
นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ตนได้มีหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตทั่วประเทศ ให้แจ้งสถานศึกษาในสังกัดทราบถึง ” ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นพื้นฐาน (สพฐ.) เรื่อง มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองนักเรียนในสถานการณ์วิกฤตพลังงาน ปีการศึกษา 2569” และ ให้ถือปฏิบัติ โดยสามารถดำเนินการได้ตามบริบทของสถานศึกษา เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ปกครองนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน และขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งเขต ส่งเสริม สนับสนุน กำกับ และติดตาม การดำเนินงานของสถานศึกษาให้เป็นไปตามประกาศนี้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ 7 มาตรการ ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองนักเรียนในสถานการณ์วิกฤตพลังงาน ปีการศึกษา 2569 มีสาระสำคัญที่ยังคงให้สถานศึกษาในสังกัดทุกแห่งดำเนินการจัดการเรียนการสอนตามปกติอย่างมีคุณภาพ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อไม่ให้กระทบต่อคุณภาพการศึกษาและพัฒนาการของผู้เรียนในทุกระดับ เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึงและเสมอภาค โดยมีแนวปฏิบัติตามประกาศ สพฐ.ดังนี้ 1.ให้สถานศึกษาพิจารณาลดหรือผ่อนผันการเก็บเงินบำรุงการศึกษา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองนักเรียน2.ให้สถานศึกษาพิจารณายกเว้นหรือผ่อนผันการแต่งเครื่องแบบนักเรียน ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์ หรือเครื่องแต่งกายอื่นๆ ได้ตามความเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา 3.ให้สถานศึกษาพิจารณาลดหรืองดการใช้วัสดุ อุปกรณ์การเรียน ที่เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองนักเรียน 4.ให้สถานศึกษาพิจารณาลดหรืองดการจัดซื้อหนังสือเสริมหลักสูตรนอกเหนือจาก 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ที่เป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองนักเรียน 5.ให้ลดหรืองดการจัดกิจกรรมที่ต้องเรียกเก็บเงินเพิ่มจากผู้ปกครองนักเรียน 6.ให้ลดหรืองดการมอบหมายให้นักเรียนจัดทำชิ้นงาน หรือโครงงาน ที่เป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองนักเรียน และ 7.ให้สถานศึกษาประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการบริหารจัดการศึกษาและการจัดการเรียนการสอน”
ประกาศ สพฐ.ฉบับนี้ ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาสามารถออกมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองนักเรียนเพิ่มเติม ตามความเหมาะสมและบริบทของสถานศึกษาได้ เช่น ชุดนักเรียน อนุโลมให้นักเรียนสามารถใช้ชุดเดิมได้แม้เลื่อนชั้น หรือ ย้ายสถานศึกษา เพิ่มวันสวมใส่ชุดพละ ชุดสุภาพ ไม่บังคับจัดซื้อชุดลูกเสือ–เนตรนารีเต็มรูปแบบโดยใช้เฉพาะผ้าผูกคอและหมวกร่วมกับชุดนักเรียนหรือชุดพละได้ กระเป๋าเปิดกว้างไม่จำกัดรูปแบบ ไม่ต้องมีตราโรงเรียน ออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ไม่จัดเก็บเงินเพิ่ม มอบหมายงานเป็นกลุ่ม จัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการกลุ่มสาระ ติดตามผลการเรียนผ่านระบบดิจิทัล ยื่นเอกสาร-ส่งงานผ่านระบบออนไลน์ เป็นต้น
สพฐ.ส่งหนังสือด่วนที่สุด! ถึงทุกเขตพื้นที่ฯ กำกับสถานศึกษาถือปฏิบัติตามประกาศฯ 7 มาตรการ ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองนักเรียนในสถานการณ์วิกฤตพลังงาน ปีการศึกษา 2569
ที่มา ; มติชนออนไลน์
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ออกประกาศ “7 มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองนักเรียนในสถานการณ์วิกฤตพลังงาน ปีการศึกษา 2569” โดยมุ่งคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ และรักษาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนทุกคนอย่างเสมอภาค หลักการสำคัญคือ “การจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพภายใต้บริบทวิกฤต” โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสถานศึกษา
