
เมื่อวันที่ 19 ก.ย. นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงการปฏิรูปการศึกษาด้วยกระบวนการ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีบทบาทหน้าที่สำคัญในการที่จะนำนโยบายลงไปสู่การปฏิบัติ ที่ต้องการให้ทุกโรงเรียนได้ปรับการเรียนการสอนและการวัดประเมินผลใหม่ ซึ่งในการพลิกโฉมโรงเรียนต้นแบบสร้างนวัตกรรมครูสู่นวัตกรรมนักเรียนแบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps โดยมีเป้าหมายสำคัญที่ต้องการให้นักเรียนเป็นนักนวัตกร ที่คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น มีความคิดสร้างสรรค์ และมีแรงบันดาลใจ ซึ่งการปฏิรูปไม่ใช่การปฏิวัติ โดยการปฏิรูป คือ การเปลี่ยนความคิดและวิธีการทำงานของครูใหม่ แล้วนำมาออกแบบการเรียนใหม่ให้กับเด็กนักเรียน ซึ่งจะสำเร็จได้ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมทั้งมหาวิทยาลัยทั่วประเทศในการดำเนินการ
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ในการปฏิรูปการศึกษา ที่เป็นเป้าหมายสำคัญต้องทำ 8 เรื่อง คือ 1.ปฏิรูปโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ 2.ปฏิรูปโรงเรียน 3.ปฏิรูปครู 4.ปฏิรูปนักเรียน 5.ปฏิรูปหลักสูตร 6.ปฏิรูปตำรา 7.ปฏิรูปการจัดการเรียนการสอน และ 8.ปฏิรูปการวัดผล ประเมินผล แต่ถ้าจำเป็นต้องเลือกให้ทำก่อน ก็ต้องทำข้อ 7 คือ การปฏิรูปการจัดการเรียนการสอน เปลี่ยนการเรียนแบบตั้งรับ เป็นการเรียนแบบเชิงรุก แต่สิ่งที่ทำอันดับแรกต้องปรับหลักสูตรกระบวนการเรียนรู้ ปรับกระบวนการวัดประเมินผล โดยเริ่มจากเด็กก่อน และส่วนอื่นค่อยดำเนินการ ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลา
เลขาธิการ กพฐ. เผยการปฏิรูปการศึกษา มีเป้าหมายสำคัญ 8 เรื่อง เน้นปรับหลักสูตรกระบวนการเรียนรู้ ปรับกระบวนการวัดประเมินผล ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการ
ที่มา ; เดลินิวส์ 19 กันยายน 2565
ข่าวเกี่ยวกัน
ศธ.พลิกโฉมรร.ชู “GPAS 5 Steps” ต้นแบบนวัตกรรมครู สู่นวัตกรรมนักเรียน
เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่หอประชุมคุรุสภา มีการจัดประชุมวิชาการและประกาศนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่อง พลิกโฉมโรงเรียนต้นแบบสร้างนวัตกรรมครูสู่นวัตกรรมนักเรียนแบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps โดยมี ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมมอบโล่และเกียรติบัตรให้แก่ครูและนักเรียนที่ร่วมประกวดนวัตกรรมดีเยี่ยม ดีเด่น ดีมาก ซึ่งภายในงานมีการจัดนิทรรศการนำเสนอผลงานนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ของครู และนวัตกรรมนักเรียน จาก 26 โรงเรียนต้นแบบในพื้นที่ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร รวมผลงานกว่า 500 รายการ\ศ.ดร.วิษณุ กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า ชื่อของโครงการพลิกโฉมโรงเรียนต้นแบบสร้างนวัตกรรมครูสู่นวัตกรรมนักเรียนฯนี้ ทุกคำมีความหมาย แต่หัวใจสำคัญ คือ เรากำลังปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ ซึ่งรวมถึงการปฏิรูปการศึกษา ที่เป็นเป้าหมายสำคัญ โดยต้องทำ 8 เรื่อง คือ 1.ปฏิรูปโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ 2.ปฏิรูปโรงเรียน 3.ปฏิรูปครู 4.ปฏิรูปนักเรียน 5.ปฏิรูปหลักสูตร 6.ปฏิรูปตำรา 7.ปฏิรูปการจัดการเรียนการสอน และ 8.ปฏิรูปการวัดผล ประเมินผล แต่ถ้าจำเป็นต้องเลือกให้ทำก่อน ก็ต้องทำข้อ 7 คือ การปฏิรูปการจัดการเรียนการสอน เปลี่ยนการเรียนแบบตั้งรับ เป็นการเรียนแบบเชิงรุก
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า การเรียนสมัยใหม่เป็น Active Learning ครูจะเป็นเพียงผู้อำนวยการสอน ให้ความความสะดวก และแนะนำให้เด็กได้เรียนรู้แบบเชิงรุก นักเรียนได้คิดเป็นทำเป็นจนกลายเป็นนวัตกรรม ที่จะขับเคลื่อนประเทศได้ในอนาคต และถือเป็นการผลิกโฉมการปฏิรูปการศึกษาได้อย่างแท้จริง ซึ่งต้องขอขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ให้ความสำคัญกับการเรียนแบบ Active Learning โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้องเร่งพัฒนาโรงเรียนต้นแบบฯประจำจังหวัดให้ครบทุกจังหวัด ในปีการศึกษา 2566 และตั้งความหวังไว้ว่า ผลสำเร็จของการดำเนินงานตามแนวทางที่กล่าวถึงนี้ จะยกระดับคุณภาพการศึกษาและพัฒนาสังคมของประเทศ ให้เป็นสังคมฐานความรู้ที่นำไปสู่การพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสู่ระดับมาตรฐานสากลที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศชั้นนำของโลกต่อไป
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การนำเสนอนวัตกรรมด้านการเรียนการสอน ที่เป็นผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนและครูในวันนี้ เป็นผลสำเร็จจากการดำเนินโครงการความร่วมมือ “พัฒนานวัตกรรมครูสู่นวัตกรรมผู้เรียน” ระหว่าง สพฐ. กับมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ของครู เพื่อยกระดับคุณภาพทางการศึกษาที่ให้ความสำคัญในการเรียนการสอนรูปแบบ Active Learning รวมถึงการจัดเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนและแบ่งปันความรู้ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความรู้ใหม่ และต่อยอดการพัฒนานวัตกรรมครูสู่นวัตกรรมผู้เรียนที่มีความหลากหลาย และเกิดประสิทธิผลในการจัดการเรียนการสอนเพิ่มมากยิ่งขึ้น
รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า สพฐ. ได้ดำเนินโครงการฯ ทดลองในโรงเรียนที่เป็นจังหวัดต้นแบบ เขตพื้นที่ภาคกลาง รวม 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม สมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี สมุทรสาคร สุพรรณบุรี สระบุรี นครสวรรค์ และอ่างทอง โดยมีโรงเรียนในสังกัด สพฐ. เข้าร่วม 29 โรงเรียน และโรงเรียนในเครือข่ายอีก 4 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 33 โรงเรียน ครอบคลุมโรงเรียนขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ได้ดำเนินการมากว่า 9 เดือน ปรากฏผลสำเร็จที่ส่งผลให้คุณครูสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ได้มากกว่า 1,500 นวัตกรรม
“กระทรวงศึกษาธิการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านบทบาทของครู จากการทำหน้าที่เป็นครูผู้สอน ที่เป็นการสื่อสารทางเดียว ให้ครูปรับตัว เปลี่ยนบทบาทเป็น Facilitator หรือผู้อำนวยความสะดวก ให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำ การเรียนการสอนที่ยึดตัวผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และมีการออกแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสม แบบ Personalized Learning ที่เน้นกระบวนการเรียนรู้มากกว่าเนื้อหาวิชา เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ หรือสร้างความรู้ให้เกิดขึ้นในตนเองโดยกระบวนการคิดขั้นสูง มีการลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งนวัตกรรมที่เป็นผลผลิตของโครงการ จะถูกนำไปใช้เป็นสื่อ และกิจกรรมการเรียนรู้ โดยจะมีการขยายผลสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพิ่มเติม เพื่อพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพสูงยิ่งขึ้น ซึ่งการปรับเปลี่ยนครูและผู้เรียนให้เป็นนวัตกรทางการศึกษาและการจัดการเรียนรู้ได้เช่นนี้ เป็นความสำเร็จที่มีต่อการพัฒนาสมรรถนะครูและผู้เรียน ซึ่งจะเป็นพลังผลักดัน ส่งผลต่อเนื่องในการพลิกโฉมประเทศด้านการพัฒนาการศึกษาของชาติตามแนวคิด Thailand 4.0 ที่จะทำให้คนไทยมีการสร้างนวัตกรรมเป็นของตนเอง นำไปสู่การขับเคลื่อนประเทศประเทศให้ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน และเป็นการเตรียมความพร้อมประเทศ ให้สามารถก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21” รมว.ศธ. กล่าว
กระทรวงศึกษาธิการ พลิกโฉมโรงเรียนชู “GPAS 5 Steps” บันไดสร้างต้นแบบนวัตกรรมครู สู่นวัตกรรมนักเรียน
ที่มา ; มติชนออนไลน์ 19 กันยายน 2565
สรุปสาระสำคัญ
เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2565 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยแนวทางการปฏิรูปการศึกษาของ สพฐ. โดยเน้นการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เพื่อพลิกโฉมโรงเรียนต้นแบบจากนวัตกรรมครูสู่นวัตกรรมนักเรียน เป้าหมายสำคัญคือพัฒนาผู้เรียนให้คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้ มีความคิดสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจ โดยย้ำว่าการปฏิรูปไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงฉับพลัน แต่เป็นการปรับแนวคิดและวิธีทำงานของครู แล้วออกแบบการเรียนรู้ใหม่ให้ผู้เรียน ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนรวมถึงมหาวิทยาลัย
การปฏิรูปการศึกษามีเป้าหมาย 8 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างกระทรวง โรงเรียน ครู นักเรียน หลักสูตร ตำรา การจัดการเรียนการสอน และการวัดประเมินผล โดยหากต้องเลือกทำก่อน ต้องให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการจัดการเรียนการสอน เปลี่ยนจากการเรียนแบบตั้งรับเป็นเชิงรุก ควบคู่กับการปรับหลักสูตรและการวัดประเมินผล เริ่มจากผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และค่อยขับเคลื่อนด้านอื่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องใช้เวลาและความต่อเนื่องในการดำเนินการ
ข้อสอบ
ข้อ 1 สาระสำคัญของ GPAS 5 Steps ตามข่าวนี้ มุ่งพัฒนาผู้เรียนในมิติใดมากที่สุด
ก. การท่องจำเนื้อหาตามหลักสูตร
ข. การคิดขั้นสูงและการสร้างนวัตกรรม
ค. การสอบวัดผลแบบมาตรฐาน
ง. การแข่งขันด้านผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ
ข้อ 2 เหตุใดเลขาธิการ กพฐ. จึงระบุว่า “การปฏิรูปไม่ใช่การปฏิวัติ”
ก. เพราะต้องดำเนินการตามข้อจำกัดของกฎหมาย
ข. เพราะต้องเริ่มจากการเปลี่ยนโครงสร้างกระทรวงก่อน
ค. เพราะเป็นการค่อย ๆ เปลี่ยนแนวคิดและวิธีทำงานของครู
ง. เพราะต้องรอความพร้อมด้านงบประมาณ
ข้อ 3 หากจำเป็นต้องเลือกทำการปฏิรูปเพียงเรื่องเดียวก่อน ตามบทความควรเลือกเรื่องใด และเพราะเหตุใด
ก. ปฏิรูปโครงสร้างกระทรวง เพราะเป็นระดับนโยบาย
ข. ปฏิรูปหลักสูตร เพราะเป็นกรอบการเรียนรู้
ค. ปฏิรูปครู เพราะเป็นผู้ปฏิบัติหลัก
ง. ปฏิรูปการจัดการเรียนการสอน เพราะส่งผลต่อผู้เรียนโดยตรง
ข้อ 4 การปรับหลักสูตรและการวัดประเมินผลควรดำเนินการอย่างไรตามแนวคิดในข่าว
ก. ปรับหลังจากโครงสร้างกระทรวงเสร็จสิ้น
ข. ปรับโดยยึดผลการสอบเป็นหลัก
ค. ปรับควบคู่กันโดยเริ่มจากผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
ง. ปรับเฉพาะโรงเรียนต้นแบบเท่านั้น
ข้อ 5 หากท่านเป็นผู้บริหารสถานศึกษา การนำแนวคิดจากข่าวนี้ไปใช้ได้เหมาะสมที่สุดคือข้อใด
ก. มุ่งเน้นเพิ่มชั่วโมงเรียนเพื่อยกระดับผลสอบ
ข. สนับสนุนครูออกแบบการเรียนรู้เชิงรุกและเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวก
ค. ใช้นวัตกรรมเฉพาะรายวิชาหลักเท่านั้น
ง. รอคำสั่งจากส่วนกลางก่อนจึงดำเนินการ
คลิกเฉลย >>>