สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ครูต้องรีบดึง AI มาเป็นผู้ช่วย

บทความโดย วรเชษฐ แซ่เจีย

         เทคโนโลยีและเครื่องมือประเภท Generative AI ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถพูดคุยถาม-ตอบข้อมูลบนโลกอินเทอร์เน็ตหรือฐานข้อมูลเฉพาะได้กำลังอยู่ในกระแสที่ใคร ๆ ต่างก็ให้ความสนใจ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็มีครูจำนวนไม่น้อยที่เริ่มทดลองใช้ในห้องเรียนจริง และนักเรียนบางส่วนเริ่มนำไปใช้ในการทำการบ้านหรือแม้กระทั่งตอบข้อสอบ ทำให้เกิดประเด็นและการถกเถียงเกี่ยวกับการใช้ในโรงเรียนและบทบาทของคนเป็นครูว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป 

AI ได้คืบคลานเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของมนุษย์ (นานแล้ว)

         แม้ส่วนใหญ่จะแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลลบที่อาจเกิดขึ้นและเกิดขึ้นนานแล้ว (เช่น ความไม่ซื่อสัตย์ในการทำงาน ความเสี่ยงต่อการเข้าถึงข้อมูลที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อน) แต่ก็มีนักการศึกษาและผู้พัฒนาจำนวนไม่น้อยมองเห็นช่องทางที่จะใช้เทคโนโลยีนี้ให้เกิดประโยชน์ได้ อย่างน้อยที่สุด AI ก็ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำงานจิปาถะที่อยู่ในกิจวัตรประจำวันของคนทำงานแทนได้ และจำนวนไม่น้อยเราก็ใช้กันอย่างไม่รู้ตัว เช่น การทำนายคำที่จะพิมพ์ต่อไป หรือการแก้ไขการสะกดอัตโนมัติ (หรือ autocorrect) ก็ใช้ความสามารถของ AI เช่นกัน

 ในแง่ของการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร Valerie Strauss จากสำนักข่าว The Washington Post ได้นำเสนอว่า AI มีบทบาทไม่น้อยในการทำให้ข้อมูลข่าวสารผิด ๆ แพร่กระจายบนโลกอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว หรืออาจ "ประกอบสร้าง" (fabricate) แหล่งข้อมูลปลอมมาประกอบข้อความที่ระบบสร้างขึ้นด้วย หากไม่มีการตรวจสอบข้อความ ภาพ และวิดีโอก่อนอาจส่งผลลบต่อผู้ใช้ โดยเฉพาะนักเรียนได้ แต่ในขณะเดียวกัน AI เองก็ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้เช่นกัน หากมีการใส่ข้อความหรือชุดคำสั่ง (prompt) ที่เหมาะสม ก็สามารถทำให้เท่าทันความผิดปกติที่อาจมองข้ามไปได้

 

AI = เครื่องมือการเรียนรู้ + ประตูสู่ความเป็นไปได้

         ปลายทางของเทคโนโลยี AI ในห้องเรียนและในโลกการศึกษาอาจไม่ใช่การประกาศห้ามใช้ทั้งหมด แต่เป็นการเตรียมผู้สอนและผู้เรียนให้รู้เท่าทันและสามารถหยิบจับ AI ขึ้นมาเป็นเครื่องมือและเป็นผู้ช่วยให้เกิดการเรียนรู้และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพราะเราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า AI จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันและโลกของการทำงานของคนทั่วโลกในอนาคตไม่มากก็น้อย

ถึงที่สุดแล้ว AI และเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องได้ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานและการเตรียมการออกแบบและจัดการเรียนรู้ของครูอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนและทำให้เกิดความเป็นไปได้มากมาย หากคุณครูเข้าใจธรรมชาติของเครื่องมือและพิจารณาเลือกใช้อย่างเหมาะสมกับบริบทการทำงานของตนเอง ตัวอย่างเช่น การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีความเฉพาะบุคคล การเพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนและครูผ่านการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในห้องเรียน การปรับบทบาทความรับผิดชอบในการเรียนรู้ให้อยู่ในมือผู้เรียน หนึ่งในคำแนะนำสำคัญคือการจัดให้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ และจุดประสงค์การเรียนรู้ในบทเรียนนั้นต้องมาก่อน

         เมื่อทุกปัจจัยลงตัว…การเรียนรู้ที่ active ย่อมเกิดขึ้นได้ 

แหล่งอ้างอิง

 ที่มา ; EDUCA

สรุปสาระสำคัญ

เทคโนโลยี Generative AI กำลังมีบทบาทสำคัญในวงการศึกษา โดยครูและนักเรียนเริ่มนำมาใช้ทั้งในการเรียนการสอนและการทำงาน ส่งผลให้เกิดทั้งโอกาสและความท้าทาย เช่น ปัญหาความไม่ซื่อสัตย์และความเสี่ยงจากข้อมูลผิดพลาด อย่างไรก็ตาม AI ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่แทรกอยู่ในชีวิตประจำวันมานาน เช่น ระบบแนะนำคำหรือแก้คำอัตโนมัติ

