สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ก.ค.ศ.เห็นชอบแก้คำสั่งบรรจุแต่งตั้ง ผอ.เขตพื้นที่ฯปี 2565 ใหม่

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตนได้รับข้อร้องเรียนเรื่อง ขอให้ตรวจสอบและดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2565 จากกลุ่มผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกกว่า 50 คน ซึ่งกลุ่มผู้สมัครดังกล่าว พบข้อผิดพลาดที่จะทำให้ไม่มีความเป็นธรรมเกิดขึ้นในการสอบครั้งนี้ เช่น กรณีของนายสุชาติพงษ์ ทรงทอง ผู้เข้าสอบเลขประจำตัว 10506 เป็นผู้สอบได้ลำดับที่ 195 โดยที่คะแนนจากคณะกรรมการสอบสัมภาษ์ณ์ทั้ง 5 คน คนที่ 1 ให้ 46 คะแนน คนที่ 2 ให้ 43 คะแนน คนที่ 3 ให้ 47 คะแนน คนที่ 4 ให้ 50 คะแนน และคนที่ 5 ให้ 46 คะแนน เฉลี่ย 46.40 คะแนน แต่กลับได้คะแนนลดลงเหลือคะแนนตามประกาศผล คะแนนสอบสัมภาษณ์เป็น 45.80 คะแนน ลดลง 0.60 คะแนน ซึ่งส่งผลให้ลำดับถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 195 จากเดิมอยู่ลำดับที่ 184 และอีกส่วนหนึ่งของผู้สมัครที่มีการรวมคะแนนผิดพลาด เป็นต้น 

ปลัด ศธ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้จากข้อร้องเรียนดังกล่าว มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ซึ่งเป็นหน่วยออกข้อสอบและตรวจสอบได้ส่งหนังสือชี้แจงยอมรับว่ามีข้อผิดพลาดเกิดจากกระบวนการตรวจข้อสอบ โดยตนให้มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายเหตุผลทำไมถึงรวมคะแนนผิดและตรวจผิดพลาดจำนวนกี่คน และทำให้ผู้สอบหลุดจากบัญชีไปจำนวนเท่าไหร่ ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่ประชุมคณะอนุกรรการสรรหาฯ ได้ไล่ขั้นตอนและเห็นว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้เราไม่ได้ประกาศยกเลิกการบรรจุแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) จะมีมติเห็นชอบให้มีการแก้ไขคำสั่งบรรจุแต่งตั้งใหม่ ซึ่งมีผู้ได้รับผลกระทบจากการบรรจุแต่งตั้งรอบแรก จำนวน 4 คน รวมถึงบัญชีสำรองลำดับต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดด้วย โดยจากนี้ไปเมื่อมีการแก้ไขคำสั่งบรรจุแต่งตั้งใหม่เกิดขึ้นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะต้องไปดำเนินการต่อไปว่าจะมีวิธีการอย่างไร นอกจากนี้จะมอบอำนาจให้ ก.ค.ศ. ไปดำเนินการฟ้องร้องมหาวิทยาลัยสวนดุสิตด้วย เพราะถือว่าเป็นข้อกำหนดในสัญญาจ้างเมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้นมหาวิทยาลัยสวนดุสิตจะต้องรับผิดชอบ และต่อจากนี้ อาจจะต้องทบททวนการว่าจ้างหน่วยงานการออกข้อสอบและตรวจข้อสอบใหม่ให้มีมาตรฐานกว่าเดิม เนื่องจากการสอบบรรจุต่างๆ ของราชการมีความสำคัญมากจะมีข้อผิดพลาดแบบนี้อีกไม่ได้ 

ปลัด ศธ. เผย ก.ค.ศ. เห็นชอบแก้คำสั่งบรรจุแต่งตั้ง ผอ.เขตพื้นที่ฯ ปี 65 ใหม่ หลังพบเกิดข้อผิดพลาดจากการรวมคะแนนสอบ 

ที่มา ; เดลินิวส์ออนไลน์ 3 เมษายน 2566

ข่าวเดียวกัน

มติ ‘ก.ค.ศ.’ สั่งปลด ‘บิ๊กเขตฯ’ ป้ายแดง 4 ราย หลังมสด.รับตรวจคะแนนผิด

เมื่อวันที่ 3 เมษายน นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่มีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานว่า ที่ประชุมเห็นชอบรายละเอียดการดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และเห็นชอบเพิกถอนรายชื่อผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นการเฉพาะราย 4 ราย เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนว่าคะแนนการสอบผู้อำนวยการพื้นที่ฯ อาจจะมีข้อผิดพลาด ขอให้มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) ในฐานะหน่วยงานจัดสอบและออกข้อสอบ ตรวจสอบข้อมูล และพบว่าคะแนนผู้ที่ร้องเรียนหายไป 1 คะแนนจริง คณะกรรมการสรรหาผู้ดำรงผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ จึงให้ มสด.ทำการตรวจสอบคะแนนใหม่ทั้งหมด พบว่ามีความผิดพลาดในระบบ จึงทำให้ลำดับเพี้ยนไป 4 ราย และให้ทาง มสด.แก้ไข และเสนอที่ประชุม ก.ค.ศ.พิจารณาต่อไป

มสด.ได้เสนอเรื่องดังกล่าวให้ที่ประชุมได้รับทราบ ซึ่งที่ประชุมมีมติแก้ไขคำสั่งบรรจุแต่งตั้งผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ใหม่ และมีมติเห็นชอบเพิกถอนรายชื่อผู้ได้รับการแต่งตั้ง 4 ราย รวมถึงมีมติอนุมัติการบรรจุและแต่งตั้งผู้ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ฯ ตามลำดับที่ได้รับการคัดเลือกใหม่ จำนวน 4 ราย  จากนี้ สพฐ.ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดจะดำเนินการบรรจุและแต่งตั้งตามขั้นตอนต่อไป” นายอรรถพลกล่าว

นายอรรถพลกล่าวต่อว่า ส่วนผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งผิดพลาดไป 4 ราย ก็ยอมรับผลการตรวจสอบคะแนนใหม่ ซึ่งทั้ง 4 ราย จากเดิมที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ จะกลับไปเป็น รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ตามเดิม ขณะเดียวกัน ตนยังได้รับข้อร้องเรียนจากกลุ่มรองผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ขอให้ตรวจสอบและดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ฯ อีกครั้ง ซึ่งกลุ่มผู้สมัครดังกล่าวพบว่าอาจจะมีข้อผิดพลาดที่จะทำให้ไม่มีความเป็นธรรม โดยตนได้รายงานให้ที่ประชุมทราบแล้ว ทั้งนี้ จะมีการทบทวนความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิตอีกครั้ง เพราะเรื่องดังกล่าวถือเป็นความผิดพลาดร้ายแรง แม้มหาวิทยาลัยสวนดุสิตจะทำหนังสือยอมรับผิดและยินดีชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ที่ประชุมได้มอบหมายให้ ก.ค.ศ.ไปดำเนินการทางกฎหมายเพื่อร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นต่อไป 

 

ข่าวเกี่ยวกัน

ตรีนุช’ ห่วง ตั้ง ‘ผอ.เขตฯ’ วุ่น กลุ่มเสียสิทธิจ่อฟ้อง ‘อรรถพล’ ย้ำ ผิดที่ระบบไม่ใช่การทุจริต 

เมื่อวันที่ 4 เมษายน นายอรรถพล  สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เมื่อเร็วๆ นี้มีมติเห็นชอบเพิกถอนรายชื่อผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นการเฉพาะราย 4 ราย เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) มีการรวมคะแนนสอบภาค ค สอบสัมภาษณ์ผิดพลาดไป 1 คะแนนนั้น เรื่องนี้ส่งผลให้ลำดับคะแนนคลาดเคลื่อน ดังนั้นจึงต้องมีการแก้ไขโดยให้ผู้ที่คะแนนในลำดับที่สูงกว่า 4 ราย ได้รับการบรรจุ ส่วนผู้ที่ถูกเพิกถอน 4 รายนั้นได้มีการเจรจา เพื่อหาแนวทางเยียวยา โดย 1 ราย นายอัมพร  พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ให้มาช่วยราชการที่ส่วนกลาง ส่วนอีก 3 ราย ให้กลับไปเป็นรองผู้อำนวยการ สพท. เพื่อรอบรรจุแต่งตั้งอีกครั้งในเดือนตุลาคม 2566

นายอรรถพลกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามการรวมคะแนนผิดพลาดครั้งนี้ ส่งผลให้ลำดับการแต่งตั้งและการขึ้นบัญชี คลาดเคลื่อนทั้งหมด แน่นอนว่า ต้องมีผู้เสียสิทธิ โดยเมื่อเร็วๆ นี้กลุ่มรองผู้อำนวยการ สพท. ที่คิดว่าตัวเองเสียสิทธิ ก็ได้มายื่นหนังสือร้องเรียน และขอให้มีการตรวจสอบและยกเลิกการบรรจุแต่งตั้งผู้อำนวยการ สพท. ที่ดำเนินการไปในปี 2565 และทราบว่า จะมีผู้ที่เสียสิทธิไปร้องศาลปกครอง ซึ่งถือเป็นสิทธิ สามารถดำเนินการได้

เรื่องนี้ อยู่ระหว่างการทำความเข้าใจ กับผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่อยากย้ำว่า ความผิดพลาดครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องของการทุจริต แต่เป็นความผิดพลาดในการรวมคะแนน ผมและคณะกรรมการคัดเลือกทั้ง 7 คน ได้รายงานเรื่องนี้ ให้ น.ส.ตรีนุช  เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. รับทราบแล้ว ซึ่ง น.ส.ตรีนุชก็เป็นห่วง ทั้งนี้หากมีการฟ้องร้อง คณะกรรมการทั้ง 7 คนก็ต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นผู้ออกหลักเกณฑ์การคัดเลือกขึ้นมา ในส่วนของสำนักงานปลัด ศธ. ได้สั่งการให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ไปดำเนินการเรียกร้องความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทาง มสด.ในฐานะผู้ว่าจ้าง ส่วนสำนักงานปลัด ศธ. ก็จะตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ต่อไป” ปลัด ศธ.กล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์  วันที่ 4 เมษายน 2566  

ข่าวเกี่ยวกัน

ม.สวนดุสิต’แถลงการณ์ยอมรับผิด ตรวจคะแนนสอบ‘ผอ.สพท.’คลาดเคลื่อน

4 เมษายน 2566 รองศาสตราจารย์ ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ออกแถลงการณ์ ว่า ตามที่ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้รับจ้างเหมาดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ. 2565 โดยได้มีการดำเนินงานตามกระบวนการคัดเลือกฯ ตามขอบเขตของงานจ้างเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565 ภายหลังจากได้มีการประกาศบัญชีผู้ผ่านการคัดเลือกฯ สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ขอให้มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ตรวจสอบคะแนนผลการประเมินภาค ค การสัมภาษณ์ ของผู้ได้รับคัดเลือกรายหนึ่งซึ่งขอให้เปิดเผยคะแนนการคัดเลือกฯว่ามีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงหรือไม่ 

เมื่อมหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว พบว่า คะแนนผลการประเมินภาค ค การสัมภาษณ์ ของผู้ได้รับการคัดเลือกรายดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนจริง จึงได้ทำการตรวจสอบคะแนนประเมินภาค ก ภาค ข และภาค ค ของผู้เข้ารับการคัดเลือกทุกรายใหม่ 

ข้อเท็จจริงปรากฏว่า เฉพาะคะแนนผลการประเมินภาค ค การสัมภาษณ์ ของผู้เข้ารับการคัดเลือกฯ ที่คลาดเคลื่อนไม่ตรงกับข้อมูลในบัญชีคะแนนที่ส่งมอบงานจ้างให้แก่สำนักงาน ก.ค.ศ. โดยสาเหตุเกิดจาก ผู้ประมวลผลคะแนนของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการดึงข้อมูลคะแนนการสัมภาษณ์ของกรรมการคนที่ 2 มาเป็นคะแนนการสัมภาษณ์ของกรรมการคนที่ 1 ทำให้คะแนนประเมินภาคความเหมาะสม กับตำแหน่ง (ภาค ค) เฉพาะในส่วนคะแนนสัมภาษณ์ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้คะแนนรวมภาค ก ภาค ข และภาค ค ของผู้เข้ารับการคัดเลือกส่วนใหญ่เกิดความคลาดเคลื่อน และทำให้ลำดับที่ของผู้ผ่านการคัดเลือกฯ มีการเปลี่ยนแปลง โดยมีทั้งผู้ที่ได้ลำดับที่คงเดิม สูงขึ้น และลดลง

หลังจากที่ได้ทราบเหตุแล้ว มหาวิทยาลัยสวนดุสิตมิได้เพิกเฉย โดยได้เร่งดำเนินการตรวจสอบคะแนนภาค ก ภาค ข และภาค ค ตลอดจนประมวลผลการคัดเลือกใหม่ทั้งระบบ และได้ทำหนังสือชี้แจงแจ้งต่อสำนักงาน ก.ค.ศ. ทันที 

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ดำเนินการแก้ไขความชำรุดบกพร่องของงานจ้าง และส่งมอบผลการประเมินที่ถูกต้องทั้งระบบตามเงื่อนไขในขอบเขตของงานจ้างให้แก่สำนักงาน ก.ค.ศ. เมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2566

จากเหตุดังกล่าว ถือเป็นความผิดพลาดบกพร่องของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ซึ่งเกิดผลกระทบต่อหลายฝ่ายมหาวิทยาลัยฯ ยอมรับในความผิดพลาดดังกล่าวนี้ และยินดีร่วมมือในการแก้ไขข้อบกพร่องตามมติของคณะกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสำนักงาน ก.ค.ศ. ในทุกกระบวนการ

ในการนี้ มหาวิทยาลัยฯ ขออภัยเป็นอย่างสูงต่อผู้เข้ารับการคัดเลือกที่ได้รับผลกระทบ คณะกรรมการสรรหาฯ และสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงาน ก.ค.ศ. ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยจะปรับปรุงการดำเนินงานให้มีความรอบคอบ รัดกุมและเพิ่มความระมัดระวังในการตรวจสอบ เพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

 

ที่มา ; แนวหน้า วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566 

 

ข่าวเกี่ยวกัน

อัมพร’ ประชุมเขตพื้นที่ฯทั่วประเทศ เคลียร์ปม มสด.ตรวจคะแนนพลาด เผยเยียวยา 8 คน ได้รับผลกระทบแล้ว

เมื่อวันที่ 5 เมษายน นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ผ่าน Video Conference  ว่า ตนได้ชี้แจงผลกระทบจากที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เมื่อเร็วๆ นี้ มีมติเห็นชอบเพิกถอนรายชื่อผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นการเฉพาะราย 4 ราย เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) มีการรวมคะแนนสอบภาค ค สอบสัมภาษณ์ผิดพลาดไป 1 คะแนนนั้น ว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบแค่ 8 คนเท่านั้น คือ ผู้ถูกเพิกถอน 4 ราย และผู้ได้รับการแต่งตั้งใหม่ 4 ราย ซึ่งทั้ง 8 คน ได้รับการเยียวยาจนเป็นที่พอใจแล้ว และตัดสินใจที่จะไม่ฟ้องร้อง

ความผิดพลาดครั้งนี้มาจากการดำเนินงานของ มสด. ที่เป็นผู้รับจ้างจัดสอบและออกข้อสอบ โดยมี ก.ค.ศ. เป็นผู้ว่าจ้าง ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีหน้าที่บรรจุผู้สอบผ่านตามบัญชีที่คณะกรรมการสรรหาผู้ดำรงผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ออกประกาศ โดย สพฐ.ทำการบรรจุตั้งแต่งตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2565 แล้ว ยอมรับว่ากรณีที่เกิดขึ้น อาจจะมีคนที่ไม่มีความมั่นในกับผลสอบครั้งนี้ ซึ่งผมได้พูดคุยกับ ก.ค.ศ.แล้วจะต้องเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่มั่นใจเข้ามาตรวจสอบคะแนนของตน แต่เมื่อตรวจสอบและพบข้อเท็จจริงแล้ว ขอให้ทุกคนยอมรับความเป็นจริงด้วย” นายอัมพร กล่าว

นายอัมพร กล่าวต่อว่า ส่วนจะทำความเข้าใจกับผู้ที่เสียสิทธิและจะไปฟ้องศาลปกครอง เพื่อขอให้ดำเนินการยกเลิกและสอบบรรจุใหม่หรือไม่นั้น เรื่องนี้ถือเป็นสิทธิของแต่ละบุคคล หากมีการฟ้องศาลจริง ก็ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามดุลพินิจของศาล แต่ในส่วนของ สพฐ.นั้น เป็นเพียงผู้ใช้บัญชีและปฏิบัติตามระเบียบขั้นตอนที่ ก.ค.ศ.วางไว้เท่านั้น

นายอัมพร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ มอบหมายให้เขตพื้นที่ฯ วิเคราะห์ผลการดำเนินจัดการศึกษาด้านโอกาสของนักเรียนหลังจากจบปีการศึกษา 2565 ว่า มีเด็กสามารถเลื่อนชั้นได้ครบทุกคนหรือไม่ มีเด็กกี่คนที่ไม่สามารถเลื่อนชั้นได้ ดำเนินการช่วยเหลือเด็กที่ไม่สามารถเลื่อนชั้นได้อย่างไร ส่งต่อเด็กในปีการศึกษา 2566 อย่างไร และมีเด็กออกกลางคันหรือไม่ หากพบแล้วดำเนินการช่วยเหลืออย่างไร พร้อมกับให้เขตพื้นที่ฯ ทำการวิเคราะห์ว่าใน 1 ปีที่ผ่านมา จากที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดทำคู่มือความปลอดภัยในสถานศึกษาให้โรงเรียนไปปฏิบัติตาม มีโรงเรียนกี่แห่งที่สามารถปฏิบัติตามได้ดี ประสบความสำเร็จ มีโรงเรียนกี่แห่งที่ยังมีปัญหา และปีหน้าจะปรับเปลี่ยนอย่างไรเพื่อสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา  นอกจากนี้มอบหมายให้เขตพื้นที่ฯ จัดทำแผนเตรียมการรับมือเปิดเทอม 1 ปีการศึกษา 2566 โดยเฉพาะการเตรียมคน ที่จะต้องหาครูให้ครบชั้น และให้โรงเรียนทุกแห่งมีผู้อำนวยโรงเรียน รวมทั้งการเตรียมอุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน และอุปกรณ์การเรียนต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมเพื่อจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนอย่างดีที่สุด

มติชนออนไลน์ วันที่ 5 เมษายน 2566

 

เกี่ยวข้องกัน

เสียงครวญจาก รอง ผอ.สพท."ดร.ประดู่ นามเหลา" 

 

ก.ค.ศ.แก้ไขบัญชีลำดับที่บรรจุและแต่งตั้ง ผอ.เขตฯ "ยังไม่ถึงตอนอวสาน..."

EduGuide 4.0 นำเสนอข้อเขียนสะท้อนความรู้สึกของ ดร.ประดู่ นามเหลา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 ในฐานะประธานกลุ่ม “เพื่อการศึกษา ข้าของแผ่นดิน” เกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ผ่านมา 

ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากที่มีผู้ร้องเรียนว่าคะแนนการสอบคัดเลือกครั้งที่ผ่านมาอาจผิดพลาด สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) จึงขอให้มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) ผู้จัดสอบและออกข้อสอบ ตรวจสอบข้อมูลใหม่ และพบว่าคะแนนผู้ที่ร้องเรียนหายไป 1 คะแนนจริง 

กระทั่งที่ประชุมคณะกรรมการ ก.ค.ศ.ครั้งที่ 4/2566 เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2566 ได้เห็นชอบการเพิกถอนรายชื่อผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท. ปี พ.ศ.2565 เป็นการเฉพาะราย 4 คน ตามด้วยการอนุมัติเปลี่ยนตำแหน่ง ผอ.สพท.ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรอง ผอ.สพท. ณ สพท.ใหม่ จำนวน 4 คน และอนุมัติการบรรจุและแต่งตั้งผู้ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท. ตามลำดับบัญชีผู้ที่ได้รับการคัดเลือกใหม่ จำนวน 4 คน 

ทั้งนี้ ดร.ประดู่ นามเหลา ตั้งชื่อเรื่องว่า “จากวันนั้น จวบวันนี้” การศึกษาไทยไม่ดีขึ้น เพราะอะไร??? พร้อมกับเขียนอธิบายความว่า "เหตุการณ์นี้ ทำให้ต้องฉุกคิดถึงเด็กน้อยตาดำๆ ที่กำลังจะเป็นอนาคตของชาติ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ถ้าบ้านหลังที่สอง (โรงเรียน) หรือผู้อบรมสั่งสอนที่เรียกว่า “ครู” หรือ “นักการศึกษา” ไม่จริงใจที่จะฟูมฟักด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครู 

ถ้าย้อนไป 6 เดือนก่อนหน้านี้ วงการศึกษามีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพื้นที่

เนื่องด้วยตำแหน่ง “ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา” ทั้งเขตประถม และเขตมัธยม ว่างจากการเกษียณอายุราชการจำนวนมาก กระทรวงศึกษาธิการ นำโดย ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในช่วงดำเนินการขณะนั้น มี ดร.สุภัทร จำปาทอง (ปลัดกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น) เป็นหัวเรือใหญ่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดย ดร.อัมพร พินะสา ผู้คร่ำวอดในวงการศึกษา และมักพูดเสมอว่าตนเติบโตจากพื้นที่ ย่อมเข้าใจบริบทพื้นที่ และครูอย่างดียิ่ง หน่วยงานสำคัญที่คงลืมไม่ได้เลย คือ สำนักงาน ก.ค.ศ. โดยผู้นำซึ่งมีความมั่นใจในทุกเรื่อง ดร.ประวิต เอราวรรณ์ 

ทั้งหมดเป็นผู้ทรงซึ่งความรู้และอำนาจได้ร่วมกันดำเนินการเปลี่ยนแปลงการศึกษาครั้งใหญ่ และสั่นสะเทือนไปทั้งวงการ ดังนี้ 

1.กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมกำหนดหลักสูตรการคัดเลือกแนบท้ายหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกฯดังกล่าว โดยมีการกำหนดคะแนนในแต่ละองค์ประกอบ และกำหนดตัวชี้วัดแต่ละองค์ประกอบ แต่มิได้กำหนดค่าคะแนนไว้ 

2.ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลฯตามข้อ 1 ให้บรรดาเหล่านักการศึกษา ทราบโดยทั่วกัน (หนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ.ที่ ศธ 0206.6/12 ลว. 11 พฤษภาคม 2565) 

3.ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยแนบหลักสูตรการคัดเลือกที่แนบท้าย ว 12/2565 ไว้ในครั้งเดียวกัน ซึ่งก็ยังคงกำหนดเพียงค่าคะแนนในแต่ละองค์ประกอบ และกำหนดตัวชี้วัดแต่ละองค์ประกอบ แต่มิได้กำหนดค่าคะแนนของแต่ละตัวชี้วัดไว้ (ประกาศ ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2565) 

การประกาศทั้งหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคล ตาม ว 12/2565 รวมทั้งการประกาศรับสมัครฯ ทำให้ผู้มีคุณสมบัติที่จะสมัครทุกราย (รอง ผอ.เขต และ ผอ.ร.ร.) เข้าใจได้ว่าการได้มาซึ่งคะแนนจะพิจารณาเป็นภาพรวมตามองค์ประกอบที่ได้มีการกำหนดค่าคะแนนไว้ โดยต้องให้มีเนื้อหาสาระตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ภายใต้องค์ประกอบนั้นๆ 

4.ผู้สมัครสอบทุกรายเข้าสู่กระบวนการสอบคัดเลือกฯอย่างเชื่อใจแบบสนิทว่า หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกฯ ว12/2565 ประกาศรับสมัครฯ และหลักสูตรแนบท้าย ที่จะใช้ในการคัดเลือก ถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมกับผู้สมัครทุกราย 

5.เมื่อกระบวนการสอบคัดเลือกเสร็จสิ้น ได้มีประกาศคณะกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท. เรื่องรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท. ประกาศ ณ วันที่ 1 กันยายน 2565 โดยเรียงลำดับผู้ที่ได้คะแนนมากที่สุดไปหาผู้ที่ได้คะแนนน้อยที่สุด 

จากการพิจารณารายชื่อ เอ๊ะ!ที่ 1 เหตุใดคนที่ได้ลำดับต้นๆ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน เอ๊ะ!ที่ 2 เหตุใดรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ยังมีอายุน้อยและอาวุโสน้อย ถึงอยู่ในลำดับต้นๆ ที่จะได้รับการบรรจุ และ เอ๊ะ!ที่ 3 ซึ่งไม่คิดจะเชื่อ คือข่าวลือที่หนาหู “มีการกล่าวหามีการเรียกรับผลประโยชน์ตอบแทนเพื่อแลกกับตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา”  

1.ผู้ผ่านการคัดเลือกฯจำนวนหลายรายยื่นหนังสือไปยังประธานคณะกรรมการสรรหาฯ ส่งผ่านทางสำนักงาน ก.ค.ศ.เพื่อขอดูผลคะแนนสอบในแต่ละภาค (ภาค ก ภาค ข และ ภาค ค) ซึ่งได้รับเพียงผลคะแนนสอบโดยรวมของแต่ละภาคการสอบ เป็นรายบุคคล ซึ่งไม่มีรายละเอียดที่เพียงพอที่จะใช้ในการวิเคราะห์ผลและพัฒนาต่อยอด 

2.ผู้ผ่านการคัดเลือกฯขอดูผลคะแนนเป็นรายองค์ประกอบ รายตัวชี้วัด ที่คณะกรรมการแต่ละคนทำการประเมิน โดยขอดูเฉพาะของตนเอง แต่ได้รับการปฏิเสธและยืนยันว่า มติคณะกรรมการสรรหาฯไม่ให้เปิดเผยข้อมูล โดยอ้างการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร พ.ศ.2540 หากผู้ขอดูผลคะแนนไม่พอใจ ให้ดำเนินการอุทธรณ์ และยืนยันอย่างต่อเนื่องเสมอมาว่า การดำเนินการจัดสอบคัดเลือกฯ ดำเนินการโดยยึดหลักบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี มีความถูกต้อง สุจริต โปร่งใส ยึดหลักคุณธรรม ตรวจสอบได้ 

3.ผู้ผ่านการคัดเลือกฯได้ดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีคำวินิจฉัยให้คณะกรรมการสรรหาฯ และสำนักงาน ก.ค.ศ.เปิดเผยข้อมูลคะแนนรายบุคคล รายองค์ประกอบ รายตัวชี้วัด หลักเกณฑ์การให้คะแนน และเอกสารที่เกี่ยวข้องทุกรายการ ทำให้ทราบว่า คะแนนมีความผิดปกติ และมีความผิดพลาด โดยมีผลต่อการประกาศลำดับรายชื่อของผู้ผ่านการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท. 

4.เมื่อพบความผิดปกติ ซึ่งเกิดจากความผิดพลาดของผู้ดำเนินการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสอบคัดเลือกฯครั้งนี้ จึงทำหนังสือถึงประธานคณะกรรมการสรรหาฯ ขอให้ทบทวนคะแนนการสอบ ทั้งภาค ก ภาค ข และ ภาค ค พร้อมกับการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้ง ป.ป.ช.เพื่อขอให้ตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริง และความกระจ่างแก่ผู้ผ่านการคัดเลือกทุกราย 

5.ในการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง และส่วนภูมิภาค ศาลปกครองได้รับฟ้องตามประเด็นที่ผู้ผ่านการคัดเลือกยื่นฟ้องในหลายประเด็น และส่งให้ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งประกอบไปด้วย คณะกรรมการสรรหาฯ คณะกรรมการประเมิน สำนักงาน ก.ค.ศ. และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาชั้นพื้นฐาน รวมทั้งเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชี้แจงและคำให้การพร้อมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับมูลฟ้อง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการให้การเพิ่มเติมของผู้ถูกฟ้องคดี และการคัดค้านคำให้การของผู้ฟ้องคดี ซึ่งคิดว่าคงไม่ช้าจะได้รู้ข้อเท็จจริงว่า ถูก ผิดอย่างไร 

6.ยังไม่ทันจะถึงตอนอวสาน ฟ้ามีตา ดลบันดาลให้คณะกรรมการสรรหาฯ จับมือมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ออกมายอมรับว่ามีการรวมคะแนนผิด ทำให้อันดับที่ของผู้ได้รับการคัดเลือกผิดพลาด ตามประกาศฯเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2566 และวันที่ 3 เมษายน 2566 ได้นำเข้าที่ประชุม ก.ค.ศ. แล้ววันเดียวกัน สพฐ.ก็ออกคำสั่งเปลี่ยนตำแหน่ง ผอ.สพท. ย้ายและแต่งตั้งรองผอ.สพท.รวมจำนวน 8 ราย ที่ได้รับผลกระทบจากความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งสื่อหลายแขนงได้ประโคมข่าวอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น 

สิ่งที่แปลก! และฉงนในใจของนักการศึกษาทั้งวงการ ณ ตอนนี้ 

1.การประกาศแก้ไขรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท.ของคณะกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท. ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 โดย “ไม่ผ่านมติที่ประชุม ก.ค.ศ. ได้หรือไม่?” ซึ่งอาจ “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” ก็เป็นไปได้ 

2.มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (ผู้รับจ้าง) และสำนักงาน ก.ค.ศ. (ผู้ว่าจ้าง) การดำเนินการสอบที่ผิดพลาดจนเสร็จสิ้น และส่งมอบการจ้างแก่ผู้ว่าจ้าง (สำนักงาน ก.ค.ศ.) ตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าจ้างจะต้องพึงระวัง ทำการควบคุม ตรวจสอบการดำเนินการให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง ไม่เกิดผลเสียหายแก่ราชการ จึงจะตรวจรับงานจ้าง และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งคู่แค่ออกมารับผิด แล้วขออภัย พร้อมทั้งสัญญาจะไม่ทำผิดพลาดอีก 

ทั้งนี้ สังคมฝากคำถามตัวโตๆ เสียงดังๆ ว่า “จะไม่มีใครรับโทษอะไรเลยจริงหรือ” และ “การแก้ไขลำดับที่ จัดเรียงรายชื่อใหม่ มีความถูกต้อง เชื่อถือได้หรือไม่” 

3.สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ออกคำสั่งเปลี่ยนตำแหน่ง ผอ.สพท. รวมทั้งคำสั่งย้ายและแต่งตั้งรอง ผอ.สพท.รวมจำนวน 8 ราย ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2566 พร้อมๆ กับ ก.ค.ศ.กำลังประชุมพิจารณาอยู่ แล้วออกคำสั่งทันที 

การออกคำสั่งที่สลับ สับสน รีบร้อน พิมพ์ผิด พิมพ์ถูก “จะรีบไปไหน” 

4.ผลคะแนนที่ใช้ในการประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท. ณ วันที่ 1 กันยายน 2565 และประกาศแก้ไขรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท. ของคณะกรรมการสรรหาฯ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 

มีรายละเอียดความเหมือน ความแตกต่าง และคลาดเคลื่อนของคะแนนรายบุคคลของทั้ง 2 ประกาศ อย่างไรบ้าง” 

5.คณะกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท. และสำนักงาน ก.ค.ศ.ได้ปฏิบัติตามประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลฯ ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ.ที่ ศธ 0206.6/12 ลว. 11 พฤษภาคม 2565 หรือไม่ 

คณะกรรมการสรรหาฯมอบสำนักงาน ก.ค.ศ.เป็นผู้ดำเนินการสอบครั้งนี้ ถูกต้องหรือไม่” 

6.จากการตรวจสอบผลคะแนนที่มาของประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท. ณ วันที่ 1 กันยายน 2565 มีความผิดพลาดหลายราย หลายจุด หลายภาค หลายส่วน 

คณะกรรมการสรรหาฯ, สำนักงาน ก.ค.ศ., สพฐ., ประธาน ก.ค.ศ. จะแก้ไขอย่างไร” 

7.การปฏิบัติของคณะกรรมการสรรหาฯ ที่มอบให้คณะกรรมการประเมินภาค ข และภาค ค เป็นผู้กำหนดตัวชี้วัด และเกณฑ์การให้คะแนนในแต่ละตัวชี้วัด เป็นการปฏิบัติที่ขัดกับประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลฯ ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ.ที่ ศธ 0206.6/12 ลว. 11 พฤษภาคม 2565 เป็นการไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเจตนาแห่งกฎหมายแม่บทหรือไม่ 

8.จากประกาศรับสมัครฯ ไม่ได้มีการแจ้งค่าน้ำหนักคะแนนในแต่ละตัวชี้วัด หากคณะกรรมการประเมินภาค ข และภาค ค จะประเมินควรพิจารณาให้คะแนนในภาพรวมของแต่ละองค์ประกอบตามที่ได้แจ้งไว้ในประกาศรับสมัคร แต่คณะกรรมการสรรหาฯได้มอบให้คณะกรรมการประเมินภาค ข และภาค ค เป็นผู้กำหนดตัวชี้วัด และเกณฑ์การให้คะแนนในแต่ละตัวชี้วัด 

ซึ่งขัดแย้งกับประกาศรับสมัครฯอย่างชัดเจน”, “ประกาศอีกอย่าง ปฏิบัติอีกอย่าง” แอบไปบอกใครน๊า 

9.สพฐ. “ไม่ปฏิบัติ” ตามประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลฯ ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ.ที่ ศธ 0206.6/12 ลว. 11 พฤษภาคม 2565 ข้อ 10 วรรคสอง ที่กำหนดไว้ว่า “ทั้งนี้ ให้มีการพัฒนาผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามที่ส่วนราชการกำหนด” ซึ่งส่งผลทำให้ตำแหน่ง ผอ.สพท. ซึ่งเป็นตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดในเขตพื้นที่การศึกษา มีอำนาจหน้าที่สำคัญในการเป็นผู้นำการบริหารจัดการศึกษา และขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาสู่การปฏิบัติในเขตพื้นที่การศึกษา “ไม่ได้รับการพัฒนาก่อนแต่งตั้ง” 

10.คณาจารย์ ศิษย์เก่า และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต “คิดอย่างไรกับความผิดพลาดของมหาวิทยาลัยในการสอบ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา แค่ 500 คน” ล่าสุดสอบรอง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา 2,000 กว่าคน ประกาศรายชื่อแล้วรอการบรรจุแต่งตั้ง จะไม่ผิดพลาดนะจ๊ะ “ความน่าเชื่อถือ เกียรติยศ ศักดิ์ศรี ชื่อเสียง คุณค่าที่สั่งสมมาช้านานของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต จะคืนกลับมาได้อย่างไร” 

11.ประกาศแก้ไขลำดับใหม่ ทำให้ ผอ.สพท.บัญชีแรกเสียสิทธิ์การเลือก สพท.ที่จะบรรจุ มหาวิทยาลัยสวนดุสิตจัดลำดับใหม่ ไม่ได้เลือกใหม่ “ต้องยินยอมโดยศิโรราบ...เพราะอะไร” 

12.ว่าที่ ผอ.สพท.บัญชีแรกที่มีสิทธิ์ได้รับการบรรจุรอบกันยายน ตุลาคมนี้ ต้องฝันสลายจากลำดับที่ประกาศแก้ไข เลื่อนรูดไปไกลเลย “จะไม่เดือดร้อนเลยหรอ” จิตใจเข้มแข็ง รับได้หรือ ?????? 

13.บรรจุเป็น ผอ.เขตพื้นที่ไปแล้วกว่าครึ่งปี ออกคำสั่ง อนุมัติ อนุญาต ทำนิติกรรมสัญญา ผูกพันกับใครไว้ไหม จะมีผลต่อเนื่อง หรือเป็นโมฆะ จะเสียหายกับราชการเท่าไหร่ ที่ลงนามไปแล้ว จะถูกร้องเรียนไหม หรือจะเป็นโมฆียะไหม โอ๊ยยยยย ใครจะรับผิดชอบบบบบ" 

ที่มา ; EduguideNews

 

ข้อมูลประกอบ 

คำสั่งบรรจุแต่งตั้ง(เปลี่ยนตำแหน่ง) รอง ผอ.สพท. ปี 2566

#ประกาศขึ้นบัญชี รายชื่อเดิม

https://1drv.ms/b/s!Ao4XB7Z2rETF3QfWlYDliP5Vlyd1?e=qDmXfN

#ประกาศขึ้นบัญชี รายชื่อใหม่

https://1drv.ms/b/s!Ao4XB7Z2rETF3QjkLDxX5-fshScT?e=0sQfCm

#คำสั่งแต่งตั้งเดิม (77 ราย ลำดับที่ 1-77)

https://drive.google.com/.../1NmLYnAjv2Zw7ve4faZjddzt5xKk...

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น