สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M032_เปลี่ยนคำเรียกการประเมินจาก ดีเยี่ยม-ดีมาก เป็น ผ่านมาตรฐาน

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ รักษาการประธานคณะกรรมการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน คุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยว่า ในการประชุม สมศ.เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมมีมติยกเลิกใช้เกณฑ์การตัดสินผลการประเมิน ที่เดิมใช้คำว่า ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช้ และปรับปรุง โดยจะยกเลิกในปีการศึกษา 2564 เป็นต้นไป สาเหตุที่ไม่สามารถเปลี่ยนคำเรียกได้ทันที เพราะสมศ.ได้พัฒนาหลักเกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดขอเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เพื่อประเมินโรงเรียนจัดสอนระบบออนไลน์ ซึ่งขณะนี้ สมศ.ได้ประเมินรายงานประเมินตนเองของสถานศึกษา หรือ SAR ของสถานศึกษาเรียบร้อยแล้ว จำนวน 3,829 แห่ง แบ่งเป็นระดับปฐมวัย จำนวน 1,480 แห่ง ระดับขั้นพื้นฐาน 2,150 แห่ง และระดับการอาชีวศึกษา 199 แห่งแล้ว

ทั้งนี้ สมศ.ต้องไปหาคำอื่นมาแทนโดยที่ไม่เป็นการแบ่งแยกระดับโรงเรียน เช่น รับรองมาตรฐาน และอยู่ระหว่างการปรับปรุง เป็นต้น เพื่อไม่ให้โรงเรียนเสียกำลังใจ เชื่อว่าถ้าเปลี่ยนคำเรียกการประเมินแล้ว จะทำให้โรงเรียนเปิดรับให้ สมศ.เข้าไปประเมินมากยิ่งขึ้น และหวังว่าจะแก้ปัญหาผู้อำนวยการสถานศึกษาอยากได้ผลประเมินดีเยี่ยม เพื่อทำเรื่องขอย้ายไปอยู่ในโรงเรียนขนาดใหญ่กว่า โดยนำนักเรียนมาติว เพื่อให้นักเรียนทำคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ตดีขึ้น เมื่อโรงเรียนได้รับคะแนนโอเน็ตดี การประเมินของ สมศ.ก็จะดีขึ้นตามมาด้วย ซึ่งจะช่วยให้ผู้อำนวยการโรงเรียนมีผลงานและสามารถทำเรื่องขอย้ายโรงเรียนได้ 

อย่างไรก็ตาม การประเมินของ สมศ.จะต้องปรับด้วย เช่น หากประเมินสถานศึกษาแล้วพบว่าสถานศึกษาต้องปรับปรุงด้านวิชาการ เทคโนโลยีการศึกษา สมศ.จะให้รายชื่ออาจารย์มหาวิทยาลัย และนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านนั้นๆ ที่อยู่ในพื้นที่ มาช่วยให้ความรู้กับโรงเรียน และเมื่อบุคคลเหล่านี้เข้ามาช่วยให้ความรู้กับโรงเรียนแล้ว โรงเรียนจะต้องทำรายงาน ส่งมาที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) จากนั้นเขตพื้นที่ฯ จะกำกับดูแลการพัฒนาให้เป็นไปในทิศทางที่กำหนด ถ้า สมศ.สามารถทำระบบนี้ได้ เชื่อว่าจะช่วยให้การศึกษาดีขึ้น ซึ่งที่ประชุมเห็นด้วยในหลักการแล้ว เพราะที่ผ่านมาเป็นการประเมินของ สมศ.จะเป็นการบอกจุดด้อยให้สถานศึกษาทราบเท่านั้น และสถานศึกษาจะต้องไปหาวิธีการพัฒนาตนเอง ซึ่งการประเมินแบบนี้ทำให้สถานศึกษาไม่สามารถพัฒนาตนเองได้ นอกจากนี้ที่ประชุม มีมติปรับเบี้ยเลี้ยงของผู้ประเมินใหม่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และในอนาคตการประเมินสถานศึกษาจะแบ่งเป็น 2 รูปแบบคือ การลงพื้นที่ประเมินสถานศึกษา และการประเมินทางออนไลน์ด้วย เพื่อสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันอีกด้วย นากเอกชัย กล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ 