ในด้านข้อมูลข่าวสาร AI อาจทำให้ข้อมูลเท็จแพร่กระจายหรือสร้างแหล่งข้อมูลปลอมได้ หากขาดการตรวจสอบ แต่ในทางกลับกันก็สามารถช่วยตรวจสอบความถูกต้องได้เช่นกัน หากใช้คำสั่งอย่างเหมาะสม

แนวทางสำคัญในอนาคตของการศึกษาไม่ใช่การห้ามใช้ AI แต่คือการพัฒนาครูและผู้เรียนให้รู้เท่าทันและใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ เพื่อเป็นเครื่องมือส่งเสริมการเรียนรู้และการทำงาน ครูควรออกแบบการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับบริบท เช่น การเรียนรู้เฉพาะบุคคล การเพิ่มปฏิสัมพันธ์ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย โดยเน้นให้ “เป้าหมายการเรียนรู้มาก่อนเทคโนโลยี”

หากใช้ AI อย่างเหมาะสม จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้แบบ Active Learning และเปิดโอกาสใหม่ ๆ ในการพัฒนาการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ข้อสอบปรนัย

ข้อ 1 บทความเสนอแนวทางที่เหมาะสมที่สุดเกี่ยวกับการใช้ AI ในโรงเรียนคือข้อใด
ก. ห้ามใช้โดยเด็ดขาด
ข. ใช้แทนครูทั้งหมด
ค. ใช้อย่างรู้เท่าทันและเหมาะสมกับบริบท
ง. จำกัดใช้เฉพาะผู้บริหาร
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นการรู้เท่าทันและใช้ AI เป็นเครื่องมือ

 

ข้อ 2 ความเสี่ยงสำคัญของ AI ตามบทความคือข้อใด
ก. ทำให้ครูตกงานทันที
ข. สร้างข้อมูลผิดหรือปลอมได้
ค. ใช้งานยากเกินไป
ง. ไม่มีประโยชน์ทางการศึกษา
เฉลย: ข
เหตุผล: กล่าวถึงการ fabricate ข้อมูลและข่าวปลอม

 

ข้อ 3 หากครูต้องการใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ ควรทำสิ่งใดก่อน
ก. เลือกโปรแกรมที่ทันสมัย
ข. กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้
ค. ให้เด็กใช้ได้อิสระ
ง. ลดบทบาทตนเอง
เฉลย: ข
เหตุผล: เป้าหมายการเรียนรู้ต้องมาก่อนเทคโนโลยี

 

ข้อ 4 ตัวอย่างการใช้ AI ในชีวิตประจำวันที่บทความกล่าวถึงคือข้อใด
ก. การสร้างข้อสอบ
ข. การสอนออนไลน์
ค. การแก้คำอัตโนมัติ
ง. การวิเคราะห์ผลสอบ
เฉลย: ค
เหตุผล: ยกตัวอย่าง autocorrect

 

ข้อ 5 หากนักเรียนใช้ AI ทำการบ้าน ครูควรจัดการอย่างไร
ก. ลงโทษทันที
ข. ห้ามใช้อย่างเด็ดขาด
ค. สอนการใช้และการอ้างอิงอย่างถูกต้อง
ง. เพิกเฉย
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการรู้เท่าทันและใช้ให้เกิดประโยชน์

 

ข้อ 6 AI สามารถช่วยตรวจสอบข้อมูลได้เมื่อใด
ก. เมื่อใช้โดยไม่คิด
ข. เมื่อใช้คำสั่ง (prompt) อย่างเหมาะสม
ค. เมื่อใช้เฉพาะครู
ง. เมื่อปิดอินเทอร์เน็ต
เฉลย: ข
เหตุผล: การตั้ง prompt มีผลต่อคุณภาพคำตอบ

 

ข้อ 7 บทบาทใหม่ของครูในยุค AI ควรเป็นอย่างไร
ก. ผู้ถ่ายทอดความรู้เพียงอย่างเดียว
ข. ผู้ควบคุมการใช้เทคโนโลยี
ค. ผู้ออกแบบการเรียนรู้และโค้ช
ง. ผู้ตรวจการบ้านเท่านั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: ครูต้องออกแบบการเรียนรู้และส่งเสริมผู้เรียน

 

ข้อ 8 แนวคิด Active Learning จะเกิดขึ้นได้เมื่อใด
ก. ใช้ AI แทนการสอน
ข. ใช้เทคโนโลยีอย่างเดียว
ค. ทุกปัจจัยเหมาะสมและมีเป้าหมายชัด
ง. ลดบทบาทผู้เรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความระบุว่าเมื่อทุกปัจจัยลงตัว

 

ข้อ 9 การใช้ AI เพื่อการเรียนรู้เฉพาะบุคคลสะท้อนแนวคิดใด
ก. การเรียนแบบเดิม
ข. การเรียนรู้ที่เน้นครู
ค. การเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียน
ง. การเรียนแบบท่องจำ
เฉลย: ค
เหตุผล: Personalized learning เน้นผู้เรียน

 

ข้อ 10 ผู้บริหารสถานศึกษาควรตัดสินใจอย่างไรเกี่ยวกับ AI
ก. แบนทั้งหมด
ข. ส่งเสริมแบบไม่มีแนวทาง
ค. กำหนดนโยบายใช้ AI อย่างมีจริยธรรมและเหมาะสม
ง. ใช้เฉพาะงานเอกสาร
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องบริหารเชิงนโยบายและจริยธรรม