สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M459_สกศ.แนะปรับเกณฑ์ประกันคุณภาพภายใน ภายนอก ให้สอดคล้องกัน

ดร.สวัสดิ์ ภู่ทอง รองเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาวิชาการ “การติดตามและประเมินผลระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน” โดยมี นางอำภา พรหมวาทย์ ผอ.สำนักประเมินผลการจัดการศึกษา รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนการศึกษา  ครู อาจารย์ นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประกันคุณภาพจากสถานศึกษาภาครัฐ-ภาคเอกชนทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่ โรงแรมรอยัลซิตี้ กรุงเทพฯ 

 

 

 

 

 

เดลินิวส์ 11 สิงหาคม 2566 

สรุปสาระสำคัญ 

ดร.สวัสดิ์ ภู่ทอง รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดสัมมนาวิชาการเรื่องการติดตามและประเมินผลระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ณ โรงแรมรอยัลซิตี้ กรุงเทพฯ โดยมีผู้แทน สกศ. สมศ. ครู นักวิชาการ และสถานศึกษาทั้งภาครัฐ–เอกชนร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล สกศ.รายงานผลวิจัยการติดตามจากสถานศึกษากว่า 12,000 แห่ง พบว่าตัวชี้วัดด้านการสนับสนุนทรัพยากรมีผลดีมาก แต่ประเด็นที่ยังต้องพัฒนาคือ PLC และสมรรถนะบุคลากรด้านประกันคุณภาพ รวมทั้งความจำเป็นในการปรับเกณฑ์ประกันคุณภาพภายใน–ภายนอกให้สอดคล้องกัน เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติ และอบรมการเขียน SAR ให้สะท้อนการดำเนินงานจริง 

สกศ.เสนอเชิงนโยบายให้ลดความซ้ำซ้อนของนโยบาย ลดภาระงานสถานศึกษา จัดสรรงบประมาณเฉพาะด้านประกันคุณภาพ และสื่อสารให้เป้าหมายมุ่งสู่ผลลัพธ์ผู้เรียนตามมาตรฐานชาติ สมศ.ชี้แจงว่าประกันภายนอกเน้นผลลัพธ์ (Spot Check) โดยไม่ซ้ำซ้อนกับประกันภายใน ซึ่งดูแลปัจจัยและกระบวนการ ทั้งระบบเมื่อบูรณาการจะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาตามเป้าหมายของชาติ

ข้อสอบ 

1. ข้อใดสะท้อน “ปัญหาเชิงระบบ” ที่พบมากที่สุดจากผลการวิจัยของ สกศ.? 

ก. การขาดเครื่องมือประเมินผลภายนอก
ข. การสนับสนุนทรัพยากรต่ำกว่าเกณฑ์
ค. การพัฒนา PLC และสมรรถนะบุคลากรด้านประกันคุณภาพยังไม่เพียงพอ
ง. การไม่มีมาตรฐานชาติรองรับผลการประเมิน

2. เหตุผลสำคัญที่สถานศึกษาต้องการ “ปรับระยะเวลาการติดตามประกันคุณภาพ” คือข้อใด?

ก. เพื่อให้สอดคล้องรอบปีงบประมาณ
ข. เพื่อให้สอดคล้องช่วงเวลาที่สถานศึกษานำผลประเมินไปใช้จริง
ค. เพื่อเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบ
ง. เพื่อลดจำนวนตัวชี้วัดในระบบประเมิน

3. จากบทความ บทบาทหลักของ “สมศ.” แตกต่างจากประกันภายในอย่างไร?

ก. สมศ.ดูปัจจัยและกระบวนการ ส่วนประกันภายในดูผลลัพธ์
ข. สมศ.เน้นผลลัพธ์ด้วยวิธีสุ่มประเมิน ส่วนประกันภายในดูทั้งระบบ
ค. สมศ.ประเมินเฉพาะตัวชี้วัดด้านงบประมาณ
ง. สมศ.เป็นผู้กำหนดหลักสูตรสถานศึกษา

4. หากคุณเป็นผู้บริหารสถานศึกษา สิ่งใดสอดคล้องที่สุดกับข้อเสนอเชิงนโยบายของ สกศ.?

ก. เพิ่มเอกสารการประเมินเพื่อให้สอดคล้องเกณฑ์ทุกฉบับ
ข. ลดภาระงานที่ซ้ำซ้อน และมุ่งให้ระบบประกันคุณภาพเชื่อมโยงผลลัพธ์ผู้เรียน
ค. เน้นให้ครูทำ SAR ทุกเดือนเพื่อติดตามใกล้ชิด
ง. เพิ่มกิจกรรมพิเศษเพื่อปรับเกณฑ์ภายนอกให้ผ่านเร็วขึ้น

5. จากข้อมูลการประเมินกว่า 12,000 แห่ง สิ่งใดเป็น “ปัจจัยเสี่ยง” ต่อคุณภาพสถานศึกษามากที่สุดในระยะยาว?

ก. การผ่านเกณฑ์ทรัพยากรสูงถึง 92%
ข. การใช้ Spot Check โดยสมศ.
ค. การที่บุคลากรยังขาดสมรรถนะด้านประกันคุณภาพและ PLC อ่อนแอ
ง. การมีหลายหน่วยงานร่วมประเมิน
 

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น