ข่าวเกี่ยวข้องกัน

สพฐ. แจ้งนโยบายประเมินภายนอก ปีงบ 2564 ให้ประเมินเฉพาะระยะแรก SAR

ทบทวนนโยบายการประเมินคุณภาพภายนอก ในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ปีงบประมาณ 2564 ของ สพฐ.คือ ให้ประเมินเฉพาะระยะแรก ซึ่งเป็นการประเมินจากการวิเคราะห์ SAR เท่านั้น (หนังสือ สพฐ.ศธ ที่ 04004/30 ลงวันที่ 8 มกราคม 2564)

ตามที่ สพฐ . มีนโยบายให้สถานศึกษาในสังกัดประเมินคุณภาพภายนอกเฉพาะระยะแรก คือ เฉพาะจากการวิเคราะห์ SAR ของสถานศึกษาเท่านั้น โดยไม่มีการประเมินระยะที่สอง เพื่อลดภาระของสถานศึกษาและป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรงติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) นั้น

เนื่องจากขณะนี้มีสถานศึกษาบางแห่งได้รับทราบ (ร่าง) ผลการประเมินคุณภาพภายนอกโดยการพิจารณาจาก SAR และได้รับการชักชวนหรือได้รับแบบคำร้องจากผู้ประเมินภายนอกให้มีการประเมินในระยะที่สอง (การลงพื้นที่ site visit)

เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายต้นสังกัดและไม่สร้างความสับสนให้กับสถานศึกษา สพฐ. จึงขอความร่วมมือให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งได้ชี้แจงและเน้นย้ำ กับสถานศึกษาในสังกัดให้ดำเนินการตามนโยบายการประเมินคุณภาพภายนอกที่ สพฐ.ให้มีการประเมินเฉพาะระยะแรกไปก่อน คือ การประเมินจาก SAR

#เนื่องจากการประเมินคุณภาพภายนอกจาก สมศ. ระยะที่ 2 ได้มีการปรับวิธีการประเมินจากการลงพื้นที่ site visit มาเป็นการประเมินด้วยรูปแบบออนไลน์ ขณะที่ในช่วงนี้ สถานศึกษาที่เป็นกลุ่มเป้าหมายรับการประเมินหลายแห่งมีการบริหารจัดการและการเรียนการสอนที่แตกต่างจากเดิม มีภารกิจมากขึ้นในช่วงสถานการณ์ COVID-19 มีการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์, on-site, on demand หรือผสมผสาน เป็นต้น รวมทั้งช่วงนี้เป็นช่วงรอยต่อในการสอบประเภทต่างๆ ทั้งสอบปลายปี สอบระดับชาติ สอบเข้ามหาวิทยาลัย หรือสอบเข้า ม.1 และ ม.4 (ซึ่งเป็นเหตุผลอีกประการที่ขอให้ประเมินจาก SAR เพื่อไม่รบกวนสถานศึกษา)

สพฐ.จึงมุ่งให้สถานศึกษาได้focusที่การจัดการเรียนรู้เป็นหลัก ส่วนนโยบายรับการประเมินจากหน่วยงานต่างๆ ก็จะพิจารณาอีกครั้งตามสถานการณ์และความเหมาะสมต่อไป ดังนั้น ขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา/ผู้รับผิดชอบงานประกันคุณภาพสื่อสาร ชี้แจง สร้างความเข้าใจกับสถานศึกษาที่เป็นกลุ่มเป้าหมายรับการประเมิน และสื่อสารกับทีมผู้ประเมินภายนอกที่สื่อสารผ่านเขตพื้นที่ให้รับทราบด้วย

อนึ่ง ทางกลุ่มพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะได้ประสานไปยัง สมศ อีกทางหนึ่ง ส่วนการเปลี่ยนแปลงว่าจะให้มีการประเมินในระยะที่สองช่วงใด อย่างไร จะได้แจ้งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งรับทราบต่อไป

กลุ่มพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน
สทศ. สพฐ.

