
ดร.สวัสดิ์ ภู่ทอง รองเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาวิชาการ “การติดตามและประเมินผลระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน” โดยมี นางอำภา พรหมวาทย์ ผอ.สำนักประเมินผลการจัดการศึกษา รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนการศึกษา ครู อาจารย์ นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประกันคุณภาพจากสถานศึกษาภาครัฐ-ภาคเอกชนทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่ โรงแรมรอยัลซิตี้ กรุงเทพฯ
ดร.สวัสดิ์ กล่าวว่า สกศ.ดำเนินการวิจัยติดตามและประเมินผลระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้ได้สารสนเทศที่สะท้อนสภาพความจริงและครอบคลุมในทุกมิติการดำเนินงาน รวมทั้งเป็นฐานการคิดวิเคราะห์เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อการดำเนินงานของภาคส่วนต่างๆ ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และสถานศึกษาที่เหมาะสมให้สามารถขับเคลื่อนระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้บรรลุตามเป้าหมายและเกิดประโยชน์สูงสุด
โดย สกศ. ติดตามและประเมินผลการประกันคุณภาพการศึกษาจากสถานศึกษาขั้นพื้นฐานกว่า 12,000 แห่งทั่วประเทศ พบว่า ตัวชี้วัดที่ได้รับผลการประเมินในระดับดีมาก คือ สถานศึกษามีการสนับสนุนทรัพยากรเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ผ่านเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 92.62 แต่ยังมีตัวชี้วัดที่ต้องส่งเสริมคือ การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC) และการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรในงานประกันคุณภาพฯ ของสถานศึกษาผู้ปฏิบัติงานในสถานศึกษาที่ร่วมวิจัยยังได้เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับเกณฑ์การประกันคุณภาพภายใน-ภายนอกให้สอดคล้องกันมากที่สุด เพิ่มการมีส่วนร่วมจากผู้ปฏิบัติในสถานศึกษา และควรเว้นระยะเวลาการติดตามให้ตรงกับช่วงการนำผลประเมินไปใช้ของสถานศึกษาแต่ละแห่ง รวมถึงจัดอบรมการเขียนรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ให้สะท้อนสภาพการดำเนินงานของสถานศึกษาได้อย่างแท้จริง
ดร.สวัสดิ์ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ สกศ. ได้จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายโดยควรมีการปรับลดหรือยกเลิกนโยบายที่ทับซ้อน เพื่อลดภาระงานของผู้ปฏิบัติทั้งในระดับส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และสถานศึกษา รวมถึงสื่อสารเป้าหมายของประกันคุณภาพให้พัฒนาผู้เรียนไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ตามมาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมาตรฐานการศึกษาของชาติ อีกทั้งควรจัดสรรงบประมาณส่งเสริมด้านการประกันคุณภาพการศึกษาโดยเฉพาะ เพื่อลดการนำงบประมาณไปใช้กับนโยบายเร่งด่วน
นางอำภา พรหมวาทย์ ผอ.สำนักประเมินผลการจัดการศึกษา สกศ. รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนการศึกษา กล่าวว่า สกศ. โดยสำนักประเมินผลการจัดการศึกษาได้ดำเนินโครงการวิจัยติดตามและประเมินผลระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อติดตามสภาพการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประเมินศึกษาปัจจัยที่ส่งผลสำเร็จ ปัญหาและอุปสรรคของระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยการประเมินแบบผสานวิธีทั้งการประเมินเชิงปริมาณและการประเมินเชิงคุณภาพ ที่อาศัยแหล่งข้อมูลจากหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และสถานศึกษา เพื่อนำข้อมูลที่ได้นำมาจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อการพัฒนา ปรับปรุงระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วจึงได้จัดประชุมสัมมนา เรื่อง การติดตามและประเมินผลระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อนำเสนอรายงานฯ พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากที่ประชุม
ขณะที่ ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก คณะกรรมการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ความเชื่อมโยงระหว่างการประกันภายในกับการประกันภายนอกมีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งตามบทบาทแล้วประกันภายในต้องดูแลทั้งระบบ เรื่องปัจจัย กระบวนการ และเรื่องผลผลิตตัวผู้เรียนที่เกิดขึ้น แต่การประกันภายนอก โดยสมศ.จะเน้นตรงผลที่เกิดขึ้น แล้วก็ไม่ได้ทำซ้ำซ้อน สร้างภาระให้สถานศึกษา สมศ.จะใช้วิธีการสุ่มประเมินเฉพาะตัวสำคัญๆ (Spot Check) ผลที่เกิดขึ้น ส่วนตัวปัจจัยกับกระบวนการนั้นให้เป็นเรื่องของต้นสังกัด สถานศึกษาไปดำเนินการ เพราะเป็นเรื่องของภายใน ซึ่งท้ายสุดเมื่อมารวมกันแล้วไม่ว่าจะเป็นสังกัดไหนก็ตาม ระดับการศึกษาปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา อุดมศึกษา เมื่อบูรณาการทั้งหมดแล้ว จะสามารถตอบสนองต่อการศึกษาของชาติได้
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดเวทีสัมมนาวิชาการ “การติดตามและประเมินผลระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน” นำเสนอรายงานข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อการพัฒนา ปรับปรุงระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ที่มา ; เดลินิวส์ 11 สิงหาคม 2566
สรุปสาระสำคัญ
ดร.สวัสดิ์ ภู่ทอง รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดสัมมนาวิชาการเรื่องการติดตามและประเมินผลระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ณ โรงแรมรอยัลซิตี้ กรุงเทพฯ โดยมีผู้แทน สกศ. สมศ. ครู นักวิชาการ และสถานศึกษาทั้งภาครัฐ–เอกชนร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล สกศ.รายงานผลวิจัยการติดตามจากสถานศึกษากว่า 12,000 แห่ง พบว่าตัวชี้วัดด้านการสนับสนุนทรัพยากรมีผลดีมาก แต่ประเด็นที่ยังต้องพัฒนาคือ PLC และสมรรถนะบุคลากรด้านประกันคุณภาพ รวมทั้งความจำเป็นในการปรับเกณฑ์ประกันคุณภาพภายใน–ภายนอกให้สอดคล้องกัน เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติ และอบรมการเขียน SAR ให้สะท้อนการดำเนินงานจริง
สกศ.เสนอเชิงนโยบายให้ลดความซ้ำซ้อนของนโยบาย ลดภาระงานสถานศึกษา จัดสรรงบประมาณเฉพาะด้านประกันคุณภาพ และสื่อสารให้เป้าหมายมุ่งสู่ผลลัพธ์ผู้เรียนตามมาตรฐานชาติ สมศ.ชี้แจงว่าประกันภายนอกเน้นผลลัพธ์ (Spot Check) โดยไม่ซ้ำซ้อนกับประกันภายใน ซึ่งดูแลปัจจัยและกระบวนการ ทั้งระบบเมื่อบูรณาการจะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาตามเป้าหมายของชาติ
ข้อสอบ
ก. การขาดเครื่องมือประเมินผลภายนอก
ข. การสนับสนุนทรัพยากรต่ำกว่าเกณฑ์
ค. การพัฒนา PLC และสมรรถนะบุคลากรด้านประกันคุณภาพยังไม่เพียงพอ
ง. การไม่มีมาตรฐานชาติรองรับผลการประเมิน
2. เหตุผลสำคัญที่สถานศึกษาต้องการ “ปรับระยะเวลาการติดตามประกันคุณภาพ” คือข้อใด?
ก. เพื่อให้สอดคล้องรอบปีงบประมาณ
ข. เพื่อให้สอดคล้องช่วงเวลาที่สถานศึกษานำผลประเมินไปใช้จริง
ค. เพื่อเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบ
ง. เพื่อลดจำนวนตัวชี้วัดในระบบประเมิน
3. จากบทความ บทบาทหลักของ “สมศ.” แตกต่างจากประกันภายในอย่างไร?
ก. สมศ.ดูปัจจัยและกระบวนการ ส่วนประกันภายในดูผลลัพธ์
ข. สมศ.เน้นผลลัพธ์ด้วยวิธีสุ่มประเมิน ส่วนประกันภายในดูทั้งระบบ
ค. สมศ.ประเมินเฉพาะตัวชี้วัดด้านงบประมาณ
ง. สมศ.เป็นผู้กำหนดหลักสูตรสถานศึกษา
4. หากคุณเป็นผู้บริหารสถานศึกษา สิ่งใดสอดคล้องที่สุดกับข้อเสนอเชิงนโยบายของ สกศ.?
ก. เพิ่มเอกสารการประเมินเพื่อให้สอดคล้องเกณฑ์ทุกฉบับ
ข. ลดภาระงานที่ซ้ำซ้อน และมุ่งให้ระบบประกันคุณภาพเชื่อมโยงผลลัพธ์ผู้เรียน
ค. เน้นให้ครูทำ SAR ทุกเดือนเพื่อติดตามใกล้ชิด
ง. เพิ่มกิจกรรมพิเศษเพื่อปรับเกณฑ์ภายนอกให้ผ่านเร็วขึ้น
5. จากข้อมูลการประเมินกว่า 12,000 แห่ง สิ่งใดเป็น “ปัจจัยเสี่ยง” ต่อคุณภาพสถานศึกษามากที่สุดในระยะยาว?
ก. การผ่านเกณฑ์ทรัพยากรสูงถึง 92%
ข. การใช้ Spot Check โดยสมศ.
ค. การที่บุคลากรยังขาดสมรรถนะด้านประกันคุณภาพและ PLC อ่อนแอ
ง. การมีหลายหน่วยงานร่วมประเมิน
คลิกเฉลย >>>