สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M132_ชูบทบาทครูรับมือการศึกษาวิถีใหม่ เพิ่มขีดความสามารถ

จากการประชุมวิชาการระดับภูมิภาคเพื่อครูและความเสมอภาคทางการศึกษา : ปวงชนเพื่อการศึกษา ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดโดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) องค์การยูเนสโก องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการ ในรูปแบบออนไลน์ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ที่ปรึกษา กสศ. กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ยิ่งทำให้ช่องว่างความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น เราจึงต้องกำหนดแนวทางปฏิบัติเชิงนวัตกรรมเพื่อเชื่อมช่องว่างดังกล่าว การแพร่ระบาดครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะกดปุ่มตั้งค่าการศึกษาใหม่ ต้องสนับสนุนครู เพราะครูมีความสำคัญต่อความปกติใหม่ (New Normal) ของการสอนและการเรียนรู้ เราต้องการครูที่มีคุณภาพ มองเห็นความต้องการนักเรียน สามารถปรับตัวและสรรหาวิธีช่วยให้นักเรียนเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ครูยังต้องเผชิญความท้าทายอีกมาก จึงต้องหาแนวทางเพิ่มขีดความสามารถครูอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด 

ด้านนางคยองซัน คิม ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า โควิด-19 ส่งผลให้เด็กกว่า 3 ล้านคนทั่วโลกต้องเลื่อนเปิดเรียนไปกว่า 1 ปี ในสองปีที่ผ่านมา เราได้เห็นผลกระทบเกิดขึ้นมากมาย แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่จะลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาคือบทบาทครู เป็นโอกาสสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องคิดใหม่ทำใหม่ เพื่อออกแบบการเรียนรู้ที่มีคุณภาพสำหรับศตวรรษที่ 21 ทั้งตระหนักถึงสุขภาพจิตของเด็กนักเรียนทั่วโลกจากผลกระทบการปิดสถานศึกษา และความหวาดกลัวการระบาดของโรคโควิด-19 เพราะเหตุนี้ องค์การยูนิเซฟได้เปิดตัวแคมเปญ Every Day is Mind Day เพื่อช่วยเด็กทั่วโลกรับมือกับปัญหาสุขภาพจิต พร้อมสร้างบรรทัดฐานใหม่เกี่ยวกับประเด็นสุขภาพจิตให้เป็นเรื่องปกติ พร้อมให้ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเรียนรู้วิธีรับมือกับเรื่องนี้ 

ที่มา ; ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 1 พ.ย. 2564 

ข่าวเกี่ยวกัน

สพฐ.สแกนเด็กตกหล่นดึงเข้าระบบการศึกษา

เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนประชุมคณะทำงานด้านการลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยเรื่องดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ที่อยากขจัดความลดควาเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยไม่ทิ้งใครข้างหลัง ดังนั้นจากนโยบายของรมว.ศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงรับมาดำเนินการมาขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ โดยนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้มอบหมายให้ตนเป็นประธานคณะทำงานขับเคลื่อนในเรื่องนี้ ซึ่งในที่ประชุมได้หารือถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาว่ามีกี่ประเภท และสาเหตุปัญหาที่ต้องหลุดจากระบบการศึกษา เพื่อแบ่งรูปแบบการแก้ไขปัญหาให้ได้อย่างตรงจุด 

สพฐ.มุ่งมั่นจะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษานี้ให้ได้ ซึ่งจะวางแนวทางมอบหมายหน่วยงานทีเกี่ยวข้องค้นหาเด็กตกหล่นที่หลุดนอกระบบการศึกษาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่าอยู่ตรงไหน เขตไหน อำเภออะไร เพื่อนำเด็กเหล่านี้เข้าสู่ระบบการศึกษาให้ได้ เพราะส่วนหนึ่งเรามีข้อมูลจากการจ่ายเงินเยียวยาให้แก่นักเรียนและผู้ปกครอง จำนวน 2,000 บาท จะต้องระบุตัวตนของนักเรียน แต่เรากลับพบว่า มีเด็กจำนวนหนึ่งยังไม่มีการติดต่อเข้ารับการจัดสรรเงินจำนวนดังกล่าวแต่อย่างใด ดังนั้นเราจะค้นหาจากฐานข้อมูลนี้ด้วย สำหรับเด็กที่มีเหตุจำเป็นต้องย้ายตามครอบครัวจนทำให้หลุดระบบการศึกษานั้นเราจะตามไปค้นหาด้วยเช่นกัน เพราะหากเด็กไม่สะดวกจะเรียนในระบบได้จริงๆก็อาจมาเรียนการศึกษานอกระบบแทน หรือการสร้างอาชีพให้เกิดรายได้เลี้ยงครอบครัว เนื่องจาก สพฐ.ทำงานร่วมกับ กศน. อาชีวศึกษา และภาคเอกชนต่างๆ อยู่แล้ว” รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าว 

ที่มา ; เดลินิวส์ 1 พฤศจิกายน 2564

สรุปสาระสำคัญ

การประชุมวิชาการระดับภูมิภาคด้านครูและความเสมอภาคทางการศึกษาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชี้ให้เห็นว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาขยายตัวรุนแรงขึ้น โดย ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร เห็นว่า สถานการณ์ดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญในการ “ตั้งค่าการศึกษาใหม่” ผ่านแนวปฏิบัติเชิงนวัตกรรม โดยมีครูเป็นกลไกหลักของการจัดการเรียนรู้ในยุค New Normal ครูต้องมีคุณภาพ สามารถเข้าใจความต้องการผู้เรียน ปรับตัว และออกแบบการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันจำเป็นต้องมีระบบสนับสนุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของครูอย่างจริงจัง

ด้านองค์การยูนิเซฟชี้ว่า โควิด-19 ส่งผลให้เด็กจำนวนมากทั่วโลกหลุดหรือเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา อีกทั้งยังกระทบต่อสุขภาพจิตของเด็กอย่างมีนัยสำคัญ จึงเน้นให้ทุกภาคส่วนร่วมออกแบบการเรียนรู้สำหรับศตวรรษที่ 21 พร้อมเปิดตัวแคมเปญ Every Day is Mind Day เพื่อสร้างความตระหนักและบรรทัดฐานใหม่ด้านสุขภาพจิตเด็ก 

ขณะเดียวกัน สพฐ. ได้ขับเคลื่อนนโยบายลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้ฐานข้อมูลค้นหาเด็กตกหล่นจากระบบการศึกษา และจัดทางเลือกการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เพื่อไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ข้อสอบ

ข้อ 1

เหตุผลสำคัญที่สุดที่บทความมองว่าโควิด-19 เป็น “โอกาส” ทางการศึกษา คือข้อใด
ก. ทำให้เทคโนโลยีทางการศึกษาพัฒนาเร็วขึ้น
ข. เปิดโอกาสให้ลดบทบาทครูลง
ค. เป็นจุดเปลี่ยนให้ปรับโครงสร้างและแนวคิดการจัดการศึกษาใหม่
ง. ช่วยให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้น

 

ข้อ 2

ตามมุมมองของ กสศ. บทบาทใดของครูมีความสำคัญสูงสุดในยุค New Normal
ก. ผู้ถ่ายทอดเนื้อหา
ข. ผู้ควบคุมวินัย
ค. ผู้ออกแบบการเรียนรู้ตามบริบทผู้เรียน
ง. ผู้ปฏิบัติตามหลักสูตรอย่างเคร่งครัด

 

ข้อ 3

มาตรการของยูนิเซฟที่สะท้อนการแก้ปัญหาการศึกษาเชิงองค์รวมมากที่สุดคือข้อใด
ก. การชดเชยการเรียนรู้ย้อนหลัง
ข. การผลักดันการเรียนออนไลน์
ค. การรณรงค์ด้านสุขภาพจิตควบคู่การเรียนรู้
ง. การสนับสนุนงบประมาณสถานศึกษา

 

ข้อ 4

แนวทางของ สพฐ. ในการค้นหาเด็กตกหล่น สะท้อนหลักการใดเด่นชัดที่สุด
ก. การบริหารแบบรวมศูนย์
ข. การใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ในการตัดสินใจ
ค. การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ง. การถ่ายโอนภารกิจให้ท้องถิ่น

 

ข้อ 5

หากท่านเป็นผู้บริหารสถานศึกษา การดำเนินการใด “สอดคล้องที่สุด” กับสาระของบทความ
ก. เร่งสอนเนื้อหาให้ทันหลักสูตร
ข. มุ่งเน้นการสอบวัดผลเป็นหลัก
ค. พัฒนาครูควบคู่ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
ง. เพิ่มกิจกรรมเสริมหลังเลิกเรียน
  

 

 

ข้อ 6

แนวคิด “ตั้งค่าการศึกษาใหม่ (Reset Education)” ตามบทความ มีนัยเชิงนโยบายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด
ก. การปรับรูปแบบการสอนให้เหมาะกับการเรียนออนไลน์
ข. การปฏิรูปเชิงโครงสร้างโดยใช้วิกฤตเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลง
ค. การเพิ่มงบประมาณด้านเทคโนโลยีการศึกษา
ง. การลดบทบาทรัฐในการจัดการศึกษา

 

ข้อ 7

จากบทความ เหตุใดการพัฒนาครูเพียงรายบุคคลจึงไม่เพียงพอในการลดความเหลื่อมล้ำ
ก. ครูยังขาดทักษะดิจิทัล
ข. นักเรียนมีความแตกต่างกันมาก
ค. ระบบสนับสนุนเชิงนโยบายยังไม่เอื้อต่อการทำงานของครู
ง. หลักสูตรยังไม่สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21

 

ข้อ 8

การที่ยูนิเซฟผลักดันแคมเปญ Every Day is Mind Day สะท้อนการเปลี่ยนกรอบคิดด้านการศึกษาในมิติใด
ก. จากการเรียนรู้เชิงวิชาการสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต
ข. จากการวัดผลสัมฤทธิ์สู่การพัฒนามนุษย์แบบองค์รวม
ค. จากการเรียนในโรงเรียนสู่การเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา
ง. จากการจัดการศึกษาโดยรัฐสู่ภาคีเครือข่าย

 

ข้อ 9

การใช้ฐานข้อมูลเงินเยียวยาเพื่อติดตามเด็กตกหล่นของ สพฐ. แสดงบทบาทรัฐในลักษณะใด
ก. รัฐผู้ควบคุม
ข. รัฐผู้สงเคราะห์
ค. รัฐผู้ใช้ข้อมูลเชิงนโยบายเพื่อจัดการความเสี่ยงทางสังคม
ง. รัฐผู้มอบอำนาจให้ท้องถิ่น

 

ข้อ 10

หากท่านเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนในพื้นที่เปราะบาง การตัดสินใจใด “สอดคล้องเชิงนโยบาย” กับบทความมากที่สุด
ก. เพิ่มชั่วโมงสอนเสริมเพื่อลด Learning Loss
ข. จัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนควบคู่พัฒนาครูทั้งโรงเรียน
ค. เร่งประเมินผลสัมฤทธิ์ให้ได้ตามตัวชี้วัด
ง. ขอสนับสนุนอุปกรณ์ดิจิทัลเป็นหลัก

 

กรณีศึกษา

โรงเรียนขยายโอกาสแห่งหนึ่งในพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบท หลังเปิดภาคเรียนพบว่า

  • นักเรียนระดับ ม.2–ม.3 ขาดเรียนบ่อย และบางส่วนไม่กลับเข้าเรียน

  • ครูมีภาระงานสูงจากการจัดการเรียนรู้แบบผสม (On-site / Online / On-hand)

  • ผู้ปกครองจำนวนมากได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ

  • นักเรียนบางคนมีภาวะเครียด วิตกกังวล และไม่ส่งงาน

  • โรงเรียนได้รับนโยบายจาก สพฐ. ให้ “เร่งฟื้นฟูผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน” ควบคู่กับ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

ในฐานะ ผู้อำนวยการโรงเรียน ท่านต้องกำหนดแนวทางบริหารจัดการเชิงระบบให้สอดคล้องกับนโยบายระดับชาติ และบริบทจริงของสถานศึกษา

 

ข้อ 11

การตัดสินใจใดของผู้อำนวยการโรงเรียน “สอดคล้องกับแนวคิด Reset Education” มากที่สุด

ก. เร่งจัดสอนเสริมเพื่อยกระดับคะแนนสอบมาตรฐาน
ข. ปรับตารางเรียนให้ครบตามหลักสูตรโดยเร็ว
ค. จัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ควบคู่พัฒนาครูทั้งโรงเรียน
ง. เพิ่มการติดตามผลสัมฤทธิ์รายวิชาเป็นรายบุคคล

 

ข้อ 12

จากกรณี หากโรงเรียนพบว่านักเรียนไม่กลับเข้าเรียนบางส่วน การดำเนินการใด “เชิงรุกและยั่งยืน” มากที่สุด

ก. รายงานรายชื่อนักเรียนขาดเรียนต่อเขตพื้นที่
ข. ใช้ข้อมูลเงินเยียวยาและฐานข้อมูลนักเรียนเพื่อติดตามเชิงพื้นที่
ค. รอผู้ปกครองมาติดต่อโรงเรียน
ง. แนะนำให้ผู้เรียนไปศึกษานอกระบบทันที

 

ข้อ 13

ปัญหาสุขภาพจิตของนักเรียนในกรณีนี้ ควรถูกจัดการในลักษณะใดจึงสอดคล้องกับแนวคิด Every Day is Mind Day

ก. จัดกิจกรรมเฉพาะนักเรียนที่มีปัญหา
ข. ส่งต่อหน่วยงานสาธารณสุขทั้งหมด
ค. บูรณาการสุขภาพจิตเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนรู้ทั้งโรงเรียน
ง. ให้ครูประจำชั้นดูแลเป็นรายบุคคลเท่านั้น

 

ข้อ14

หากครูรู้สึกว่าภาระงานเพิ่มขึ้นจากนโยบายใหม่ บทบาทของผู้บริหารที่เหมาะสมที่สุดคือข้อใด

ก. สั่งการให้ครูปรับตัวตามนโยบาย
ข. ลดความเข้มงวดการประเมินครูชั่วคราว
ค. ออกแบบระบบสนับสนุนครูและลดภาระงานที่ไม่จำเป็น
ง. เพิ่มค่าตอบแทนครูที่ทำงานหนัก

 

ข้อ 15

ตัวชี้วัดความสำเร็จของโรงเรียนในสถานการณ์นี้ ควรถูกนิยามอย่างไรจึงสอดคล้องเชิงนโยบายมากที่สุด

ก. คะแนนสอบเฉลี่ยของนักเรียนเพิ่มขึ้น
ข. อัตราการเข้าเรียนครบตามเกณฑ์
ค. นักเรียนกลับเข้าสู่ระบบและมีพัฒนาการทั้งการเรียนรู้และสุขภาวะ
ง. โรงเรียนผ่านการประเมินภายนอก

คลิกเฉลย >>>

 
 

 

ความเห็นของผู้ชม