ที่มา ; FB วิษณุ ทรัพย์สมบัติ

สรุปสาระสำคัญ

สมศ.มีมติยกเลิกการใช้ระดับผลการประเมินแบบเดิม (ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช้) ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการเปรียบเทียบและแรงกดดันต่อสถานศึกษา พร้อมปรับถ้อยคำใหม่ที่ไม่สร้างการแบ่งระดับ เช่น “รับรองมาตรฐาน” หรือ “อยู่ระหว่างการปรับปรุง” การเปลี่ยนแปลงนี้สอดคล้องกับบริบท COVID-19 ที่ส่งผลให้ต้องปรับรูปแบบการประเมินเป็นออนไลน์ และใช้การวิเคราะห์รายงาน SAR เป็นหลัก

ที่ผ่านมา การประเมินมักเน้นชี้จุดอ่อน แต่ไม่สนับสนุนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ จึงมีแนวคิดใหม่ให้เชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานในพื้นที่เข้าช่วยพัฒนาโรงเรียน โดยให้สถานศึกษารายงานผลต่อเขตพื้นที่เพื่อกำกับติดตาม

นอกจากนี้ ยังมีการปรับค่าตอบแทนผู้ประเมิน และกำหนดรูปแบบการประเมิน 2 ลักษณะ คือ ลงพื้นที่และออนไลน์ ขณะที่ สพฐ.กำหนดให้ประเมินภายนอกระยะที่ 1 จาก SAR เท่านั้น เพื่อลดภาระและหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 รวมถึงป้องกันความสับสนจากการเชิญประเมินระยะที่ 2

โดยรวม นโยบายใหม่นี้มุ่งลดการแข่งขันเชิงคะแนน เน้นการพัฒนาคุณภาพจริง และสนับสนุนการพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านความร่วมมือเชิงระบบ

ข้อสอบ

ข้อ 1 เหตุผลหลักของการยกเลิกระดับ “ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช้” คือข้อใด
ก. ลดภาระงานผู้ประเมิน
ข. ลดการเปรียบเทียบและแรงกดดันโรงเรียน
ค. เพิ่มความเข้มงวดการประเมิน
ง. ให้สอดคล้องกับหลักสูตรใหม่

ข้อ 2 แนวคิดใหม่ของ สมศ. แตกต่างจากเดิมอย่างไร
ก. เพิ่มเกณฑ์วัดผล
ข. เน้นสอบ O-NET
ค. เชื่อมผู้เชี่ยวชาญช่วยพัฒนา
ง. ยกเลิก SAR

ข้อ 3 การใช้ SAR ในช่วง COVID-19 มีวัตถุประสงค์หลักคืออะไร
ก. เพิ่มความแม่นยำ
ข. ลดภาระและความเสี่ยง
ค. ลดงบประมาณ
ง. เพิ่มการแข่งขัน

ข้อ 4 ปัญหาที่ต้องการแก้จากระบบเดิมคือข้อใด
ก. ครูขาดทักษะ
ข. ผู้บริหารเน้นผลประเมินเพื่อย้าย
ค. นักเรียนไม่สนใจเรียน
ง. งบประมาณไม่เพียงพอ

ข้อ 5 รูปแบบการประเมินในอนาคตมีกี่รูปแบบ
ก. 1
ข. 2
ค. 3
ง. 4

ข้อ 6 หน่วยงานใดมีบทบาทกำกับติดตามการพัฒนา
ก. สมศ.
ข. สพฐ.
ค. เขตพื้นที่การศึกษา
ง. มหาวิทยาลัย

ข้อ 7 แนวทางใหม่ช่วยลดปัญหาใดได้ดีที่สุด
ก. ขาดแคลนครู
ข. การแข่งขันเชิงคะแนน
ค. ความเหลื่อมล้ำ
ง. การขาดงบประมาณ

ข้อ 8 หากโรงเรียนต้องปรับปรุงด้านเทคโนโลยี ควรดำเนินการอย่างไร
ก. รอประเมินรอบใหม่
ข. ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ
ค. เพิ่มการสอบ
ง. ลดวิชาเรียน

ข้อ 9 นโยบายของ สพฐ. ในช่วง COVID-19 คือข้อใด
ก. ประเมินเต็มรูปแบบ
ข. งดประเมินทั้งหมด
ค. ประเมินเฉพาะ SAR
ง. เพิ่มการสอบกลาง

ข้อ 10 แนวคิดหลักของนโยบายใหม่คือข้อใด
ก. ควบคุมคุณภาพ
ข. เพิ่มการแข่งขัน
ค. พัฒนาอย่างยั่งยืน
ง. ลดบทบาทผู้บริหาร

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม