สมาชิกเข้าสู่ระบบ

Amygdala เจ้าสมองขี้กลัว

คุณฮง สถาพร พูดว่า ในสมองของเรามีส่วนที่เรียกว่า Amygdala (อะมิกดาลา) ซึ่งเป็นสมองส่วนของความกลัว ถ้าเราทำสมาธิเยอะ ๆ มันจะย่อขนาดลง เวลาเราเจอ panic เราจะนิ่งได้มากขึ้น


จากคำพูดนั้นทำให้ผมเกิดความสงสัยว่าเจ้าอะมิกดาลาที่ว่านี้คืออะไร เลยลองไปค้นหาคำตอบมาให้อ่านกันนะครับ เล่าแบบง่าย ๆ แบบภาษาชาวบ้านประมาณนี้นะครับ (ใครมีความรู้ทางด้านนนี้ รบกวนช่วยเสริมให้ด้วยนะครับ)

ประมาณกลาง ๆ ตรงหัวเราจะมีสมองส่วนที่เรียกว่า ลิมบิก” (Limbic Brain) เป็นสมองส่วนอารมณ์ และภายในนี้จะมีการทำงานร่วมกันของ อะมิกดาล่า (Amygdala) และ ฮิปโปแคมปัส (Hippocampus)

      • Amygdala มีรากศัพท์มาจากภาษาลาติน คือ คำว่า อัลมอนด์ (Almond) และรูปร่างของมันก็เป็นก้อนเล็ก ๆ เหมือนเมล็ดถั่วด้วย เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์
.
       • Hippocampus มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก คือคำว่า Seahorse แต่รูปร่างของมันจะยาว ๆ คล้าย งู มากกว่า เจ้าส่วนนี้เกี่ยวข้องกับความจำระยะยาว

ทั้งสองส่วนนี้ทำงานสัมพันธ์กัน เมื่อมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เช่น เห็นเงาในพุ่มไม้ เห็นงูแผ่แม่เบี้ย เห็นตลาดเป็นสีแดง Amygdala ที่ไวต่อความรู้สึก ก็จะไปบอก Hippocampus ว่าให้จำเอาไว้นะ แล้วก็จะเกิดปฏิกิริยาออกมาว่าจะทำยังไง จะสู้หรือจะหนี

ทีนี้เราถึงไม่แปลกใจใช่มั้ยครับว่าทำไมถึงมีคำพูดที่ว่า อยากลืมกลับจำ แต่อยากจำกลับลืม

เพราะเวลาเราเจอเรื่องเศร้า สะเทือนใจ อกหัก แม่ดุ ติดดอย ขาดทุน Amygdala ก็จะรับรู้ขึ้นมาแล้วไปบอกให้ Hippocampus บันทึกความรู้สึกแบบนี้ไว้เป็นความทรงจำระยะยาว ว่าอย่าลืมนะ เค้าทำเราเจ็บนะ ทำให้เราจำไม่ลืม บางเรื่องแม้เกิดมาตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก แต่เราก็ยังไม่ลืม เป็นจำฝังใจไปซะยังงั้น

ส่วนเรื่องที่เราอยากจำ ก็อย่างเช่น ต้องจำเพื่อไปสอบ ต้องจำไป present งาน ซึ่งเราอาจไม่ได้มีประสบการณ์หรืออารมณ์ร่วม พอสอบเสร็จก็ไม่ได้เอาไปใช้ต่อ Amygdala มันก็ไม่ได้รู้สึกและไม่ได้ไปคุยกับ Hippocampus ให้บันทึกไว้ สุดท้ายเราก็ลืม

แต่เราก็ยังมีสมองอีกส่วนนึง ถ้าเราเอามือแตะที่หน้าผาก มันจะอยู่ด้านหลังตรงนี้ เรียกว่า สมองส่วนหน้า เป็นส่วนที่มีเหตุผล เป็นส่วนที่เอาไว้คิด วิเคราะห์ วางแผน เวลาเราจับหน้าผากจะรู้สึกอุ่น ๆ แปลว่า มันกำลังทำงานอยู่ สมองส่วนนี้เกี่ยวข้องกับเรื่อง EF หรือ Executive Function ที่เรามักจะได้ยินคนพูดกันถึงเรื่องนี้เวลาสอนเด็ก ๆ ให้มีทักษะด้าน EF เพราะสมองส่วนหน้าสามารถพัฒนาเต็มวัยเมื่ออายุ 25 ปี

จริง ๆ ยังมีสมองอีกส่วน ถ้าเราเอามือจับท้ายทอยจะอยู่ตรงนี้ เป็นสมองส่วนสัญชาตญาณ ทำงานโดยอัตโนมัติ เช่น การหายใจ

สมองทั้ง 3 ส่วนนี้มันก็จะทำงานร่วมกัน ทั้งตามสัญชาตญาณ อารมณ์ ความรู้สึก และเหตุผล พอเรารู้แบบนี้ เราจะได้ข้อสรุปแบบง่าย ๆ ถึงสิ่งที่ควรทำคือ

       1. การฝึกสติ นั่งสมาธิ จะช่วยให้เรารู้ตัวทุกขณะว่าทำอะไรอยู่ ก่อนที่เจ้าอารมณ์จะสั่งให้ร่างกายทำอะไร สมองส่วนหน้าก็จะเริ่มคิดแบบมีเหตุมีผลได้ทัน เราก็จะไม่วู่วามแล้วเสียใจทีหลัง

        2. บันทึกสิ่งดี ๆ เข้าไว้ในสมองเรา อย่าดูแต่ข่าวดาราเลิกกัน ข่าวอาชญากรรม ข่าวเม่าติดดอย เพราะ Amygdala มันไวต่อความรู้สึกแบบนี้ แล้วจะไปบอก Hippocampus ให้จำ บ่อยครั้งเข้าก็จะฝังใจ

        3. ฝึกทักษะด้านต่าง ๆ ทั้งร่างการ อารมณ์ และจิตใจ โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ยังไม่ถึง 25 ปี ยังสามารถเพิ่มพูนสมองส่วนหน้าให้โตเต็มที่ได้ แล้วเราก็จะมีเหตุมีผลมากขึ้น

สุดท้ายอยากจะฝากเป็นบทเพลงไว้แบบนี้ว่า

        "เพราะชีวิตคือชีวิต เมื่อมีเข้ามาก็มีเลิกไป มีสุขสม มีผิดหวัง หัวเราะหรือหวั่นไหว เกิดขึ้นได้ทุกวัน อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดี ที่สุด..."

       จงอยู่กับ Amygdala ให้เป็น และฝังความทรงจำดี ๆ ไว้ที่ Hippocampus

 

ที่มาภาพและเนื้อหา ; เว็บไซต์ stockvitamins

ความเห็นของผู้ชม