความฝัน กลายเป็นภาระหนักในระบบราชการ ผลสำรวจจากครูกว่า 1,000 คนพบว่า นโยบายที่ควรปรับปรุงมากที่สุดคือการประเมินวิทยฐานะที่เน้นเอกสารมากกว่าผลลัพธ์การสอน รองลงมาคืองานสำรวจข้อมูลซ้ำซ้อน และโครงการ/การประกวดที่ไม่ตอบโจทย์ผู้เรียนจริง

ครูต้องเผชิญภาระงานนอกเหนือการสอนจำนวนมาก เช่น งานเอกสาร ธุรการ และกิจกรรมต่าง ๆ จนไม่มีเวลาเตรียมการสอน ส่งผลให้คุณภาพการเรียนรู้ลดลง อีกทั้งระบบบริหารยังจำกัดอิสระครูในการออกแบบการสอน และผลักภาระความรับผิดชอบให้ครูแบกรับเอง

สิ่งที่ครูต้องการคือ การลดภาระงานที่ไม่จำเป็น ลดงานเอกสารซ้ำซ้อน เปิดรับฟังความคิดเห็นครู และเพิ่มการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ปัญหาเหล่านี้นำไปสู่ภาวะหมดไฟและความต้องการลาออกของครู

ท้ายที่สุด ปัญหาดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะครู แต่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาโดยรวม ทำให้ผู้เรียนไม่ได้รับการเรียนรู้ที่เหมาะสม สะท้อนว่าการปฏิรูประบบต้องเน้นลดภาระที่ไม่เกี่ยวกับการสอน และสร้างระบบสนับสนุนครูอย่างแท้จริง

ข้อสอบ

ข้อ 1

ข้อใดเป็นปัญหาหลักที่ครูต้องการให้ปรับปรุงมากที่สุด
ก. เงินเดือนต่ำ
ข. การประเมินวิทยฐานะ
ค. จำนวนชั่วโมงสอน
ง. การขาดแคลนสื่อ

ข้อ 2

ภาระงานลักษณะใดส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพการสอน
ก. งานสอนเพิ่ม
ข. งานเอกสารจำนวนมาก
ค. การอบรมครู
ง. การวิจัยในชั้นเรียน

ข้อ 3

แนวทางใดสอดคล้องกับความต้องการของครูมากที่สุด
ก. เพิ่มการประเมิน
ข. ลดบทบาทผู้บริหาร
ค. ลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการสอน
ง. เพิ่มการแข่งขันระหว่างโรงเรียน

ข้อ 4

สาเหตุสำคัญของภาวะ “ครูหมดไฟ” คือข้อใด
ก. นักเรียนไม่ตั้งใจเรียน
ข. หลักสูตรยากเกินไป
ค. ภาระงานเกินจำเป็น
ง. ขาดเทคโนโลยี

ข้อ 5

ระบบบริหารโรงเรียนมีปัญหาในด้านใด
ก. ขาดงบประมาณ
ข. จำกัดอิสระครู
ค. ขาดบุคลากร
ง. ขาดหลักสูตร

ข้อ 6

ข้อใดสะท้อนผลกระทบต่อผู้เรียนมากที่สุด
ก. ครูเงินเดือนต่ำ
ข. ครูต้องทำงานธุรการ
ค. ครูสอนหลายวิชา
ง. คุณภาพการเรียนรู้ลดลง

ข้อ 7

การแก้ปัญหาเชิงระบบควรเน้นข้อใด
ก. เพิ่มกฎระเบียบ
ข. ลดการมีส่วนร่วม
ค. เพิ่มการสั่งการ
ง. เปิดโอกาสให้ครูมีส่วนร่วม

ข้อ 8

ข้อใดเป็นลักษณะของนโยบายที่ไม่มีประสิทธิภาพ
ก. ยึดผลลัพธ์ผู้เรียน
ข. ใช้ข้อมูลจริง
ค. มีการประเมินซ้ำซ้อน
ง. ส่งเสริมการเรียนรู้

ข้อ 9

หากผู้บริหารต้องการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ควรทำสิ่งใดก่อน
ก. เพิ่มงานกิจกรรม
ข. ลดงานเอกสารครู
ค. เพิ่มการสอบ
ง. เพิ่มงบประมาณกีฬา

ข้อ 10

ข้อใดเป็นผลกระทบเชิงระบบของปัญหาครู
ก. ครูมีรายได้เพิ่ม
ข. โรงเรียนมีชื่อเสียง
ค. ระบบการศึกษาดีขึ้น
ง. คุณภาพการศึกษาลดลง

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม