สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M351_ต่างชาติทึ่งไทยดูแลเด็กปฐมวัยไปไกลกว่าหลายประเทศ

21พ.ย.2565- ดร.อรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมภาคพื้นเอเชียและยุโรปว่าด้วยเรื่องการดูแลเด็กปฐมวัย ที่ประเทศอุซเบกิสถาน เมื่อเร็วๆนี้นั้น ที่ประชุมได้มีการหารือถึงความสำคัญของสิทธิเด็กในด้านต่างๆ ซึ่งรมว.ศธ. ได้แสดงวิสัยทัศน์ถึงการดูแลเรื่องดังกล่าวว่าประเทศไทยได้มีกฎหมายรัฐธรมนูญ ฉบับ 2560 ที่ให้สิทธิการเรียนฟรี 15 ปีตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 รวมถึง ประเทศไทยได้มีพ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ.2562 เพื่อดูแลมาตรฐานเด็กปฐมวัยอย่างมีคุณภาพ ซึ่งทำให้นานาประเทศที่เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวต่างตื่นชมการดำเนินการเรื่องเด็กปฐมวัยเป็นอย่างมาก 

ปลัดศธ.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ที่ประชุมได้ประกาศปฎิญญาร่วมกันโดยขอให้ทุกประเทศต้องให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมกับสนับสนุนงบประมาณการดูแลสิทธิเด็กอย่างทั่วถึง และการสร้างมาตรฐานครูปฐมวัย ซึ่งเจตนารมย์ดังกล่าวบนเวทีนานาชาติทำให้เห็นว่าการพัฒนาเรื่องเด็กปฐมวัยและการดูแลสิทธิเด็กของประเทศไทยไปได้ไกลกว่าหลายประเทศแล้ว เพราะขนาดประเทศฟินแลนด์ที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลกยังไม่มีเรื่องการพัฒนาเด็กปฐมวัย ขณะที่ประเทศฟิลิปปินส์ถือเป็นประเทศเพื่อนบ้านของเราและเป็นแม่แบบของการศึกษาปฐมวัยก็ยังดำเนินการเรื่องนี้แค่ในมติคณะรัฐมนตรีเท่านั้น 

อย่างไรก็ตาม จากการประชุมดังกล่าว  มีสิ่งที่ประเทศไทยจะต้องนำกลับมาต่อยอดก็คือ การพัฒนาเด็กปฐมวัยของนานาประเทศ  จะใช้รูปแบบการพัฒนาด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเสมือนจริง หรือ เอไอ โดยเฉพาะสื่อการเรียนการสอน รวมถึงหากครอบครัวใดต้องการจะมีบุตรเป็นของตัวเองจะต้องไปเข้าอบรมเตรียมความพร้อมด้านทักษะการดูแลเด็กด้วย ซึ่งรมว.ศธ.จะนำรูปแบบดังกล่าวกลับมาเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีมาตรฐานมากขึ้นต่อไป  “ปลัดศธ.กล่าว 

ที่มา ; ไทยโพสต์ 21 พฤศจิกายน 2565   

สรุปสาระสำคัญ 

บทความสะท้อน สถานการณ์การพัฒนาเด็กปฐมวัยในบริบทโลกและของประเทศไทย ผ่านเวทีประชุมนานาชาติเอเชีย–ยุโรป ณ ประเทศอุซเบกิสถาน โดยไทยนำเสนอความก้าวหน้าเชิงนโยบายด้าน สิทธิเด็กและการศึกษาปฐมวัย อย่างชัดเจน ภายใต้หลักการสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่รับรองการเรียนฟรี 15 ปี และการมีกฎหมายเฉพาะคือ พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ.2562 ซึ่งกำหนดมาตรฐานการดูแล พัฒนา และจัดการศึกษาปฐมวัยอย่างเป็นระบบ จนได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ

แนวคิดสำคัญที่ปรากฏคือ การมองการพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็น ฐานรากของคุณภาพมนุษย์และความเสมอภาคทางสังคม โดยที่ประชุมมีปฏิญญาร่วมให้ทุกประเทศจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึง สนับสนุนงบประมาณ และยกระดับมาตรฐานครูปฐมวัย 

ในเชิงแนวปฏิบัติ บทความชี้ว่าประเทศไทยยังต้อง ต่อยอดนโยบายสู่การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI และสื่อเสมือนจริง ในการเรียนรู้ รวมถึงการเตรียมความพร้อมพ่อแม่ก่อนมีบุตร เพื่อยกระดับคุณภาพการดูแลเด็กอย่างยั่งยืน และเชื่อมโยงการทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

ข้อสอบ

ข้อ 1 เหตุผลสำคัญที่ทำให้การดำเนินงานด้านเด็กปฐมวัยของประเทศไทยได้รับการยอมรับในเวทีนานาชาติ คือข้อใด
ก. การใช้งบประมาณด้านการศึกษาสูงที่สุดในอาเซียน
ข. การมีนโยบายเด็กปฐมวัยเฉพาะในระดับมติคณะรัฐมนตรี
ค. การมีกฎหมายรองรับสิทธิและมาตรฐานเด็กปฐมวัยอย่างชัดเจน
ง. การเน้นการแข่งขันทางวิชาการตั้งแต่วัยอนุบาล

ข้อ 2 หลักการ “สิทธิเด็ก” ที่สะท้อนจากบทความ สอดคล้องกับแนวคิดใดมากที่สุด

ก. การคัดเลือกเด็กที่มีความสามารถพิเศษตั้งแต่อายุยังน้อย
ข. การพัฒนาเด็กแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ
ค. การรับรองการเข้าถึงการศึกษาอย่างเสมอภาคตั้งแต่ปฐมวัย
ง. การลดบทบาทรัฐและเพิ่มบทบาทเอกชนในการดูแลเด็ก

ข้อ 3 หากสถานศึกษาปฐมวัยต้องนำนโยบายจากเวทีนานาชาติมาปรับใช้ แนวปฏิบัติใดเหมาะสมที่สุด

ก. เพิ่มชั่วโมงเรียนวิชาการให้เทียบเท่าประถมศึกษา
ข. บูรณาการ AI และสื่อดิจิทัลอย่างเหมาะสมกับพัฒนาการเด็ก
ค. ใช้แบบเรียนมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศโดยไม่ปรับบริบท
ง. ลดบทบาทครูและให้เทคโนโลยีทำหน้าที่แทนทั้งหมด

ข้อ 4 ประเด็น “การอบรมพ่อแม่ก่อนมีบุตร” สะท้อนแนวคิดการบริหารการศึกษาแบบใด

ก. การจัดการศึกษาเฉพาะในระบบโรงเรียน
ข. การพัฒนาเด็กโดยรัฐฝ่ายเดียว
ค. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เชิงป้องกันและตลอดช่วงชีวิต
ง. การแก้ปัญหาเด็กปฐมวัยเฉพาะปลายเหตุ

ข้อ 5 ในมุมมองผู้บริหารสถานศึกษา บทเรียนเชิงนโยบายจากบทความนี้ควรนำไปใช้ในด้านใดมากที่สุด

ก. การเร่งประเมินผลสัมฤทธิ์เด็กปฐมวัยด้วยแบบทดสอบมาตรฐาน
ข. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ครอบครัว และหน่วยงาน
ค. การแข่งขันด้านวิชาการระหว่างศูนย์เด็กเล็ก
ง. การลดบทบาทชุมชนในการพัฒนาเด็ก
 

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น