มาตรการสำคัญ ได้แก่ การลดหรือผ่อนผันค่าบำรุงการศึกษา ผ่อนปรนเรื่องเครื่องแบบ ลดการใช้วัสดุอุปกรณ์และหนังสือเสริมที่เพิ่มภาระค่าใช้จ่าย ลดกิจกรรมที่เรียกเก็บเงิน ลดการมอบหมายงานที่สิ้นเปลือง และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารและจัดการเรียนการสอน
แนวคิดสำคัญคือ “การบริหารเชิงบริบท” เปิดโอกาสให้สถานศึกษากำหนดมาตรการเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เช่น อนุโลมการใช้ชุดเดิม การใช้ชุดพละแทนชุดลูกเสือ การไม่บังคับกระเป๋ามีตราโรงเรียน และการส่งงานผ่านระบบออนไลน์ ทั้งนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริม สนับสนุน กำกับ ติดตาม และประเมินผล เพื่อให้การดำเนินงานเกิดประสิทธิภาพและไม่กระทบคุณภาพการศึกษา
ข้อ 1
วัตถุประสงค์สำคัญที่สุดของประกาศ สพฐ. เรื่อง 7 มาตรการฯ คือข้อใด
ก. ลดจำนวนกิจกรรมของโรงเรียน
ข. รักษาคุณภาพการศึกษาควบคู่การลดภาระผู้ปกครอง
ค. ลดงบประมาณด้านการศึกษาของรัฐ
ง. เพิ่มอำนาจการบริหารแก่สถานศึกษา
เฉลย: ข
เหตุผล: ประกาศเน้นลดภาระค่าใช้จ่ายโดยไม่กระทบคุณภาพการศึกษาและพัฒนาการผู้เรียน
บทบาทสำคัญของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามประกาศนี้คือข้อใด
ก. จัดซื้อเครื่องแบบนักเรียนให้ทุกโรงเรียน
ข. ออกหลักสูตรใหม่แทนสถานศึกษา
ค. ส่งเสริม สนับสนุน กำกับ และติดตาม
ง. ยกเลิกกิจกรรมพิเศษทุกประเภท
เฉลย: ค
เหตุผล: เขตพื้นที่มีหน้าที่กำกับ ติดตาม และสนับสนุนการดำเนินงานของสถานศึกษา
ข้อใดสะท้อนหลัก “บริหารตามบริบทสถานศึกษา” ได้ชัดเจนที่สุด
ก. ทุกโรงเรียนใช้มาตรการเดียวกันทั่วประเทศ
ข. ทุกโรงเรียนต้องยกเลิกชุดลูกเสือ
ค. โรงเรียนกำหนดมาตรการเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม
ง. เขตพื้นที่เป็นผู้กำหนดค่าใช้จ่ายทั้งหมด
เฉลย: ค
เหตุผล: ประกาศเปิดโอกาสให้โรงเรียนกำหนดมาตรการเพิ่มเติมตามบริบท
หากโรงเรียนยังคงบังคับซื้อชุดใหม่ทุกระดับชั้น จะขัดกับหลักการใดมากที่สุด
ก. การกระจายอำนาจ
ข. การประกันคุณภาพ
ค. การลดภาระผู้ปกครอง
ง. การมีส่วนร่วมของชุมชน
เฉลย: ค
เหตุผล: ประกาศส่งเสริมให้ใช้ชุดเดิมได้เพื่อลดค่าใช้จ่าย
การใช้ระบบส่งงานออนไลน์สอดคล้องกับมาตรการใดโดยตรง
ก. ลดกิจกรรมพิเศษ
ข. ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา
ค. ลดค่าบำรุงการศึกษา
ง. ลดการใช้หนังสือเรียนหลักสูตร
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นการประยุกต์ใช้ดิจิทัลเพื่อบริหารและจัดการเรียนการสอน
หากผู้อำนวยการเขตพื้นที่พบว่าโรงเรียนเรียกเก็บเงินเพิ่มโดยไม่จำเป็น ควรดำเนินการอย่างไรเป็นอันดับแรก
ก. ลงโทษทันที
ข. สั่งยกเลิกกิจกรรมทั้งหมด
ค. ตรวจสอบข้อเท็จจริงและกำกับให้เป็นไปตามประกาศ
ง. โอนนักเรียนไปโรงเรียนอื่น
เฉลย: ค
เหตุผล: ผู้บริหารควรใช้หลักธรรมาภิบาลและการกำกับติดตามอย่างเป็นระบบ
ข้อใดสอดคล้องกับหลักความเสมอภาคทางการศึกษา
ก. ให้โรงเรียนแข่งขันเก็บค่ากิจกรรม
ข. จำกัดสิทธิผู้เรียนที่ไม่พร้อมด้านเศรษฐกิจ
ค. ลดเงื่อนไขค่าใช้จ่ายที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน
ง. บังคับใช้มาตรฐานเดียวทุกบริบท
เฉลย: ค
เหตุผล: การลดภาระช่วยให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม
การมอบหมายงานกลุ่มแทนงานเดี่ยวมีจุดมุ่งหมายสำคัญคือข้อใด
ก. ลดภาระครู
ข. ลดค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง
ค. ลดเวลาเรียน
ง. เพิ่มการแข่งขันระหว่างนักเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: ลดค่าใช้จ่ายวัสดุอุปกรณ์ของนักเรียน
หากโรงเรียนลดกิจกรรมทั้งหมดจนผู้เรียนขาดทักษะสำคัญ ถือว่าขัดต่อหลักใด
ก. ประสิทธิภาพการเงิน
ข. คุณภาพการศึกษา
ค. ความเป็นอิสระสถานศึกษา
ง. การบริหารงบประมาณ
เฉลย: ข
เหตุผล: มาตรการต้องไม่กระทบคุณภาพและพัฒนาการผู้เรียน
แนวทางใดเหมาะสมที่สุดในการกำกับติดตามของเขตพื้นที่
ก. ใช้คำสั่งอย่างเดียว
ข. ประเมินผลร่วมกับการนิเทศเชิงสร้างสรรค์
ค. ปล่อยให้โรงเรียนดำเนินการเองทั้งหมด
ง. ใช้มาตรการลงโทษเป็นหลัก
เฉลย: ข
เหตุผล: สอดคล้องกับการบริหารเชิงส่งเสริมและพัฒนา