
นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า ตามที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิ
เรื่องนี้สามารถบริหารจัดการได้
ดังนั้นตนคิดว่าการสอบโอเน็
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในปีการศึกษา 2563 จะมีการจัดสอบโอเน็ตในระดับชั้
ที่มา ; ไทยโพสต์ วันที่ 1 มกราคม 2564
1. นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของสถานศึกษาในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ สามารถเข้าสอบ O-NET ตามความสมัครใจ โดยให้ถือเป็นสิทธิส่วนตัวโดยเฉพาะของนักเรียน ตั้งแต่ปีการศึกษา 2563 เป็นต้นไป
2. สพฐ. จะได้แจ้งรายละเอียดแนวทางการสอบ O-NET ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัดทราบเพื่อดำเนินการต่อไป
แนวทางการดำเนินงานต่อไปของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ผลสอบ O-NET
สพฐ.จะได้มีการวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้น และเสนอแนวทางแก้ไขต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบและปฏิบัติต่อไป เช่น การนำผลสอบ O-NET ไปใช้ในการรับนักเรียน การย้ายของผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา การเลื่อนวิทยฐานะ การเป็นตัวชี้วัดของ กพร. ตัวชี้วัดในแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ ตัวชี้วัดของหน่วยงานต่าง ๆ การคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา (TCAS) และการกำหนดเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนที่จบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นต้น
กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายยกเลิกการบังคับสอบ O-NET สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในปีการศึกษา 2563 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้การจัดการเรียนการสอนไม่เป็นปกติ จึงปรับให้การสอบเป็น “สิทธิสมัครใจ” ของผู้เรียนและสถานศึกษา ไม่บังคับเข้าร่วมสอบ โดยกระทรวงฯ ได้ยกเลิกข้อกำหนดเดิมที่นำผลคะแนน O-NET ไปใช้ในหลายมิติ เช่น การคัดเลือกเข้าศึกษาต่อ การประเมินโรงเรียนและผู้บริหาร
บทบาทการจัดสอบยังคงเป็นหน้าที่ของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) แต่ผู้เรียนสามารถเลือกสอบหรือไม่สอบได้ตามความต้องการ ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีหน้าที่แจ้งแนวทางให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการ และวิเคราะห์ผลกระทบจากนโยบายดังกล่าว
ในระยะต่อไป สพฐ.จะต้องเสนอแนวทางแก้ไขต่อรัฐมนตรีฯ โดยเฉพาะประเด็นการใช้ผลสอบที่เคยเป็นตัวชี้วัดสำคัญ เช่น การเลื่อนวิทยฐานะ การย้ายผู้บริหาร ตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน และการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับต่าง ๆ เพื่อให้ระบบประเมินและคัดเลือกยังคงมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมภายใต้บริบทใหม่
ข้อ 1 เหตุผลหลักของการปรับ O-NET เป็นแบบสมัครใจคือข้อใด
ก. ลดงบประมาณ
ข. ปรับตามนโยบายต่างประเทศ
ค. ผลกระทบจากโควิด-19 ต่อการเรียน
ง. เพิ่มจำนวนผู้สอบ
ข้อ 2 การยกเลิกข้อกำหนดเกี่ยวกับ O-NET ส่งผลต่อสิ่งใดมากที่สุด
ก. การจัดซื้อสื่อ
ข. การใช้คะแนนเพื่อคัดเลือกและประเมิน
ค. จำนวนครู
ง. หลักสูตร
ข้อ 3 หน่วยงานใดมีหน้าที่จัดสอบ O-NET
ก. สพฐ.
ข. สทศ.
ค. ก.ค.ศ.
ง. สมศ.
ข้อ 4 บทบาทของ สพฐ. หลังนโยบายนี้คือข้อใด
ก. ออกข้อสอบ
ข. บังคับนักเรียนสอบ
ค. วิเคราะห์ผลกระทบและเสนอแนวทาง
ง. ยกเลิกหลักสูตร
ข้อ 5 แนวคิดสำคัญของนโยบายนี้คือข้อใด
ก. ความเท่าเทียมด้านงบประมาณ
ข. การรวมศูนย์อำนาจ
ค. สิทธิและความสมัครใจของผู้เรียน
ง. การเพิ่มการแข่งขัน
ข้อ 6 หากโรงเรียนยังต้องการใช้ผลสอบ ควรดำเนินการอย่างไร
ก. บังคับสอบ
ข. ยกเลิกทันที
ค. เปิดโอกาสสมัครใจและสื่อสารชัดเจน
ง. ใช้คะแนนเก่า
ข้อ 7 ผลกระทบเชิงนโยบายที่สำคัญที่สุดคือข้อใด
ก. ลดจำนวนโรงเรียน
ข. ต้องปรับระบบประเมินใหม่
ค. เพิ่มภาระนักเรียน
ง. ยกเลิกครู
ข้อ 8 การไม่บังคับสอบส่งผลต่อผู้เรียนอย่างไร
ก. ไม่มีทางเลือก
ข. เพิ่มความเครียด
ค. มีสิทธิเลือกตามความพร้อม
ง. ต้องสอบทุกคน
ข้อ 9 หากนำไปใช้บริหารโรงเรียน ผู้บริหารควรทำสิ่งใด
ก. ยึดคะแนน O-NET เท่านั้น
ข. พัฒนาเครื่องมือประเมินหลากหลาย
ค. ยกเลิกการประเมินทั้งหมด
ง. ลดคุณภาพการสอน
ข้อ 10 ข้อใดเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมที่สุดในบริบทนี้
ก. ยังคงใช้ O-NET เป็นเกณฑ์หลัก
ข. ยกเลิกทุกการประเมิน
ค. ใช้หลายตัวชี้วัดร่วมกัน
ง. ไม่ต้องประเมินผู้เรียน
คลิกเฉลย >>>