
หลายคนทราบปัญหาดีว่าประเทศไทยเราเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) แล้ว และกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มวัย (Super Aged Society) ในอีกไม่นานนัก แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่เคยตระหนักเลยก็คือการที่ระบบราชการไทยเต็มไปด้วยคนแก่และแก่กว่าประชากรมากเหลือเกิน
มาลองพิจารณาปิรามิดประชากรของไทยในปี 2553 และผลการฉายภาพประชากรไทย (Demographic Projection) โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดลดังรูปข้างล่างนี้
สิ่งที่น่าตกใจคือปิรามิดประชากรเป็นปิรามิดฐานสอบ คือมีคนอายุน้อยน้อยมาก มีคนวัยกลางคนและวัยสูงอายุเพิ่มมากขึ้น หัวจะค่อย ๆ โตไปเรื่อย ๆ ดังผลการฉายภาพประชากรในปี 2593 ยิ่งมีภาวะเจริญพันธุ์ระดับต่ำ คือมีเด็กเกิดน้อยเท่าไหร่ ปิรามิดประชากรยิ่งฐานสอบแคบเข้า หัวโตเต็มไปด้วยคนแก่ดังรูปด้านล่าง และเราจะเริ่มมีคนตายมากกว่าคนเกิด หรือกล่าวได้ว่าเราจะเกิดภาวะประชากรถดถอย (Demographic recession)

สำหรับระบบราชการ ขณะนี้มีปิรามิดประชากรที่น่าห่วงมาก กล่าวคือ เป็นรูป V-Shape เป็นปิรามิดหัวคว่ำ โดยที่ข้าราชการส่วนใหญ่ในระบบราชการมีอายุใกล้เกษียณ คือ 55-60 ปี อายุเฉลี่ยข้าราชการตกอยู่ที่ 50 กว่าปีเกือบ 55 ปี ระบบราชการเต็มไปด้วยคนแก่มาก อายุข้าราชการแรกเข้าก็สูงมากคือ 31 ปี และมีปริมาณข้าราชการบำนาญจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ ที่เพิ่งเกษียณมากสุด อายุ 61-64 มากสุด จัดว่าเป็น ปฐมชรา (Early elderly) ยังมีมัชฌิมชราและปัจฉิมชรา (Middle and late elderly) ไม่มากนัก แต่หากพิจารณาเพียงเท่านี้ก็เห็นได้ชัดเจนว่าระบบราชการไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มวัย (Superaged society) เรียบร้อยแล้ว แกกว่าประชากรไทยมากมายนักดังดูได้จากรูปร่างปิรามิดประชากรเปรียบเทียบกัน


มีคำถามที่น่าสนใจสามคำถามคือ หนึ่ง ทำไมระบบราชการไทยจึงเต็มไปด้วยคนแก่มากขนาดนี้ สอง การที่ระบบราชการไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มวัยมากขนาดนี้จะส่งผลกระทบและผลเสียอะไรบ้าง และสามจะบรรเทาปัญหาสังคมข้าราชการสูงอายุเต็มวัยได้อย่างไร
ทำไมระบบราชการไทยเต็มไปด้วยคนแก่มากขนาดนี้ คำตอบคือ
การที่ระบบราชการไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มวัยมากขนาดนี้จะส่งผลกระทบและผลเสียอะไรบ้าง
จะบรรเทาปัญหาสังคมข้าราชการสูงอายุเต็มวัยได้อย่างไร คำถามนี่เป็นคำถามที่ยากแต่จำเป็นต้องตอบเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ
เรื่องนี้ต้องฝาก กพ และ กพร ไปคิดให้หนัก ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ก่อนจะสายเกินไป
บทความโดย
ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
ผู้อำนวยการหลักสูตร Ph.D. และ M.Sc. (Business Analytics and Data Science)
อาจารย์ประจำสาขาวิชา วิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
ที่มา ; นิด้า