สมาชิกเข้าสู่ระบบ

‘เอกชัย’ ห่วงระบบตั๋วครูมีปัญหา หลัง ‘กมว.’ หมดวาระ

ดร.เอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) เปิดเผยว่า ในการประชุม กมว.เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเสนอให้ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษในการดำเนินการจัดทำ (ร่าง) มาตรฐานวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษ ที่ผ่านมาคุรุสภาสภาได้จัดประชุมผู้แทนคณะอนุกรรมการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษ จำนวน 2 ครั้ง เพื่อยกร่างมาตรฐานวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษ โดยกำหนดให้ร่างดังกล่าวประกอบด้วย 3 กลุ่ม ได้แก่ บุคคลพิการ บุคคลที่มีความสามารถพิเศษ และบุคคลที่ด้อยโอกาส โดยมอบผู้แทนคณะอนุกรรมการฯ ปรับปรุงแก้ไขร่างมาตรฐานวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษต่อไป ส่วนการแก้ไขข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ.2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อยู่ระหว่างดำเนินการ เชื่อว่าคณะกรรมการคุรุสภาจะพิจารณา และประกาศใช้ต่อไป 

ดร.เอกชัยกล่าวต่อว่า ในเดือนกันยายนนี้ กมว.จะหมดวาระแล้ว โดยนายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) รักษาการเลขาธิการคุรุสภา พยายามจะผลักดันให้การสรรหาเลขาคุรุสภาควบคู่กันไปกับการตั้งประธาน กมว.และคณะกรรมการ กมว.ชุดใหม่ เพื่อให้ได้เลขาธิการคุรุสภา และ กมว.ชุดใหม่พร้อมกัน ซึ่งจะทำให้ทำงานพร้อมกันต่อไปได้ทันที ทั้งนี้ การตั้งประธาน กมว.จะต้องยึดคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 11/2561 ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 เรื่องการแก้ไของค์ประกอบของ กมว.ตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา คือให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นคนแต่งตั้ง ส่วนกรรมการ กมว.ทางคณะกรรมการคุรุสภาจะเป็นผู้แต่งตั้ง 

สิ่งที่ผมกังวล คือระบบการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ อาจมีปัญหา ที่คณะอนุกรรมการปรับปรุงการออกและต่อใบอนุญาตฯ อยู่ระหว่างพิจารณา แต่มีคณะกรรมการบางคนมองว่าผู้ที่ไม่จบคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ควรได้รับใบอนุญาตให้ทำหน้าที่ครูได้ และค่อยไปผ่านกระบวนการพัฒนา และเข้าสอบขอรับใบอนุญาตฯ ครูต่อไป ถ้าเป็นเช่นนั้น อาจกระทบต่อคุณภาพครูในอนาคต เพราะคนกลุ่มนี้ไม่ได้ผ่านกระบวนการเรียนรู้วิชาชีพครู กลับได้ใบอนุญาตทำหน้าที่ครูได้ทันที นอกจากนี้ ผมห่วงว่าหากมีการอนุญาตให้คนเหล่านี้ต่ออายุใบอนุญาตทำหน้าที่ครูต่อไปเรื่อย ๆ จะทำให้คนเหล่านี้ไม่สนใจเข้าสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ อีก จึงอยากจะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบด้วย” ดร.เอกชัย กล่าว 

ข่าวเกี่ยวกัน

สช.’ ตั้งคณะทำงานวางระบบช่วยแม่พิมพ์ร.ร.เอกชน ขอ ‘ตั๋วครูชั้นสูง’

 

นายมณฑล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ประกาศฉบับดังกล่าว ได้ปรับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาพการทำงานในปัจจุบัน จากเดิมการเบิกจ่ายค่าอาหารกลางวันให้โรงเรียนเอกชน จะดำเนินการผ่านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) แต่ปัจจุบันเรามีศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) แล้ว ดังนั้น ในประกาศฉบับใหม่ ก็จะปรับการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนอาหารกลางวันไปที่ ศธจ.เพื่อให้ ศธจ.กระจายให้โรงเรียนเอกชนในพื้นที่ต่อไป ทั้งนี้ สช.จะดำเนินการปรับแผนการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อนำเงินมาสนับสนุนค่าอาหารกลางวันให้นักเรียนในสังกัด สช. ตามประกาศฉบับใหม่ต่อไป เบื้องต้น สช.จะต้องเพิ่มเงินอุดหนุนอาหารกลางวัน ตามอัตราใหม่ที่ ครม.อนุมัติ ประมาณ 103 ล้านบาท 

เลขาธิการ กช. กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ฝากให้ สช. ไปดูเรื่อง ใบประกอบวิชาชีพครู ตามข้อบังคับคุรุสภา ว่า ด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ.2565 ที่แบ่งใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่ครู เป็น 3 ระดับ คือ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้น และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูง ที่อาจจะกระทบกับโรงเรียนเอกชน เนื่องจาก ข้อบังคับคุรุสภา กำหนดไว้ว่า ผู้ที่ยื่นคำขอมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพชั้นสูง ได้จะต้องเป็นผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และมีวิทยฐานะตั้งแต่ระดับชำนาญการ หรือเทียบเท่าขึ้นไป ก่อนวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับนั้น ซึ่งส่งผลกระทบกับครูโรงเรียนเอกชน เพราะครูเอกชน ไม่มีวิทยฐานะเหมือนกับครูของรัฐ 

ที่ผ่านมาผมได้หารือกับ นางอมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภาแล้ว ซึ่งทางคุรุสภาได้เสนอแนวทางและแนะนำให้ สช.ไปพิจารณาวางเกณฑ์ใหม่ โดยให้ดูว่าควรจะมีเกณฑ์ใดบ้างที่จะทำให้ครูเอกชนสามารถนำไปเทียบระดับชำนาญการของครูรัฐได้ ซึ่ง สช.ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อวางระบบประเมินให้ครูเอกชน เพื่อให้ครูเอกชนสามารถนำผลประเมินนี้ ไปเทียบกับระบบวิทยฐานะและยื่นขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพชั้นสูงได้ ” นายมณฑล กล่าว 

 

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น